DOHOME.BK — Financial Report
📊 Key Stats
ดูโฮม (TH, th_construction)
Generated: 2026-06-13 05:40 • Source: yfinance + NotebookLM (dohome_bk)
📊 CAGR · ตารางสรุป · อัตราส่วนการเงิน
🚀 CAGR อัตราเติบโตทบต้น (ถึงปี 2025)
| รายการ | 5 ปี | 10 ปี | 15 ปี | 20 ปี |
|---|---|---|---|---|
| รายได้ | 9.2% | — | — | — |
| กำไรสุทธิ | -3.7% | — | — | — |
| สินทรัพย์รวม | 10.6% | — | — | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 13.6% | — | — | — |
| EPS | -11.9% | — | — | — |
| เงินปันผล/หุ้น | — | — | — | — |
🧾 สรุปตัวเลขสำคัญรายปี (สีตามทิศ)
| รายการ | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม (ลบ.) | 16,675 | 18,152 | 20,765 | 27,227 | 33,318 | 33,983 | 33,566 | 34,306 | — |
| หนี้สินรวม (ลบ.) | 11,882 | 11,691 | 13,675 | 16,347 | 21,715 | 21,807 | 20,740 | 20,898 | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (ลบ.) | 4,792 | 6,460 | 7,090 | 10,880 | 11,603 | 12,176 | 12,826 | 13,408 | — |
| มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว (ลบ.) | 1,400 | 1,856 | 2,166 | 2,422 | 2,907 | 3,089 | 3,230 | 3,383 | — |
| รายได้รวม (ลบ.) | — | 17,975 | 18,925 | 25,937 | 31,547 | 31,603 | 31,345 | 29,426 | — |
| รายได้รวม Growth | — | — | 5.3% | 37.1% | 21.6% | 0.2% | -0.8% | -6.1% | — |
| กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมอื่น (ลบ.) | — | 245 | 307 | 133 | 223 | 385 | 353 | 299 | — |
| กำไรสุทธิ (ลบ.) | — | 726 | 727 | 1,818 | 774 | 585 | 674 | 601 | — |
| EPS (บาท) | — | 0.47 | 0.36 | 0.77 | 0.27 | 0.19 | 0.21 | 0.18 | — |
| EPS Growth | — | — | -22.9% | 112.3% | -65.2% | -28.8% | 8.3% | -12.3% | — |
| ราคาเฉลี่ยรายปี (บาท) | — | 5.55 | 6.36 | 15.11 | 13.66 | 10.83 | 9.82 | 3.99 | 3.53 |
| เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | — | 0.02 | 0.01 | 0.01 | 0.02 | 0.01 | 0.00 | 0.01 | 0.00 |
| อัตราผลตอบแทนปันผล (Yield = ปันผล/ราคาเฉลี่ย) | — | — | 0.1% | 0.0% | 0.1% | 0.1% | 0.1% | 0.1% | 0.1% |
📐 อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio · สีตามทิศ)
| อัตราส่วน | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| — ความสามารถทำกำไร (Profitability) — | |||||||||
| GPM (อัตรากำไรขั้นต้น) | |||||||||
| Q1 | — | 16.9% | 16.2% | 22.0% | 18.1% | 17.1% | 18.5% | 18.1% | 18.3% |
| Q2 | — | 17.2% | 15.4% | 23.1% | 17.4% | 14.6% | 18.3% | 18.9% | — |
| Q3 | — | 17.0% | 17.3% | 20.0% | 14.6% | 16.3% | 17.7% | 18.7% | — |
| Q4 | 15.0% | 17.1% | 18.3% | 17.9% | 14.6% | 19.0% | 17.8% | 17.3% | — |
| ทั้งปี | — | 17.0% | 16.8% | 20.7% | 16.2% | 16.7% | 18.1% | 18.3% | — |
| Selling Expense (%) | |||||||||
| Q1 | — | 7.3% | 7.9% | 7.5% | 7.7% | 9.2% | 10.3% | 10.1% | 10.6% |
| Q2 | — | 7.9% | 8.3% | 8.2% | 8.9% | 9.5% | 10.8% | 11.4% | — |
| Q3 | — | 8.9% | 8.8% | 9.0% | 10.0% | 10.2% | 11.3% | 12.4% | — |
| Q4 | 8.3% | 8.9% | 8.7% | 8.8% | 9.9% | 10.6% | 10.6% | 11.9% | — |
| ทั้งปี | — | 8.2% | 8.4% | 8.4% | 9.1% | 9.9% | 10.7% | 11.4% | — |
| Admin Expense (%) | |||||||||
| Q1 | — | 1.8% | 2.1% | 2.4% | 2.7% | 2.5% | 2.5% | 2.8% | 2.9% |
| Q2 | — | 2.2% | 2.0% | 2.3% | 2.5% | 2.8% | 2.8% | 3.4% | — |
| Q3 | — | 2.8% | 2.4% | 2.9% | 2.6% | 2.7% | 3.2% | 3.1% | — |
| Q4 | 2.0% | 2.4% | 2.9% | 2.6% | 3.1% | 3.0% | 3.0% | 2.5% | — |
| ทั้งปี | — | 2.3% | 2.3% | 2.6% | 2.7% | 2.7% | 2.8% | 2.9% | — |
| SG&A (%) | |||||||||
| Q1 | — | 9.1% | 10.0% | 9.9% | 10.5% | 11.7% | 12.8% | 12.9% | 13.5% |
| Q2 | — | 10.1% | 10.2% | 10.5% | 11.4% | 12.3% | 13.6% | 14.9% | — |
| Q3 | — | 11.7% | 11.2% | 11.9% | 12.5% | 13.0% | 14.5% | 15.4% | — |
| Q4 | 10.3% | 11.2% | 11.5% | 11.4% | 13.0% | 13.6% | 13.5% | 14.4% | — |
| ทั้งปี | — | 10.5% | 10.8% | 10.9% | 11.8% | 12.6% | 13.6% | 14.3% | — |
| NPM (อัตรากำไรสุทธิ) | |||||||||
| Q1 | — | 5.0% | 3.8% | 8.8% | 5.5% | 3.0% | 3.0% | 3.0% | 3.1% |
| Q2 | — | 4.3% | 3.2% | 9.4% | 4.0% | 0.5% | 2.4% | 2.1% | — |
| Q3 | — | 3.2% | 3.9% | 5.6% | 0.7% | 1.2% | 1.0% | 1.5% | — |
| Q4 | 2.4% | 3.5% | 4.4% | 4.5% | -0.7% | 2.6% | 2.1% | 1.4% | — |
| ทั้งปี | — | 4.0% | 3.8% | 7.0% | 2.5% | 1.9% | 2.2% | 2.0% | — |
| ROA | — | 4.0% | 3.5% | 6.7% | 2.3% | 1.7% | 2.0% | 1.8% | — |
| ROIC | 1.5% | 6.6% | 5.6% | 9.1% | 4.0% | 3.9% | 4.2% | 3.5% | — |
| ROE | — | 11.2% | 10.2% | 16.7% | 6.7% | 4.8% | 5.3% | 4.5% | — |
| — สภาพคล่อง (Liquidity) — | |||||||||
| Current Ratio (เงินทุนหมุนเวียน) | 0.76 | 0.90 | 0.91 | 1.05 | 0.95 | 0.95 | 0.94 | 0.92 | — |
| Quick Ratio (สภาพคล่องเร็ว) | 0.11 | 0.13 | 0.11 | 0.16 | 0.12 | 0.11 | 0.13 | 0.10 | — |
| — โครงสร้างหนี้ (Leverage) — | |||||||||
| Debt to Equity (หนี้มีดอกเบี้ย/ทุน) | 2.01 | 1.40 | 1.47 | 1.10 | 1.43 | 1.42 | 1.31 | 1.23 | — |
| Debt to Net Profit (ปีคืนหนี้) | — | 12.50 | 14.30 | 6.56 | 21.39 | 29.44 | 24.90 | 27.33 | — |
| — ประสิทธิภาพ (Efficiency) — | |||||||||
| Collection Period (วันเก็บหนี้) | — | 17 วัน | 18 วัน | 18 วัน | 18 วัน | 16 วัน | 17 วัน | 18 วัน | — |
| Inventory Period (วันขายของ) | — | 163 วัน | 181 วัน | 181 วัน | 176 วัน | 187 วัน | 182 วัน | 190 วัน | — |
| Payment Period (วันจ่ายหนี้) | — | 57 วัน | 62 วัน | 60 วัน | 58 วัน | 58 วัน | 50 วัน | 51 วัน | — |
| Cash Cycle (วงจรเงินสด) | — | 124 วัน | 137 วัน | 139 วัน | 136 วัน | 146 วัน | 149 วัน | 158 วัน | — |
| — ตลาด/ผู้ถือหุ้น (Market) — | |||||||||
| Common Shares (หุ้น) | 1,856,160,000 | 1,856,160,000 | 2,165,517,966 | 2,422,170,022 | 2,906,740,337 | 3,089,131,812 | 3,229,535,040 | 3,383,286,282 | 3,518,606,692 |
| Common Shares Adjusted (M) | 1,856.16 | 1,856.16 | 2,165.52 | 2,422.17 | 2,906.74 | 3,089.13 | 3,229.54 | 3,383.29 | 3,518.61 |
| Book Value / Share (บาท) | 2.58 | 3.48 | 3.27 | 4.49 | 3.99 | 3.94 | 3.97 | 3.96 | — |
| EPS (บาท) | — | 0.39 | 0.34 | 0.75 | 0.27 | 0.19 | 0.21 | 0.18 | — |
| EPS Growth | — | — | -14.1% | 123.7% | -64.5% | -28.9% | 10.2% | -14.9% | — |
| Dividend Per Share (บาท) | — | 0.02 | — | 0.03 | 0.01 | 0.01 | 0.01 | 0.00 | — |
| Dividend Yield | — | — | 0.1% | 0.0% | 0.1% | 0.1% | 0.1% | 0.1% | 0.1% |
| Dividend Payout Ratio | — | 4.7% | 2.1% | 0.8% | 6.7% | 2.9% | 2.3% | 3.4% | — |
| Market Cap (ลบ.) | — | 10,302 | 13,773 | 36,599 | 39,706 | 33,455 | 31,714 | 13,499 | 12,421 |
| P / BV (เฉลี่ยปี) | — | 1.59 | 1.94 | 3.36 | 3.42 | 2.75 | 2.47 | 1.01 | — |
| P / E (เฉลี่ยปี) | — | 14.20 | 18.95 | 20.13 | 51.30 | 57.16 | 47.05 | 22.46 | — |
| EV / EBITDA | — | 8.82 | 10.13 | 12.22 | 17.60 | 14.38 | 12.44 | 7.94 | 18.60 |
| Max Price (สูงสุด/ปี) | — | 7.03 | 9.98 | 21.17 | 19.25 | 13.30 | 11.56 | 8.67 | 4.29 |
| Min Price (ต่ำสุด/ปี) | — | 4.22 | 2.47 | 8.52 | 10.08 | 7.55 | 7.94 | 2.17 | 3.02 |
| Price (เฉลี่ย/ปี) | — | 5.55 | 6.36 | 15.11 | 13.66 | 10.83 | 9.82 | 3.99 | 3.53 |
📊 กราฟสรุป
📊 กราฟสรุป — งบละเอียด (SETSMART)
📊 โครงสร้างงบกำไรขาดทุน (P&L Structure)
📈 แนวโน้มสัดส่วนงบดุล (Common-Size · % ของสินทรัพย์รวม)
📊 กราฟสรุป — งบละเอียด (SETSMART)
📊 กำไรต่อหุ้น & โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
📈 แนวโน้มสัดส่วนงบดุล (Common-Size · % ของสินทรัพย์รวม)
📊 กราฟสรุป (SETSMART)
📊 กำไรต่อหุ้น & โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
📈 แนวโน้มสัดส่วนงบดุล (Common-Size · % ของสินทรัพย์รวม)
📊 กราฟสรุป (SETSMART)
📊 กำไรต่อหุ้น & โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
📈 แนวโน้มสัดส่วนงบดุล (Common-Size · % ของสินทรัพย์รวม)
🥧 สัดส่วนรายได้
ที่มาตัวเลข: ช่องทาง = ยอดขายจริงปี 2024 (Opp Day, รายได้รวม 30,991 ลบ.); การซอย Size XL/L = ประมาณการคร่าวๆ จากกรอบที่บริษัทให้ไว้ปี 2025
📌 สาขาใหญ่ (XL+L) รวมกัน ~96.6% ของรายได้ — ซอย XL/L เป็น 'ประมาณการ' จากกรอบที่บริษัทประเมินไว้ (ภายในกลุ่มสาขาใหญ่ Size L 48-53% / Size XL 45-50%, ขยายเฉพาะ L ไม่เพิ่ม XL แล้ว) จึงเป็นภาพคร่าวๆ. 3 ช่องทางใหม่รวมแค่ 3.36% แต่เป็น Growth Engine มาร์จิ้นสูง โตแรง YoY ปี 2024: E-Commerce +101.8%, Dohome ToGo +104.1%, บริการนายช่าง +565.0%
อ้างอิง: NotebookLM (dohome_bk) — DOHOME Opp Day FY2024 + กรอบเป้า Size L/XL ปี 2025
💹 เปรียบเทียบอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แยกกลุ่ม — บริษัทไม่เปิดตัวเลข "กำไรแยก segment" เป็นทางการ (ทำ pie กำไรไม่ได้) แต่เปิดข้อมูลเชิงเปรียบเทียบผ่าน Opp Day/Q&A:
- GPM รวมทั้งบริษัท ~15-18% (1Q/2026 = 17.6%) — เป็น blended margin
- 🟢 กลุ่มมาร์จิ้นสูง (ตัวดึง GPM): Dohome ToGo (GPM สูงกว่าสาขา Size L ~1 เท่าตัว) · สินค้าตกแต่ง/ซ่อมแซมบ้าน · House Brand (margin สูงกว่าแบรนด์ทั่วไปมาก — บริษัทดันสัดส่วนยอดขายให้แตะ 20% เพื่อยก GPM รวม)
- 🔴 กลุ่มมาร์จิ้นต่ำ (เน้น Volume): วัสดุก่อสร้าง/เหล็ก — ไตรมาสไหนกลุ่มนี้โตนำ GPM รวมจะถูกกด
- สาขา Size L ใหม่ทำ GPM ~20-22% ช่วง 1-3 ปีแรก (ขายของแต่ง/ซ่อมสัดส่วนสูง)
ที่มา: NotebookLM (dohome_bk) — Opp Day Q&A FY2024-1Q2026
🔬 เจาะลึกธุรกิจ (Deep Business Analysis)
วิเคราะห์เชิงเฟรมเวิร์ก จาก 56-1 + Opp Day + บทวิเคราะห์ (ผ่าน NotebookLM)
🧩 โมเดลธุรกิจ & ลูกค้า
โมเดลธุรกิจของ DOHOME (บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)) สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายแต่เจาะลึกถึงโครงสร้างรายได้และกลยุทธ์การเติบโต โดยอ้างอิงจากรายงาน 56-1 และ Opp Day ได้ดังนี้ครับ:
1) สินค้าและบริการที่ขาย / สัดส่วนรายได้ DOHOME ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ภายใต้สโลแกน "ครบ ถูก ดี" มีสินค้ารวมมากกว่า 100,000 รายการ (SKUs) แบ่งเป็น:
-
แบ่งตามกลุ่มสินค้า (อิงจากสาขาใหญ่ที่เป็นรายได้หลัก):
-
วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials): สัดส่วนประมาณ 44-48% (โครงสร้างพื้นฐาน, เหล็ก, ปูน)
-
วัสดุซ่อมแซม (Repair & Maintenance): สัดส่วนประมาณ 33-37% (ฮาร์ดแวร์, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ประปา)
-
วัสดุตกแต่ง (Home Decoration): สัดส่วนประมาณ 16-20% (เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า)
-
หมายเหตุ: หากเป็นสาขา ToGo สัดส่วนจะกลับกัน โดยเน้นวัสดุซ่อมแซม 45-49% และวัสดุตกแต่ง 32-36%
-
-
แบ่งตามแบรนด์สินค้า: สินค้าแบรนด์ทั่วไปมีสัดส่วนรายได้ราว 82% ส่วน สินค้าแบรนด์ของตัวเอง (House Brand) มีสัดส่วนยอดขายทำได้จริงที่ 18.0% ในปี 2025 (โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่ 20%) ปัจจุบันมี House Brand มากกว่า 36,000 SKUs เช่น NASH, MARINE, FINEXT ซึ่งให้มาร์จิ้นสูง
-
บริการเสริม: บริการรับเหมาและติดตั้ง "นายช่าง", จัดส่งสินค้า, และ Design Center สำหรับออกแบบ 3D
2) ลูกค้าหลัก สัดส่วน และพฤติกรรม บริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขสัดส่วนรายได้แยกตามกลุ่มลูกค้าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ชัดเจน แต่มีการจัดกลุ่มเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม ดังนี้:
-
ลูกค้ารายย่อย / เจ้าของบ้าน (End-users): เน้นเดินเลือกซื้อที่หน้าร้าน (Walk-in) นิยมซื้อสินค้ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง (มาร์จิ้นสูง) ลูกค้ากลุ่มนี้พฤติกรรมจะอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน และฤดูกาล (เช่น หน้าฝนคนจะเดินร้านน้อยลง)
-
ผู้รับเหมาและงานโครงการ (Contractors and Projects / Back Office): มักซื้อสินค้าล็อตใหญ่ เน้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง พฤติกรรมการซื้อจะอิงตามการประมูลงานและการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐและเอกชน
-
ร้านค้าช่วง / ค้าส่ง (Resellers): ร้านวัสดุก่อสร้างระดับท้องถิ่นที่มาซื้อของแบบค้าส่งเพื่อนำไปขายต่อในระดับอำเภอ/ตำบล
-
หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ (Government Agencies): ยอดขายจะแปรผันตามงบประมาณรัฐ
3) ช่องทางขายและการเข้าถึงลูกค้า
-
สาขาขนาดใหญ่ (Size XL และ L): มีพื้นที่ขายใหญ่ระดับ 22,000 - 65,000 ตร.ม. เป็นเส้นเลือดหลักของรายได้ ปัจจุบัน (ณ ไตรมาส 1/2026) มีจำนวน 27 สาขา โดยเน้นตั้งอยู่ในหัวเมืองใหญ่โดยเฉพาะภาคอีสานและปริมณฑล
-
สาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo): พื้นที่ประมาณ 300 - 1,000 ตร.ม. เน้นเจาะทำเลชุมชนและห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันมี 26 สาขา เป็นรูปแบบที่คืนทุนไวและมีมาร์จิ้นสูงกว่าสาขาใหญ่
-
ออนไลน์ (E-Commerce) & Omni-channel: ขายผ่านหน้าเว็บไซต์, แชท Chat & Shop (Line/FB), และ Marketplace ชั้นนำ (Lazada, Shopee, NocNoc, TikTok) ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตก้าวกระโดด
-
พนักงานขายตรง (Telesales/Call Center): เจาะกลุ่มผู้รับเหมา ร้านค้าช่วง และลูกค้า B2B เชิงรุก
4) ซัพพลายเออร์และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
-
ซัพพลายเออร์: บริษัทรับสินค้าจากทั้งผู้จัดจำหน่ายในประเทศ (Domestic) และต่างประเทศ (International) โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้า House Brand จากต่างประเทศเพื่อควบคุมต้นทุน
-
ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center): ตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี พื้นที่กว่า 100,000 ตร.ม. มีหน้าที่รับ จัดเก็บ และกระจายสินค้าไปยังสาขาทั่วประเทศ โดยมีการลงทุนระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) เพื่อประหยัดพื้นที่และลดต้นทุนพนักงาน
-
เทคโนโลยีจัดการสต๊อก: บริษัทได้นำระบบ AI เข้ามาใช้ในการพยากรณ์ความต้องการ (Demand Forecasting) และจัดการการเติมสต๊อก (Inventory & Replenishment) เพื่อลดปัญหาสินค้าค้างสต๊อกนาน
5) โครงสร้างรายได้-ต้นทุนหลัก และตัวขับเคลื่อนกำไร
-
โครงสร้างรายได้: ประมาณ 98.9% มาจากการขายสินค้าและบริการ และอีกประมาณ 1.1% เป็นรายได้อื่นๆ (เช่น เงินสนับสนุนจากซัพพลายเออร์)
-
โครงสร้างต้นทุนและอัตรากำไร (Margin):
-
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): บริหารจัดการอยู่ในระดับประมาณ 17-18% (เช่น 17.6% ในไตรมาส 1/2026)
-
ต้นทุนหลัก (SG&A): ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน, ค่าเสื่อมราคาจากการกู้ยืมลงทุนเปิดสาขาใหญ่ (CAPEX สูง), และดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ธนาคาร
-
-
ตัวขับเคลื่อนกำไรหลัก (Key Profit Drivers):
-
ขยาย Dohome ToGo: แม้ยอดขายรวมจะน้อยกว่าสาขาใหญ่ แต่มีอัตรากำไรขั้นต้น (GP) สูงกว่าสาขาใหญ่มาก และคุ้มทุน (Break-even) ได้ใน 1-2 เดือน
-
ดันสัดส่วน House Brand: บริษัทตั้งเป้าให้ยอดขายกลุ่มนี้ถึงระดับ 20% เพื่อขยายมาร์จิ้น
-
ต่อยอดธุรกิจใหม่: ผ่านบริการรับสร้าง/ต่อเติม "นายช่าง" และ E-commerce ที่ให้อัตรากำไรดีและกำลังเติบโตสูง
-
คุมต้นทุนด้วย AI: การลดจำนวนวันกักตุนสินค้าคงคลัง (Inventory Days) ด้วยเทคโนโลยี ช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมเงินมาตุนสต๊อกได้โดยตรง
-
⚔️ Porter's Five Forces
การวิเคราะห์แรงกดดันทั้ง 5 ประการ (Porter's Five Forces Analysis) ของ DOHOME จากข้อมูลในรายงาน 56-1 และสไลด์นำเสนอ (Opp Day) สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ:
1) การแข่งขันในอุตสาหกรรม
- ระดับความรุนแรง: สูง
-
เหตุผล: อุตสาหกรรมธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก (Fierce competition) ทั้งจากการเร่งขยายสาขาของผู้เล่นรายใหญ่กลุ่ม Modern Trade เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เริ่มปรับปรุงร้านค้าให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อแข่งขัน
-
ตัวอย่าง/ตัวเลขประกอบ: DOHOME ต้องแข่งขันกับคู่แข่งระดับประเทศที่มีสาขาจำนวนมาก เช่น HomePro (117 สาขา), GLOBAL HOUSE (77 สาขา) และ Thai Watsadu (70 สาขา) ในขณะที่ DOHOME มีสาขาขนาดใหญ่จำนวน 24 สาขา และ Dohome ToGo จำนวน 16 สาขา (ข้อมูล ณ กลางปี 2025)
2) อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์
- ระดับความรุนแรง: ต่ำ-กลาง
-
เหตุผล: บริษัทมีนโยบายกระจายการจัดหาสินค้าจากผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใดรายหนึ่ง นอกจากนี้ การพัฒนาสินค้าแบรนด์ของตนเอง (House Brand) ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคาในระยะยาว
-
ตัวอย่าง/ตัวเลขประกอบ: DOHOME มุ่งเน้นผลักดันสินค้า House Brand (เช่น NASH, MARINE, FINEXT) โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ที่ 20% รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ขนาดใหญ่ที่ปทุมธานี พื้นที่กว่า 100,000 ตร.ม. พร้อมระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ซึ่งช่วยบริหารจัดการสต๊อกได้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนขายโดยรวม
3) อำนาจต่อรองของลูกค้า
- ระดับความรุนแรง: สูง
-
เหตุผล: ตลาดวัสดุก่อสร้างมีทางเลือกมาก ทำให้ลูกค้ามีต้นทุนการเปลี่ยนร้านต่ำ (Low switching cost) นอกจากนี้ ฐานลูกค้าหลักทั้ง 4 กลุ่ม (ลูกค้ารายย่อย, ผู้รับเหมา, ร้านค้าช่วง, และหน่วยงานรัฐ) มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการว่างงาน ระดับหนี้ครัวเรือน และความล่าช้าของงบประมาณรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจ
-
ตัวอย่าง/ตัวเลขประกอบ: เพื่อรับมือกับอำนาจต่อรองนี้ DOHOME จึงต้องใช้กลยุทธ์ "ครบ ถูก ดี" (Completed Assortment, Competitive Price, Good Quality) เพื่อเป็นจุดศูนย์รวมสินค้าที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ในราคาที่แข่งขันได้
4) ภัยจากสินค้า/บริการทดแทน
- ระดับความรุนแรง: ต่ำ-กลาง
-
เหตุผล: แม้ตัววัสดุก่อสร้างจะหาอย่างอื่นมาทดแทนได้ยาก แต่ "ช่องทางการซื้อ" สามารถทดแทนกันได้จากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์ (E-Commerce) รวมถึงรูปแบบบริการรับเหมาที่ลูกค้าหันมาใช้บริการเบ็ดเสร็จจาก Modern Trade มากขึ้น
-
ตัวอย่าง/ตัวเลขประกอบ: DOHOME ปรับตัวเชิงรุกเพื่ออุดช่องโหว่นี้ โดยการกระจายช่องทางขายออนไลน์แบบ Omni-channel กว่า 10 ช่องทาง (เช่น เว็บไซต์, Lazada, Shopee, NocNoc, TikTok, Chat&Shop) รวมทั้งผลักดันบริการ "นายช่าง" เพื่อรองรับงานต่อเติมและซ่อมแซมให้ลูกค้าเบ็ดเสร็จในที่เดียว
5) ภัยจากผู้เล่นรายใหม่
- ระดับความรุนแรง: ต่ำ
-
เหตุผล: ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ (Modern Trade) มีกำแพงการเข้าสู่ตลาด (Barriers to Entry) ที่สูงมาก ผู้เล่นใหม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการโลจิสติกส์ ระบบเทคโนโลยี และต้องอาศัยสายสัมพันธ์กับคู่ค้า
-
ตัวอย่าง/ตัวเลขประกอบ: DOHOME มีความได้เปรียบจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนานกว่า 40-41 ปี อีกทั้งมีการพัฒนาระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่น การนำ AI มาช่วยพยากรณ์ความต้องการสินค้า (Demand Forecasting) และจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory & Replenishment) ซึ่งผู้เล่นรายใหม่ขนาดเล็กไม่สามารถทำสเกลแข่งขันได้ง่ายๆ
📊 SWOT
การวิเคราะห์ SWOT ของ DOHOME อิงจากข้อมูลจริงในรายงาน 56-1, สไลด์ Opp Day และบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ:
จุดแข็ง (Strengths)
-
ระบบกระจายสินค้าและเทคโนโลยีคลังสินค้า (ASRS): บริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่จังหวัดปทุมธานี พื้นที่กว่า 41,580 - 100,000 ตร.ม. พร้อมระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ (ASRS) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสต๊อกและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม.
-
อัตรากำไรขั้นต้นสูงจากสินค้า House Brand: การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าแบรนด์ของตนเองที่มีมากกว่า 20,000 SKUs (ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ที่ 20% ภายในปี 2023-2025) เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ให้แข็งแกร่งกว่าการขายสินค้าทั่วไป.
-
กลยุทธ์ Omni-Channel และบริการ "นายช่าง" ครบวงจร: การผสานช่องทางขายหน้าร้าน, ออนไลน์ (E-Commerce), แอปพลิเคชัน และระบบ HSOS พร้อมบริการช่างติดตั้งและออกแบบ 3D ฟรี ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างโดดเด่น.
-
ประสบการณ์ยาวนานและความครบครัน ("ครบ ถูก ดี"): ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1983 ทำให้มีความเชี่ยวชาญและมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม (วัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ตกแต่ง) กว่าแสนรายการ ตอบโจทย์ทั้งลูกค้ารายย่อย ร้านค้าช่วง และผู้รับเหมา.
จุดอ่อน (Weaknesses)
-
การกระจุกตัวของสาขา (Geographical Concentration): สาขาขนาดใหญ่ส่วนมากกระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพฯ/ปริมณฑล ทำให้เมื่อภูมิภาคดังกล่าวมีปัจจัยลบ (เช่น ปัญหาชายแดน หรือกำลังซื้อรากหญ้าตกต่ำ) ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) รวมจึงได้รับผลกระทบฉุดรั้งอย่างหนัก.
-
ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายลงทุนเริ่มแรกสูง (High CAPEX & Fixed Costs): การขยายสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ทำให้ช่วงแรกบริษัทมีต้นทุนคงที่ (เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา) และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เข้ามากดดันอัตรากำไรสุทธิในช่วงเริ่มต้น.
-
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่: กลุ่มครอบครัวตั้งมิตรประชาถือหุ้นรวมกันกว่า 70.2% ทำให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยอาจรวบรวมเสียงเพื่อถ่วงดุลอำนาจได้ยาก.
-
ความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก (Low Earnings Cushion): เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ในอุตสาหกรรม บริษัทมีภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกค่อนข้างต่ำ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรและยอดขายมักแกว่งตัวตามภาวะเศรษฐกิจหรือความผันผวนของราคาต้นทุนวั สดุได้ง่าย.
โอกาส (Opportunities)
-
ดาวรุ่งจากโมเดลสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo): เป็นรูปแบบที่ใช้เงินลงทุนต่ำ คืนทุนเร็ว เข้าถึงห้างสรรพสินค้า/ชุมชนได้ง่าย และเน้นขายสินค้ากลุ่มซ่อมแซม/ตกแต่งที่ให้อัตรากำไรสูงกว่าสาขาใหญ่ บริษัทตั้งเป้าขยายให้ครบ 50 สาขาภายในปี 2027 ซึ่งจะเป็น Growth Engine ที่สำคัญ.
-
การเติบโตก้าวกระโดดของช่องทางออนไลน์และบริการช่าง: ยอดขายผ่าน E-Commerce เติบโตต่อเนื่องกว่า 101% ในช่วง 3 ปี และบริการ "นายช่าง" เติบโตถึง 565% ซึ่งเป็นช่องทางที่มีโอกาสเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มคนเมือง (Inner City) ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วได้อีกมาก.
-
อานิสงส์จากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐและการขยายตัวของเมือง: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการขยายตัวของเมือง (Urbanization) เป็นปัจจัยบวกระยะยาวที่ช่วยกระตุ้นความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างของกลุ่มผู้รับเหมา งานโครงการ และหน่วยงานราชการ.
อุปสรรค/ภัยคุกคาม (Threats)
-
การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม (Fierce Competition): ตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันสูงมากจากผู้เล่นรายใหญ่ (Modern Trade) ที่เร่งขยายสาขา รวมถึงมีความเสี่ยงที่การเปิดสาขาใหม่จะไปแย่งฐานลูกค้าของสาขาเดิมตัวเอง (Cannibalization).
-
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนสูง: กระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของลูกค้ารายย่อย (End-user) และรายได้ภาคการเกษตร ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าตกแต่งบ้าน และกดดันการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG).
-
ความผันผวนของราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์: โดยเฉพาะ "ราคาเหล็ก" หากปรับตัวลดลงแรงหรือเกิดภาวะสินค้าล้นสต๊อก (Overstock) จะเข้ามากดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และผลประกอบการรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ.
-
ปัจจัยด้านสภาพอากาศและภูมิรัฐศาสตร์: ฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ ปัญหาน้ำท่วม หรือความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ล้วนเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่ส่งผลกระทบโดยตรงให้ลูกค้าชะลอการซื้อหน้าร้านและทำให้งานก่อสร้างต้องหยุดชะงัก.
🏆 ความได้เปรียบ & คู่แข่ง (Competitive Advantage)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลในแหล่งข้อมูลและประวัติการสนทนา สามารถสรุปการแข่งขันและความเปรียบเสียเปรียบของ DOHOME ได้ดังนี้ครับ:
(1) คู่แข่งหลักและส่วนแบ่งตลาดเทียบกัน
-
คู่แข่งหลักในตลาด: คู่แข่งโดยตรงของ DOHOME ในกลุ่มศูนย์ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน (Modern Trade) ได้แก่
-
HomePro: ผู้นำตลาดที่มีสาขากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ (และมีแบรนด์ MEGA HOME ที่เจาะกลุ่มช่าง/วัสดุก่อสร้างโดยตรง ซึ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนมีราว 30 แห่ง)
-
Thai Watsadu (เครือเซ็นทรัล): มีสาขาครอบคลุมกว่า 80 แห่ง รวมถึงมีแบรนด์ BnB home (หรือ baan & BEYOND เดิม) สำหรับกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน
-
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกับโมเดลการร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เช่น "SCG HOME Boonthavorn"
-
-
ส่วนแบ่งตลาดและขนาด: ณ ไตรมาส 1/2026 DOHOME มีสาขาขนาดใหญ่รวม 27 สาขา และสาขาขนาดเล็ก (ToGo) 26 สาขา เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลักอย่าง HomePro และ Thai Watsadu ถือว่า DOHOME ยังมีจำนวนสาขาขนาดใหญ่และพื้นที่ให้บริการรวมน้อยกว่าพอสมควร ทำให้ส่วนแบ่งตลาดในระดับประเทศยังเป็นรอง
(2) ความได้เปรียบเชิงแข่งขัน/คูเมือง (Moat) ของ DOHOME
-
เทคโนโลยีและประสิทธิภาพต้นทุน (Technology & Cost): DOHOME มีการลงทุนในระบบศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ (AS/RS) ซึ่งช่วยบริหารจัดการพื้นที่และโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาระบบ "HSOS" (Home Service Operating System) ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการได้มากกว่า 80% นอกจากนี้ยังนำ AI Chat Bot และระบบ SAP เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
-
แบรนด์สินค้าของตัวเอง (House Brand): บริษัทผลักดันสินค้าแบรนด์ของตนเองอย่างหนัก เช่น แบรนด์ NASH, MARINE, FINEXT เพื่อสร้างความแตกต่างทางสินค้าและช่วยเพิ่มอัตรากำไร (Margin) ในระยะยาว
-
ความครบครันและประสบการณ์ (Scale & Assortment): ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 40 ปี DOHOME ยึดมั่นในกลยุทธ์ "ครบ ถูก ดี" (Completed Assortment, Competitive Price, Good Quality) โดยมีสินค้ารองรับทุกความต้องการมากกว่า 100,000 รายการ (SKUs)
-
เครือข่าย Omni-channel: บริษัทบูรณาการช่องทางการขายแบบไร้รอยต่อ ทั้งสาขาออฟไลน์, เว็บไซต์, Chat & Shop, และ Marketplaces ต่างๆ (เช่น Lazada, Shopee, NocNoc, TikTok) เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์
-
ความภักดีของลูกค้าและบริการครบวงจร (Customer Loyalty & Services): บริการ "นายช่าง" ให้บริการตั้งแต่ศูนย์ออกแบบ 3D ฟรี, การติดตั้ง, ไปจนถึงรับเหมาซ่อมแซมต่อเติมบ้าน โดยมีทีมวิศวกร (Home Service Consultants) คอยให้คำปรึกษา ซึ่งช่วยเพิ่มความผูกพันและยกระดับมาตรฐานบริการ
(3) จุดที่ยังเสียเปรียบคู่แข่ง
-
ขนาดเครือข่ายสาขา (Network Scale): การมีสาขาขนาดใหญ่จำนวน 27 สาขา ทำให้ข้อได้เปรียบด้านการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ในภาพรวมระดับประเทศ อำนาจการต่อรอง และความครอบคลุมในการเข้าถึงลูกค้ารายย่อย ยังคงเป็นรองคู่แข่งอันดับ 1 และ 2 ที่มีสาขาครอบคลุมระดับเกือบ 100 สาขาขึ้นไป
-
การกระจุกตัวและความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ: ฐานลูกค้าและการกระจายตัวของสาขายังมีความอ่อนไหวสูงต่อปัจจัยมหภาค เช่น ระดับหนี้ครัวเรือน, ภาวะเงินเฟ้อ, การหดตัวของรายได้ภาคเกษตร, ตลอดจนความล่าช้าในการประมูลงานและเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขาย (SSSG) ได้ง่าย
⚠️ ปัจจัยความเสี่ยง
สรุปปัจจัยความเสี่ยงสำคัญของ DOHOME ที่รวบรวมจากรายงาน 56-1 (One Report) และบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โดยจัดกลุ่มพร้อมระบุผลกระทบและแนวทางรับมือ มีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1. กลุ่มเศรษฐกิจและตลาด (Economy & Market)
-
ปัจจัยความเสี่ยง: ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, หนี้ครัวเรือนสูง, รายได้ภาคเกษตรตกต่ำ, ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา) รวมถึงภัยธรรมชาติและฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ
-
ผลกระทบต่อธุรกิจ: กำลังซื้อของผู้บริโภคระดับรากหญ้าและกลุ่มเกษตรกรลดลง ทำให้ภาคการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการตกแต่งบ้านชะลอตัว ส่งผลโดยตรงให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) หดตัว และผลประกอบการอาจไม่ได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ บริษัทมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ (Earnings cushion) ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
-
แนวทางรับมือ: ติดตามทิศทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนงานให้ทันท่วงที ทบทวนและปรับแผนการขยายสาขาให้รัดกุมยิ่งขึ้น (Prudent investment plan) ควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่าย (Lean process) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. กลุ่มการแข่งขัน (Competition)
-
ปัจจัยความเสี่ยง: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ทั้งจากการขยายสาขาของผู้เล่นรายเดิม รายใหม่ รวมถึงพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
-
ผลกระทบต่อธุรกิจ: เสี่ยงต่อการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้คู่แข่ง และทำให้เป้าหมายผลประกอบการเติบโตได้ยากขึ้น
-
แนวทางรับมือ: ชูกลยุทธ์ "ครบ ถูก ดี" มุ่งเน้นความหลากหลายของสินค้า พัฒนาและเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand เพื่อสร้างความแตกต่าง ขยายสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo) ที่เข้าถึงชุมชน ตลอดจนยกระดับบริการผ่านทีม "นายช่าง" และเร่งพัฒนาช่องทาง E-Commerce แบบครบวงจร
3. กลุ่มต้นทุนและซัพพลายเชน (Cost & Supply Chain)
-
ปัจจัยความเสี่ยง: ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (โดยเฉพาะราคาเหล็ก) และความท้าทายในการจัดหา บริหารปริมาณสินค้าคงคลังให้พอดี ไม่ให้เกิดภาวะล้นสต๊อก
-
ผลกระทบต่อธุรกิจ: หากราคาวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กปรับตัวลงแรง จะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) หากระบายของไม่ทันจะเกิดต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังที่สูง (Heavy clearance stock) แต่หากจัดหาของไม่ได้ตามเป้าก็จะเสียโอกาสในการขาย
-
แนวทางรับมือ: จัดตั้งทีมงานเฉพาะเพื่อคัดเลือกและกระจายซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ติดตามแนวโน้มราคาเหล็กอย่างใกล้ชิดเพื่อซื้อในปริมาณที่เหมาะสม และมีการนำระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์คาดการณ์เพื่อบริหาร Inventory และลดมูลค่าสต๊อกสินค้า
4. กลุ่มการเงิน สภาพคล่อง และการขยายการลงทุน (Finance, Liquidity & Expansion)
-
ปัจจัยความเสี่ยง: ภาระหนี้สิน ดอกเบี้ยจ่าย และความเสี่ยงจากการลงทุนขยายสาขาใหม่ (New Store Rollout)
-
ผลกระทบต่อธุรกิจ: การเปิดสาขาใหม่ต้องใช้เงินกู้ยืมและมีค่าใช้จ่ายคงที่ (SG&A) เริ่มต้นสูง เช่น เงินเดือนพนักงาน ทำให้ในช่วงแรกอัตรากำไรสุทธิและผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) อาจลดลง อีกทั้งบริษัทมีภาระต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงิน (Financial covenants) ของสถาบันการเงินและหุ้นกู้ หากทำไม่ได้อาจถูกยกเลิกสัญญาและกระทบการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยผันแปร
-
แนวทางรับมือ: มีการบริหารกระแสเงินสดและทำสัญญาตราสารอนุพันธ์ (Interest Rate Swap) เพื่อเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบผันแปรให้เป็นอัตราคงที่เพื่อลดความเสี่ยง และจัดหาแหล่งเงินทุนทางเลือกอย่างการออกหุ้นกู้
5. กลุ่มกฎเกณฑ์และภาครัฐ (Regulations & Government)
-
ปัจจัยความเสี่ยง: ความล่าช้าของการประมูลงานและเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ รวมถึงความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
-
ผลกระทบต่อธุรกิจ: หากงบประมาณรัฐชะลอตัวจะกระทบยอดขายของกลุ่มลูกค้ารับเหมาโครงการ (Back Office) ส่วนข้อกฎหมายหากมีการละเมิด (เช่น ลิขสิทธิ์สินค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล) จะทำให้ถูกดำเนินคดีและกระทบต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของบริษัท
-
แนวทางรับมือ: มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดูแลและให้ความรู้แก่พนักงาน มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ แหล่งที่มา และจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาก่อนวางจำหน่ายสินค้า (โดยเฉพาะ House Brand) ตลอดจนมีระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่รัดกุม
6. ความเสี่ยงอื่นๆ (Others)
-
การพึ่งพาพื้นที่เช่า: บริษัทมีการทำสัญญาเช่าที่ดิน/อาคาร หากไม่ได้รับการต่อสัญญา อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนย้ายสถานที่ หรือไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนไปได้ตามเป้าหมาย
-
การกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่: กลุ่มครอบครัวตั้งมิตรประชา ถือหุ้นรวมกันกว่าร้อยละ 70.2 ทำให้มีอำนาจในการควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด ผู้ถือหุ้นรายย่อยอาจรวบรวมเสียงเพื่อถ่วงดุลอำนาจได้ยาก
💳 คุณภาพลูกหนี้ / ชั้นอายุลูกหนี้
การวิเคราะห์คุณภาพลูกหนี้การค้าของ DOHOME จากข้อมูลในรายงาน 56-1 และหมายเหตุประกอบงบการเงินล่าสุดที่ปรากฏในแหล่งข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1. นโยบายการให้เครดิตลูกค้า (Credit Policy)
- บริษัทมีนโยบายการให้ระยะเวลาสินเชื่อ (Credit term) แก่ลูกค้าโดยปกติอยู่ที่ 30 ถึง 90 วัน
- โดยเฉลี่ยมักจะให้เครดิตที่ 30 วันเป็นหลัก หากลูกค้ามีความประสงค์จะขอปรับเปลี่ยนระยะเวลาชำระหนี้ บริษัทจะพิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case basis) ซึ่งมักจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 45-60 วัน
2. ชั้นอายุลูกหนี้การค้า (Aging of Receivables) อ้างอิงจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ไตรมาส 1 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2567 (Q1/2024) ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกล่าสุดที่เปิดเผยในเอกสาร โครงสร้างอายุลูกหนี้การค้า (เฉพาะกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน) มีดังนี้:
- ยังไม่ถึงกำหนดชำระ: 889.09 ล้านบาท (Q1/2024) เทียบกับ 711.08 ล้านบาท (Q1/2023)
-
ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน: 365.97 ล้านบาท (Q1/2024) เทียบกับ 480.86 ล้านบาท (Q1/2023)
-
ค้างชำระ 3 - 6 เดือน: 27.07 ล้านบาท (Q1/2024) เทียบกับ 30.16 ล้านบาท (Q1/2023)
-
ค้างชำระ 6 - 12 เดือน: 41.46 ล้านบาท (Q1/2024) เทียบกับ 50.25 ล้านบาท (Q1/2023)
-
ค้างชำระมากกว่า 12 เดือน: 176.54 ล้านบาท (Q1/2024) เทียบกับ 152.85 ล้านบาท (Q1/2023)
-
รวมลูกหนี้การค้าก่อนหักค่าเผื่อฯ: 1,550.14 ล้านบาท (Q1/2024) (หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดชั้นอายุลูกหนี้แบบแยกส่วนของงบการเงินช่วงปี 2568 - 2569 ครับ)
3. สัดส่วนลูกหนี้ด้อยคุณภาพ / ค้างนาน
-
คุณภาพลูกหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยยอด "ยังไม่ถึงกำหนดชำระ" และ "ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน" มีสัดส่วนรวมกันถึง 80.9% ของลูกหนี้การค้ารวมใน Q1/2024
-
ส่วนลูกหนี้กลุ่มค้างชำระนานเกิน 12 เดือน ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย (NPLs) อยู่ที่ 176.54 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 11.3% ของลูกหนี้รวม
4. ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) และหนี้สูญ
-
การตั้งสำรอง: บริษัทตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ไว้อย่างรัดกุม โดยใน Q1/2024 ตั้งไว้ที่ 163.85 ล้านบาท (เทียบกับ 170.12 ล้านบาทใน Q1/2023) ซึ่งถือว่าครอบคลุมยอดลูกหนี้กลุ่มที่ค้างชำระเกิน 12 เดือนเกือบทั้งหมด
-
นโยบายตัดหนี้สูญ: บริษัทจะทำการตัดจำหน่ายลูกหนี้การค้า (Write-offs) เมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่มีความคาดหวังอย่างสมเหตุสมผลที่จะได้รับเงินคืน เช่น ลูกหนี้ปฏิเสธการชำระหนี้ตามแผน หรือไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ได้ (ตัวอย่างเช่นในปี 2021 เคยมีการตัดหนี้สูญไป 33.8 ล้านบาท)
5. แนวโน้มเมื่อเทียบกับอดีต (Trends Analysis)
-
พอร์ตลูกหนี้คุณภาพดีเติบโตขึ้น: ยอดลูกหนี้ "ยังไม่ถึงกำหนดชำระ" เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 711 ลบ. (Q1/2023) เป็น 889 ลบ. (Q1/2024) ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของช่องทางการขายเครดิต
-
ประสิทธิภาพการเก็บหนี้ดีขึ้น: ลูกหนี้ค้างชำระในระยะกลาง (0-3 เดือน, 3-6 เดือน, 6-12 เดือน) ปรับตัว ลดลงทุกช่วงอายุ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีการติดตามทวงถามหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
หนี้ค้างนานค่อนข้างทรงตัว: แม้กลุ่มหนี้ค้างชำระเกิน 12 เดือนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 152 ลบ. เป็น 176 ลบ. แต่บริษัทมีการควบคุมความเสี่ยงด้วยการตั้งสำรอง (ECL) รองรับไว้อย่างเพียงพอมาโดยตลอด
📅 งบการเงินรายไตรมาส — แบบชีตวิเคราะห์ (SETSMART, 2018-2026)
งบดุล (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์ (Assets) | |||||||||
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดCash And Cash Equivalents | |||||||||
| Q1 | — | 167 | 80 | 223 | 124 | 154 | 202 | 141 | 124 |
| Q2 | — | 134 | 261 | 148 | 129 | 153 | 209 | 302 | — |
| Q3 | — | 143 | 177 | 140 | 146 | 158 | 203 | 146 | — |
| สิ้นปี | 167 | 204 | 100 | 301 | 160 | 296 | 124 | 145 | — |
| %Common Size | 1.0% | 1.1% | 0.5% | 1.1% | 0.5% | 0.9% | 0.4% | 0.4% | — |
| เงินลงทุนระยะสั้น (สุทธิ)Short-Term Investments - Net | |||||||||
| Q1 | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Q2 | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Q3 | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| สิ้นปี | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| %Common Size | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | — |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (สุทธิ)Trade And Other Receivables - Current - Net | |||||||||
| Q1 | — | 979 | 901 | 1,096 | 1,744 | 1,615 | 1,341 | 1,691 | 1,883 |
| Q2 | — | 961 | 833 | 1,114 | 1,556 | 1,360 | 1,560 | 1,495 | — |
| Q3 | — | 904 | 890 | 1,180 | 1,304 | 1,298 | 1,500 | 1,420 | — |
| สิ้นปี | 836 | 860 | 996 | 1,571 | 1,463 | 1,326 | 1,587 | 1,390 | — |
| %Common Size | 5.0% | 4.7% | 4.8% | 5.8% | 4.4% | 3.9% | 4.7% | 4.1% | — |
| สินค้าคงเหลือ (สุทธิ)Inventories - Net | |||||||||
| Q1 | — | 6,657 | 7,046 | 9,523 | 13,754 | 14,113 | 13,294 | 12,359 | 12,798 |
| Q2 | — | 6,791 | 7,263 | 10,412 | 14,762 | 13,467 | 13,585 | 11,779 | — |
| Q3 | — | 6,680 | 8,583 | 11,972 | 14,107 | 12,906 | 13,277 | 12,187 | — |
| สิ้นปี | 6,260 | 7,048 | 8,560 | 11,796 | 13,761 | 13,264 | 12,412 | 12,674 | — |
| %Common Size | 37.5% | 38.8% | 41.2% | 43.3% | 41.3% | 39.0% | 37.0% | 36.9% | — |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียนTotal Current Assets | |||||||||
| Q1 | — | 7,867 | 8,095 | 11,108 | 16,093 | 16,195 | 14,986 | 14,452 | 14,905 |
| Q2 | — | 7,960 | 8,447 | 11,886 | 16,704 | 15,162 | 15,570 | 13,843 | — |
| Q3 | — | 7,803 | 9,732 | 13,614 | 15,778 | 14,705 | 15,102 | 13,921 | — |
| สิ้นปี | 7,331 | 8,204 | 9,749 | 13,974 | 15,659 | 15,044 | 14,442 | 14,298 | — |
| %Common Size | 44.0% | 45.2% | 47.0% | 51.3% | 47.0% | 44.3% | 43.0% | 41.7% | — |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ)Property, Plant And Equipment - Net | |||||||||
| Q1 | — | 9,187 | 9,655 | 10,690 | 13,287 | 16,246 | 17,239 | 17,780 | 18,042 |
| Q2 | — | 9,177 | 9,885 | 11,052 | 14,675 | 17,011 | 17,146 | 18,025 | — |
| Q3 | — | 9,533 | 10,078 | 11,530 | 15,438 | 17,237 | 17,196 | 18,073 | — |
| สิ้นปี | 8,874 | 9,628 | 10,415 | 12,346 | 16,016 | 17,356 | 17,555 | 18,181 | — |
| %Common Size | 53.2% | 53.0% | 50.2% | 45.3% | 48.1% | 51.1% | 52.3% | 53.0% | — |
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (สุทธิ)Intangible Assets - Net | |||||||||
| Q1 | — | 14 | 82 | 91 | 97 | 122 | 123 | 128 | 129 |
| Q2 | — | 84 | 84 | 89 | 103 | 121 | 120 | 129 | — |
| Q3 | — | 80 | 85 | 95 | 117 | 124 | 124 | 134 | — |
| สิ้นปี | 16 | 78 | 90 | 90 | 115 | 123 | 129 | 134 | — |
| %Common Size | 0.1% | 0.4% | 0.4% | 0.3% | 0.3% | 0.4% | 0.4% | 0.4% | — |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนTotal Non-Current Assets | |||||||||
| Q1 | — | 9,744 | 10,062 | 11,496 | 14,413 | 17,892 | 18,823 | 19,549 | 19,919 |
| Q2 | — | 9,802 | 10,327 | 11,848 | 15,802 | 18,594 | 18,740 | 19,824 | — |
| Q3 | — | 10,154 | 10,669 | 12,460 | 16,682 | 18,827 | 18,787 | 19,905 | — |
| สิ้นปี | 9,344 | 9,948 | 11,016 | 13,253 | 17,659 | 18,939 | 19,124 | 20,008 | — |
| %Common Size | 56.0% | 54.8% | 53.0% | 48.7% | 53.0% | 55.7% | 57.0% | 58.3% | — |
| สินทรัพย์รวมTotal Assets | |||||||||
| Q1 | — | 17,611 | 18,158 | 22,604 | 30,506 | 34,087 | 33,808 | 34,001 | 34,824 |
| Q2 | — | 17,762 | 18,774 | 23,734 | 32,506 | 33,757 | 34,310 | 33,667 | — |
| Q3 | — | 17,957 | 20,402 | 26,075 | 32,460 | 33,532 | 33,889 | 33,826 | — |
| สิ้นปี | 16,675 | 18,152 | 20,765 | 27,227 | 33,318 | 33,983 | 33,566 | 34,306 | — |
| หนี้สิน (Liabilities) | |||||||||
| เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นTrade And Other Payables - Current | |||||||||
| Q1 | — | 3,062 | 2,658 | 3,742 | 5,909 | 4,297 | 3,757 | 4,227 | 4,088 |
| Q2 | — | 2,636 | 2,912 | 3,581 | 4,500 | 3,320 | 3,636 | 3,599 | — |
| Q3 | — | 1,923 | 3,265 | 3,752 | 3,539 | 3,553 | 3,136 | 3,803 | — |
| สิ้นปี | 2,128 | 2,488 | 2,845 | 3,897 | 4,483 | 3,855 | 3,182 | 3,497 | — |
| %Common Size | 12.8% | 13.7% | 13.7% | 14.3% | 13.5% | 11.3% | 9.5% | 10.2% | — |
| รวมหนี้สินหมุนเวียนTotal Current Liabilities | |||||||||
| Q1 | — | 10,376 | 8,880 | 12,071 | 16,070 | 16,495 | 15,710 | 15,682 | 16,326 |
| Q2 | — | 13,047 | 8,722 | 12,444 | 16,842 | 16,240 | 15,438 | 15,662 | — |
| Q3 | — | 8,543 | 10,435 | 12,460 | 15,951 | 15,484 | 15,555 | 15,642 | — |
| สิ้นปี | 9,596 | 9,066 | 10,675 | 13,325 | 16,456 | 15,869 | 15,332 | 15,513 | — |
| %Common Size | 57.5% | 49.9% | 51.4% | 48.9% | 49.4% | 46.7% | 45.7% | 45.2% | — |
| เงินเบิกเกินบัญชี & เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินBank Overdrafts And Short-Term Borrowings From Financial Institutions | |||||||||
| Q1 | — | 6,427 | 5,140 | 7,143 | 9,171 | 11,307 | 10,732 | 9,859 | 10,728 |
| Q2 | — | 6,928 | 5,209 | 7,681 | 11,341 | 11,953 | 10,510 | 10,570 | — |
| Q3 | — | 5,382 | 6,404 | 7,798 | 11,641 | 10,947 | 10,857 | 10,692 | — |
| สิ้นปี | 6,577 | 5,732 | 6,852 | 8,494 | 11,161 | 10,873 | 10,589 | 10,806 | — |
| %Common Size | 39.4% | 31.6% | 33.0% | 31.2% | 33.5% | 32.0% | 31.5% | 31.5% | — |
| หนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปีCurrent Portion Of Long-Term Debts | |||||||||
| Q1 | — | 820 | 982 | 900 | 655 | 787 | 1,090 | 1,469 | 1,390 |
| Q2 | — | 862 | 491 | 830 | 741 | 857 | 1,169 | 1,362 | — |
| Q3 | — | 1,207 | 689 | 761 | 716 | 945 | 1,483 | 1,097 | — |
| สิ้นปี | 839 | 803 | 801 | 688 | 751 | 1,071 | 1,483 | 1,152 | — |
| %Common Size | 5.0% | 4.4% | 3.9% | 2.5% | 2.3% | 3.2% | 4.4% | 3.4% | — |
| หนี้สินระยะสั้น (Short-Term Debts) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 7,247 | 6,122 | 8,043 | 9,827 | 12,094 | 11,822 | 11,328 | 12,118 |
| Q2 | — | 7,790 | 5,700 | 8,512 | 12,081 | 12,810 | 11,678 | 11,932 | — |
| Q3 | — | 6,589 | 7,093 | 8,559 | 12,357 | 11,892 | 12,339 | 11,790 | — |
| สิ้นปี | 7,416 | 6,535 | 7,653 | 9,183 | 11,912 | 11,944 | 12,072 | 11,958 | — |
| %Common Size | 44.5% | 36.0% | 36.9% | 33.7% | 35.8% | 35.1% | 36.0% | 34.9% | — |
| หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debts) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 2,107 | 2,477 | 2,579 | 2,763 | 5,090 | 5,007 | 4,429 | 3,851 |
| Q2 | — | 1,900 | 3,130 | 2,749 | 3,702 | 5,010 | 5,580 | 3,939 | — |
| Q3 | — | 3,004 | 2,822 | 2,771 | 4,499 | 5,436 | 4,984 | 3,969 | — |
| สิ้นปี | 2,210 | 2,536 | 2,739 | 2,737 | 4,647 | 5,287 | 4,711 | 4,470 | — |
| %Common Size | 13.3% | 14.0% | 13.2% | 10.1% | 13.9% | 15.6% | 14.0% | 13.0% | — |
| หนี้สินรวมมีดอกเบี้ย (Total Debts) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 9,354 | 8,599 | 10,622 | 12,589 | 17,184 | 16,830 | 15,757 | 15,969 |
| Q2 | — | 9,690 | 8,830 | 11,261 | 15,784 | 17,821 | 17,258 | 15,871 | — |
| Q3 | — | 9,592 | 9,916 | 11,331 | 16,856 | 17,328 | 17,324 | 15,759 | — |
| สิ้นปี | 9,625 | 9,071 | 10,392 | 11,920 | 16,559 | 17,232 | 16,782 | 16,428 | — |
| D/E | 2.01 | 1.40 | 1.47 | 1.10 | 1.43 | 1.42 | 1.31 | 1.23 | — |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียนTotal Non-Current Liabilities | |||||||||
| Q1 | — | 2,195 | 2,698 | 2,897 | 3,092 | 5,724 | 5,674 | 5,244 | 4,832 |
| Q2 | — | 1,990 | 3,333 | 3,055 | 4,046 | 5,622 | 6,272 | 4,793 | — |
| Q3 | — | 3,089 | 3,093 | 3,065 | 4,841 | 6,060 | 5,674 | 4,868 | — |
| สิ้นปี | 2,287 | 2,626 | 3,001 | 3,021 | 5,259 | 5,938 | 5,408 | 5,385 | — |
| %Common Size | 13.7% | 14.5% | 14.5% | 11.1% | 15.8% | 17.5% | 16.1% | 15.7% | — |
| รวมหนี้สินTotal Liabilities | |||||||||
| Q1 | — | 12,572 | 11,577 | 14,968 | 19,162 | 22,219 | 21,384 | 20,926 | 21,159 |
| Q2 | — | 15,036 | 12,055 | 15,499 | 20,887 | 21,862 | 21,710 | 20,455 | — |
| Q3 | — | 11,632 | 13,528 | 15,525 | 20,792 | 21,544 | 21,229 | 20,510 | — |
| สิ้นปี | 11,882 | 11,691 | 13,675 | 16,347 | 21,715 | 21,807 | 20,740 | 20,898 | — |
| %Common Size | 71.3% | 64.4% | 65.9% | 60.0% | 65.2% | 64.2% | 61.8% | 60.9% | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) | |||||||||
| กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรRetained Earnings (Deficits) - Unappropriated | |||||||||
| Q1 | — | 3,557 | 1,629 | 2,340 | 3,785 | 3,780 | 4,118 | 4,600 | 5,004 |
| Q2 | — | 1,243 | 1,776 | 2,741 | 3,562 | 3,617 | 4,155 | 4,586 | — |
| Q3 | — | 1,377 | 1,620 | 3,082 | 3,612 | 3,708 | 4,232 | 4,688 | — |
| สิ้นปี | 3,310 | 1,495 | 1,800 | 3,325 | 3,521 | 3,874 | 4,355 | 4,753 | — |
| %Common Size | 19.9% | 8.2% | 8.7% | 12.2% | 10.6% | 11.4% | 13.0% | 13.9% | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่Equity Attributable To Owners Of The Parent | |||||||||
| Q1 | — | 5,039 | 6,580 | 7,637 | 11,344 | 11,868 | 12,424 | 13,075 | 13,665 |
| Q2 | — | 2,726 | 6,719 | 8,235 | 11,619 | 11,895 | 12,601 | 13,212 | — |
| Q3 | — | 6,325 | 6,874 | 10,550 | 11,667 | 11,989 | 12,660 | 13,316 | — |
| สิ้นปี | 4,792 | 6,460 | 7,090 | 10,880 | 11,603 | 12,176 | 12,826 | 13,408 | — |
| %Common Size | 28.7% | 35.6% | 34.1% | 40.0% | 34.8% | 35.8% | 38.2% | 39.1% | — |
งบกำไรขาดทุน (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| โครงสร้างรายได้ (Revenue Structure) | |||||||||
| รายได้จากการดำเนินงาน (ธุรกิจหลัก)Revenue From Operations | |||||||||
| Q1 | — | 4,909 | 4,543 | 6,110 | 8,318 | 8,462 | 7,959 | 8,079 | 8,098 |
| Q2 | — | 4,443 | 4,572 | 6,366 | 7,885 | 7,994 | 8,016 | 7,283 | — |
| Q3 | — | 4,086 | 4,707 | 6,035 | 7,475 | 7,431 | 7,393 | 6,753 | — |
| Q4 | 4,573 | 4,292 | 4,795 | 7,274 | 7,643 | 7,331 | 7,623 | 6,996 | — |
| ทั้งปี | — | 17,730 | 18,618 | 25,785 | 31,321 | 31,218 | 30,991 | 29,110 | — |
| %YoY Growth | — | — | 5.0% | 38.5% | 21.5% | -0.3% | -0.7% | -6.1% | — |
| รายได้อื่นOther Income | |||||||||
| Q1 | — | 71 | 79 | 22 | 42 | 57 | 64 | 56 | 68 |
| Q2 | — | 68 | 69 | 32 | 58 | 60 | 80 | 81 | — |
| Q3 | — | 63 | 72 | 28 | 48 | 77 | 115 | 84 | — |
| Q4 | 60 | 43 | 88 | 51 | 75 | 190 | 94 | 77 | — |
| ทั้งปี | — | 245 | 307 | 133 | 223 | 385 | 353 | 299 | — |
| %Common Size | — | 1.4% | 1.6% | 0.5% | 0.7% | 1.2% | 1.1% | 1.0% | — |
| %YoY Growth | — | — | 25.4% | -56.6% | 67.3% | 72.8% | -8.2% | -15.4% | — |
| รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลInterest And Dividend Income | |||||||||
| Q1 | — | 0 | 0 | 7 | 4 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Q2 | — | 0 | 0 | 4 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Q3 | — | 0 | 0 | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Q4 | 0 | 0 | 0 | 7 | 0 | 0 | 0 | 4 | — |
| ทั้งปี | — | 0 | 0 | 19 | 4 | 0 | 0 | 4 | — |
| %Common Size | — | 0.0% | 0.0% | 0.1% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | 0.0% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | — | -79.5% | -100.0% | — | — | — |
| รายได้รวมทั้งหมดของบริษัทTotal Revenue | |||||||||
| Q1 | — | 4,980 | 4,622 | 6,139 | 8,364 | 8,519 | 8,023 | 8,136 | 8,166 |
| Q2 | — | 4,511 | 4,640 | 6,401 | 7,943 | 8,055 | 8,096 | 7,364 | — |
| Q3 | — | 4,149 | 4,780 | 6,065 | 7,523 | 7,508 | 7,509 | 6,837 | — |
| Q4 | 4,634 | 4,335 | 4,883 | 7,332 | 7,717 | 7,521 | 7,718 | 7,089 | — |
| ทั้งปี | — | 17,975 | 18,925 | 25,937 | 31,547 | 31,603 | 31,345 | 29,426 | — |
| %YoY Growth | — | — | 5.3% | 37.1% | 21.6% | 0.2% | -0.8% | -6.1% | — |
| ต้นทุนขาย (COGS) | |||||||||
| ต้นทุนCosts | |||||||||
| Q1 | — | 4,139 | 3,872 | 4,786 | 6,853 | 7,065 | 6,542 | 6,660 | 6,674 |
| Q2 | — | 3,737 | 3,927 | 4,921 | 6,559 | 6,876 | 6,615 | 5,972 | — |
| Q3 | — | 3,442 | 3,951 | 4,851 | 6,428 | 6,283 | 6,180 | 5,558 | — |
| Q4 | 3,940 | 3,593 | 3,988 | 6,020 | 6,594 | 6,094 | 6,345 | 5,864 | — |
| ทั้งปี | — | 14,911 | 15,737 | 20,578 | 26,434 | 26,317 | 25,683 | 24,055 | — |
| %Common Size | — | 83.0% | 83.2% | 79.3% | 83.8% | 83.3% | 81.9% | 81.7% | — |
| %YoY Growth | — | — | 5.5% | 30.8% | 28.5% | -0.4% | -2.4% | -6.3% | — |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 841 | 750 | 1,353 | 1,511 | 1,454 | 1,480 | 1,475 | 1,492 |
| Q2 | — | 774 | 714 | 1,480 | 1,384 | 1,179 | 1,480 | 1,392 | — |
| Q3 | — | 707 | 828 | 1,214 | 1,096 | 1,226 | 1,329 | 1,279 | — |
| Q4 | 694 | 742 | 895 | 1,312 | 1,123 | 1,428 | 1,373 | 1,225 | — |
| ทั้งปี | 694 | 3,065 | 3,188 | 5,359 | 5,114 | 5,286 | 5,662 | 5,371 | 1,492 |
| %GPM | — | 17.0% | 16.8% | 20.7% | 16.2% | 16.7% | 18.1% | 18.3% | — |
| %YoY Growth | — | 341.9% | 4.0% | 68.1% | -4.6% | 3.4% | 7.1% | -5.1% | -72.2% |
| ค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร (SG&A) | |||||||||
| ค่าใช้จ่ายในการขายSelling Expenses | |||||||||
| Q1 | — | 361 | 365 | 459 | 644 | 786 | 827 | 820 | 868 |
| Q2 | — | 358 | 384 | 526 | 708 | 769 | 872 | 840 | — |
| Q3 | — | 370 | 423 | 544 | 750 | 767 | 851 | 844 | — |
| Q4 | 384 | 384 | 424 | 644 | 765 | 799 | 818 | 842 | — |
| ทั้งปี | — | 1,473 | 1,595 | 2,172 | 2,866 | 3,121 | 3,367 | 3,346 | — |
| %Common Size | — | 8.2% | 8.4% | 8.4% | 9.1% | 9.9% | 10.7% | 11.4% | — |
| %YoY Growth | — | — | 8.3% | 36.1% | 32.0% | 8.9% | 7.9% | -0.6% | — |
| ค่าใช้จ่ายในการบริหารAdministrative Expenses | |||||||||
| Q1 | — | 92 | 99 | 147 | 230 | 215 | 198 | 226 | 235 |
| Q2 | — | 97 | 91 | 148 | 199 | 223 | 226 | 254 | — |
| Q3 | — | 114 | 113 | 177 | 192 | 206 | 237 | 211 | — |
| Q4 | 92 | 102 | 140 | 191 | 241 | 222 | 228 | 177 | — |
| ทั้งปี | — | 406 | 442 | 664 | 862 | 867 | 888 | 868 | — |
| %Common Size | — | 2.3% | 2.3% | 2.6% | 2.7% | 2.7% | 2.8% | 2.9% | — |
| %YoY Growth | — | — | 9.0% | 50.0% | 29.9% | 0.5% | 2.5% | -2.3% | — |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารSelling And Administrative Expenses | |||||||||
| Q1 | — | 453 | 464 | 606 | 874 | 1,001 | 1,024 | 1,046 | 1,102 |
| Q2 | — | 455 | 474 | 674 | 907 | 993 | 1,099 | 1,094 | — |
| Q3 | — | 484 | 536 | 721 | 942 | 973 | 1,087 | 1,056 | — |
| Q4 | 477 | 486 | 563 | 835 | 1,005 | 1,021 | 1,045 | 1,018 | — |
| ทั้งปี | — | 1,879 | 2,038 | 2,836 | 3,728 | 3,988 | 4,256 | 4,214 | — |
| %Common Size | — | 10.5% | 10.8% | 10.9% | 11.8% | 12.6% | 13.6% | 14.3% | — |
| %YoY Growth | — | — | 8.4% | 39.1% | 31.5% | 7.0% | 6.7% | -1.0% | — |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 385 | 286 | 747 | 636 | 447 | 456 | 428 | 390 |
| Q2 | — | 319 | 239 | 806 | 475 | 187 | 381 | 298 | — |
| Q3 | — | 214 | 292 | 488 | 154 | 252 | 239 | 223 | — |
| Q4 | 216 | 238 | 332 | 482 | 42 | 402 | 327 | 206 | — |
| ทั้งปี | 216 | 1,156 | 1,149 | 2,524 | 1,307 | 1,288 | 1,402 | 1,156 | 390 |
| %EBIT | — | 6.4% | 6.1% | 9.7% | 4.1% | 4.1% | 4.5% | 3.9% | — |
| %YoY Growth | — | 433.8% | -0.6% | 119.6% | -48.2% | -1.5% | 8.8% | -17.6% | -66.3% |
| EBITDA 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 485 | 404 | 880 | 804 | 664 | 703 | 680 | 668 |
| Q2 | — | 522 | 475 | 1,084 | 832 | 624 | 877 | 807 | — |
| Q3 | — | 520 | 662 | 911 | 726 | 917 | 985 | 1,001 | — |
| Q4 | 604 | 646 | 835 | 1,072 | 827 | 1,300 | 1,322 | 1,262 | — |
| ทั้งปี | 604 | 2,172 | 2,375 | 3,947 | 3,189 | 3,504 | 3,887 | 3,750 | 668 |
| %EBITDA | — | 12.1% | 12.6% | 15.2% | 10.1% | 11.1% | 12.4% | 12.7% | — |
| %YoY Growth | — | 259.4% | 9.4% | 66.2% | -19.2% | 9.9% | 11.0% | -3.5% | -82.2% |
| ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย)Finance Costs | |||||||||
| Q1 | — | 76 | 64 | 64 | 67 | 122 | 153 | 125 | 82 |
| Q2 | — | 76 | 57 | 66 | 82 | 141 | 146 | 109 | — |
| Q3 | — | 75 | 59 | 61 | 90 | 145 | 147 | 101 | — |
| Q4 | 80 | 70 | 64 | 67 | 111 | 158 | 137 | 96 | — |
| ทั้งปี | — | 298 | 245 | 258 | 350 | 566 | 583 | 431 | — |
| %Common Size | — | 1.7% | 1.3% | 1.0% | 1.1% | 1.8% | 1.9% | 1.5% | — |
| %YoY Growth | — | — | -17.8% | 5.2% | 35.8% | 61.7% | 3.0% | -26.1% | — |
| กำไรก่อนภาษี (EBT) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 308 | 222 | 684 | 569 | 324 | 303 | 304 | 308 |
| Q2 | — | 243 | 182 | 740 | 393 | 46 | 235 | 189 | — |
| Q3 | — | 139 | 234 | 427 | 63 | 108 | 92 | 122 | — |
| Q4 | 136 | 168 | 267 | 415 | -68 | 244 | 190 | 110 | — |
| ทั้งปี | 136 | 858 | 904 | 2,266 | 957 | 722 | 819 | 725 | 308 |
| %EBT | — | 4.8% | 4.8% | 8.7% | 3.0% | 2.3% | 2.6% | 2.5% | — |
| %YoY Growth | — | 528.6% | 5.4% | 150.6% | -57.8% | -24.6% | 13.5% | -11.4% | -57.6% |
| ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้Income Tax Expense | |||||||||
| Q1 | — | 61 | 44 | 140 | 109 | 66 | 58 | 59 | 57 |
| Q2 | — | 50 | 35 | 139 | 77 | 6 | 42 | 32 | — |
| Q3 | — | 5 | 46 | 86 | 13 | 17 | 15 | 20 | — |
| Q4 | 27 | 15 | 52 | 82 | -17 | 48 | 30 | 14 | — |
| ทั้งปี | — | 132 | 177 | 448 | 183 | 136 | 145 | 124 | — |
| %Common Size | — | 0.7% | 0.9% | 1.7% | 0.6% | 0.4% | 0.5% | 0.4% | — |
| %YoY Growth | — | — | 34.1% | 152.5% | -59.2% | -25.3% | 6.2% | -14.4% | — |
| กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่)Net Profit (Loss) Attributable To : Owners Of The Parent | |||||||||
| Q1 | — | 247 | 177 | 543 | 460 | 258 | 244 | 245 | 251 |
| Q2 | — | 192 | 146 | 601 | 315 | 39 | 193 | 157 | — |
| Q3 | — | 134 | 188 | 340 | 50 | 91 | 77 | 102 | — |
| Q4 | 110 | 152 | 215 | 333 | -51 | 197 | 160 | 97 | — |
| ทั้งปี | — | 726 | 727 | 1,818 | 774 | 585 | 674 | 601 | — |
| %NPM | — | 4.0% | 3.8% | 7.0% | 2.5% | 1.9% | 2.2% | 2.0% | — |
| %YoY Growth | — | — | 0.2% | 150.2% | -57.4% | -24.4% | 15.2% | -10.8% | — |
งบกระแสเงินสด (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| กิจกรรมดำเนินงาน (Operating Activities) | |||||||||
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายDepreciation And Amortisation | |||||||||
| Q1 | — | 100 | 118 | 132 | 168 | 217 | 248 | 252 | 278 |
| Q2 | — | 203 | 235 | 278 | 357 | 437 | 496 | 509 | — |
| Q3 | — | 305 | 370 | 423 | 572 | 664 | 746 | 778 | — |
| สิ้นปี | 388 | 408 | 503 | 590 | 784 | 897 | 996 | 1,056 | — |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานNet Cash From (Used In) Operating Activities | |||||||||
| Q1 | — | 799 | 465 | 436 | 319 | 25 | 479 | 1,571 | 716 |
| Q2 | — | 596 | 838 | 121 | -1,273 | 329 | 19 | 2,055 | — |
| Q3 | — | 206 | 102 | -1,186 | -1,004 | 1,349 | 439 | 2,401 | — |
| สิ้นปี | 852 | 588 | -59 | -661 | -46 | 1,947 | 1,401 | 2,030 | — |
| CFO/กำไรสุทธิ | — | 0.81 | -0.08 | -0.36 | -0.06 | 3.33 | 2.08 | 3.38 | — |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) 🔢 | |||||||||
| Q1 | — | 362 | 270 | -94 | -661 | -629 | 319 | 1,050 | 448 |
| Q2 | — | -8 | 270 | -781 | -3,957 | -1,248 | -85 | 1,116 | — |
| Q3 | — | -856 | -756 | -2,807 | -5,008 | -739 | -154 | 1,069 | — |
| สิ้นปี | -255 | -581 | -1,332 | -3,231 | -4,687 | -493 | 314 | 404 | — |
| กิจกรรมลงทุน (Investing Activities) | |||||||||
| เงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร (CAPEX)Payment For Purchase Of Fixed Assets | |||||||||
| Q1 | — | -438 | -195 | -530 | -980 | -654 | -159 | -521 | -268 |
| Q2 | — | -603 | -568 | -903 | -2,684 | -1,577 | -104 | -940 | — |
| Q3 | — | -1,062 | -858 | -1,621 | -4,004 | -2,088 | -593 | -1,331 | — |
| สิ้นปี | -1,107 | -1,169 | -1,273 | -2,570 | -4,641 | -2,440 | -1,087 | -1,626 | — |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนNet Cash From (Used In) Investing Activities | |||||||||
| Q1 | — | -525 | -60 | -528 | -1,150 | -652 | -159 | -519 | -267 |
| Q2 | — | -687 | -478 | -898 | -2,680 | -1,571 | -103 | -936 | — |
| Q3 | — | -1,147 | -852 | -1,621 | -3,997 | -2,079 | -591 | -1,326 | — |
| สิ้นปี | -1,246 | -944 | -1,285 | -2,558 | -4,638 | -2,438 | -1,083 | -1,620 | — |
| กิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Activities) | |||||||||
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินNet Cash From (Used In) Financing Activities | |||||||||
| Q1 | — | -274 | -536 | 216 | 654 | 620 | -414 | -1,035 | -469 |
| Q2 | — | 58 | -303 | 825 | 3,781 | 1,234 | -5 | -942 | — |
| Q3 | — | 916 | 723 | 2,847 | 4,845 | 728 | 57 | -1,053 | — |
| สิ้นปี | 470 | 393 | 1,239 | 3,421 | 4,542 | 626 | -491 | -390 | — |
➕ บรรทัดเพิ่มเติมนอกชีต (พิจารณาเก็บ)
✅ = หนูแนะนำให้เก็บ (มีประโยชน์เชิงวิเคราะห์) · ⚪ = ทางเลือก/รายละเอียดย่อย (ส่วนใหญ่ตัดได้)
➕ งบดุล — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ⚪ Other Current Receivables | 836 | 860 | 996 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Current Portion of Lease Receivables - Net | 0 | 0 | 0 | 3 | 3 | 4 | 4 | 5 | — |
| ⚪ Short-Term Loan and Interest Receivables | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Parties | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Current Portion of Long-Term Loan Receivables | 0 | 0 | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Derivative Assets - Current | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Current Financial Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Current Financial Assets - Others | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | 65 | 91 | 91 | 303 | 271 | 154 | 316 | 85 | — |
| ⚪ Other Current Assets - Others | 65 | 91 | 91 | 303 | 271 | 154 | 316 | 85 | — |
| ⚪ Restricted Deposits - Non-Current | 453 | 242 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Trade and Other Receivables - Non-Current - Net | 0 | 0 | 21 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Non-Current Portion of Lease Receivables - Net | 0 | 0 | 0 | 24 | 22 | 19 | 13 | 8 | — |
| ⚪ Long-Term Investments - Net (Amended Account) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Derivative Assets - Non-Current | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Non-Current Financial Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Non-Current Financial Assets - Others | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ✅ Right-of-Use Assets - Net | 0 | 0 | 0 | 794 | 1,478 | 1,416 | 1,390 | 1,635 | — |
| ⚪ Software Licences | 0 | 0 | 0 | 0 | 115 | 123 | 129 | 0 | — |
| ⚪ Intangible Assets - Others | 16 | 78 | 90 | 90 | 0 | 0 | 0 | 134 | — |
| ✅ Deferred Tax Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 28 | 25 | 37 | 50 | — |
| ⚪ Other Non-Current Assets | 0 | 0 | 491 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Advance Payment for Purchases of Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Non-Current Assets - Others | 0 | 0 | 491 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Financial Institutions | 839 | 803 | 801 | 688 | 751 | 1,071 | 1,184 | 1,152 | — |
| ⚪ Bonds | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 300 | 0 | — |
| ⚪ Current Portion of Long-Term Debts - Others | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Derivative Liabilities - Current | 0 | 0 | 24 | 2 | 13 | 5 | 4 | 2 | — |
| ⚪ Other Current Financial Liabilities | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Current Financial Liabilities - Others | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ✅ Current Portion of Lease Liabilities | 13 | 13 | 56 | 51 | 17 | 17 | 11 | 11 | — |
| ⚪ Income Tax Payableภาษีเงินได้ค้างจ่าย | 5 | 26 | 90 | 156 | 4 | 35 | 25 | 17 | — |
| ⚪ Other Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียนอื่น | 34 | 4 | 6 | 37 | 28 | 14 | 38 | 29 | — |
| ✅ Non-Current Portion of Lease Liabilities | 41 | 27 | 205 | 203 | 517 | 545 | 572 | 769 | — |
| ⚪ Derivative Liabilities - Non-Current | 0 | 0 | 0 | 13 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Long-Term Provisions | 0 | 0 | 0 | 0 | 44 | 55 | 71 | 0 | — |
| ⚪ Provisions for Employee Benefit Obligations - Non-Current | 18 | 25 | 32 | 36 | 0 | 0 | 0 | 81 | — |
| ✅ Deferred Tax Liabilities | 6 | 20 | 4 | 6 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Non-Current Liabilities | 13 | 17 | 21 | 27 | 51 | 51 | 54 | 65 | — |
| ⚪ Authorised Share Capital | 1,856 | 1,856 | 2,166 | 3,244 | 2,908 | 3,089 | 3,234 | 3,387 | — |
| ⚪ Authorised Ordinary Shares | 1,856 | 1,856 | 2,166 | 3,244 | 2,908 | 3,089 | 3,234 | 3,387 | — |
| ⚪ Issued and Paid-Up Share Capital | 1,400 | 1,856 | 2,166 | 2,422 | 2,907 | 3,089 | 3,230 | 3,383 | — |
| ⚪ Paid-Up Ordinary Shares | 1,400 | 1,856 | 2,166 | 2,422 | 2,907 | 3,089 | 3,230 | 3,383 | — |
| ⚪ Premium (Discount) on Share Capital | 655 | 3,647 | 3,647 | 5,553 | 5,555 | 5,566 | 5,566 | 5,566 | — |
| ⚪ Premium (Discount) on Ordinary Shares | 655 | 3,647 | 3,647 | 5,553 | 5,555 | 5,566 | 5,566 | 5,566 | — |
| ⚪ Premium on Ordinary Shares | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 5,566 | — |
| ⚪ Retained Earnings (Deficits) | 3,330 | 1,550 | 1,889 | 3,505 | 3,737 | 4,116 | 4,627 | 5,052 | — |
| ✅ Retained Earnings - Appropriated | 20 | 54 | 89 | 180 | 215 | 242 | 272 | 299 | — |
| ⚪ Legal and Statutory Reserves | 20 | 54 | 89 | 180 | 215 | 242 | 272 | 299 | — |
| ⚪ Other Components of Equity | -592 | -592 | -611 | -600 | -595 | -596 | -596 | -594 | — |
| ⚪ Surplus (Deficits) | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | — |
| ⚪ Surplus (Deficits) From Business Combinations Under Common Control | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | -598 | — |
| ⚪ Deficits From Business Combinations Under Common Control | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | -598 | — |
| ⚪ Share-Based Payment Transactions | 0 | 0 | 0 | 4 | 7 | 1 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Share Subscription Received in Advance | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Components of Equity - Others | 6 | 6 | -13 | -6 | -4 | 2 | 2 | 5 | — |
| ✅ Non-Controlling Interests | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Total Equityรวมส่วนของผู้ถือหุ้น | 4,792 | 6,460 | 7,090 | 10,880 | 11,603 | 12,176 | 12,826 | 13,408 | — |
| ⚪ Total Liabilities and Equity | 16,675 | 18,152 | 20,765 | 27,227 | 33,318 | 33,983 | 33,566 | 34,306 | — |
➕ งบกำไรขาดทุน — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ✅ Revenue From Sales | — | 17,730 | 18,618 | 25,577 | 31,045 | 30,890 | 30,635 | 28,762 | — |
| ✅ Revenue From Rendering Services | — | 0 | 0 | 208 | 275 | 328 | 356 | 348 | — |
| ⚪ Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | — | 0 | 0 | 19 | 4 | 0 | 0 | 4 | — |
| ✅ Cost of Sales | — | 14,911 | 15,737 | 20,578 | 26,434 | 26,317 | 13,158 | 0 | — |
| ⚪ Other Expenses | — | 30 | 1 | 5 | 78 | 7 | 4 | 1 | — |
| ✅ Total Cost and Expenses | — | 16,820 | 17,776 | 23,414 | 30,240 | 30,315 | 29,942 | 28,270 | — |
| ✅ Profit (Loss) Before Finance Costs and Income Tax Expense | — | 1,156 | 1,149 | 2,524 | 1,307 | 1,288 | 1,402 | 1,156 | — |
| ⚪ Profit (Loss) for the Period From Continuing Operations | — | 726 | 727 | 1,818 | 774 | 585 | 674 | 601 | — |
| ✅ Net Profit (Loss) for the Period | — | 726 | 727 | 1,818 | 774 | 585 | 674 | 601 | — |
| ⚪ Net Profit (Loss) for the Period / Profit (Loss) for the Period From Continuing Operations | — | 726 | 727 | 1,818 | 774 | 585 | 674 | 601 | — |
| ⚪ Gains (Losses) on Cash Flow Hedges | — | 0 | -11 | 9 | 5 | 8 | 0 | 3 | — |
| ⚪ Income Taxes Relating to Items That Will Be Subsequently Reclassified to Profit or Loss | — | 0 | 2 | -2 | -1 | -2 | -0 | -1 | — |
| ⚪ Remeasurement of Employee Benefit Obligations | — | 0 | -0 | -0 | -1 | -1 | -3 | -1 | — |
| ⚪ Income Taxes Relating to Items That Will Not Be Subsequently Reclassified to Profit or Loss | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | — |
| ⚪ Other Comprehensive Income (Expense) - Net of Tax | — | 0 | -9 | 6 | -2 | 2 | -8 | -2 | — |
| ✅ Total Comprehensive Income (Expense) for the Period | — | 726 | 717 | 1,824 | 772 | 587 | 666 | 599 | — |
| ⚪ Net Profit (Loss) Attributable to : Non-Controlling Interests | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Total Comprehensive Income (Expense) Attributable to : Owners of the Parent | — | 726 | 717 | 1,824 | 772 | 587 | 666 | 599 | — |
| ⚪ Total Comprehensive Income (Expense) Attributable to : Non-Controlling Interests | — | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Basic Earnings (Loss) per Share (Baht/share) | — | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Diluted Earnings (Loss) per Share (Baht/share) | — | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
➕ งบกระแสเงินสด — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ⚪ Profit (Loss) Before Finance Costs And/or Income Tax Expense | 546 | 858 | 904 | 2,266 | 957 | 722 | 819 | 725 | — |
| ⚪ Depreciationค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร | 377 | 393 | 432 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Amortisation | 11 | 14 | 71 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Expected Credit Losses(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด (ECL) | 33 | 10 | -18 | -10 | 22 | 18 | 47 | 48 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Loss From Diminution in Value of Inventories | 0 | 0 | 0 | 19 | 95 | 41 | 29 | 30 | — |
| ⚪ Share-Based Payments | 0 | 0 | 0 | 13 | 4 | 1 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Foreign Currency Exchange | -1 | 1 | -1 | 1 | -5 | -4 | -3 | -7 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal and Write-Off of Fixed Assets | -4 | -1 | -4 | -4 | 1 | 9 | 5 | -1 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal of Fixed Assets | -5 | -1 | -4 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loss on Write-Off of Fixed Assets | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal and Write-Off of Other Assets | 0 | 3 | 0 | 0 | 1 | -5 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loss on Write-Off of Other Assets | 0 | 3 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Impairment Loss of Other Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | -0 | 0 | — |
| ⚪ Dividend and Interest Income | 0 | 0 | 0 | -19 | -17 | -23 | -17 | -17 | — |
| ⚪ Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | 0 | 0 | 0 | -19 | -17 | -23 | -17 | -17 | — |
| ⚪ Finance Costsต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) | 320 | 298 | 245 | 258 | 350 | 566 | 583 | 431 | — |
| ⚪ Employee Benefit Expenses | 0 | 0 | 0 | 3 | 4 | 6 | 7 | 10 | — |
| ⚪ Other Reconciliation Items | 26 | -79 | 7 | -0 | 0 | 0 | 0 | -4 | — |
| ⚪ Cash Flows From (Used In) Operations Before Changes in Operating Assets and Liabilities | 1,309 | 1,497 | 1,637 | 3,115 | 2,197 | 2,229 | 2,466 | 2,269 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Trade and Other Receivables | 129 | 15 | -180 | -644 | 97 | 133 | -293 | 161 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Inventories | 425 | -704 | -1,528 | -3,255 | -2,056 | 455 | 823 | -292 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Other Operating Assets | 54 | -72 | -1 | -118 | 32 | 117 | -162 | 230 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Trade and Other Payables | -542 | 290 | 375 | 865 | 425 | -299 | -706 | 253 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Provisions for Employee Benefit Obligations | 0 | 0 | 0 | -1 | -1 | 0 | -1 | -5 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Other Operating Liabilities | 27 | -28 | 2 | 30 | -9 | -14 | 24 | -9 | — |
| ✅ Cash Generated From (Used In) Operations | 1,401 | 998 | 304 | -8 | 686 | 2,621 | 2,151 | 2,607 | — |
| ⚪ Interest Received | 5 | 4 | 1 | 0 | 8 | 9 | 7 | 5 | — |
| ⚪ Interest Paid | -321 | -299 | -252 | -272 | -371 | -581 | -592 | -437 | — |
| ✅ Income Tax (Paid) Received | -232 | -115 | -113 | -381 | -369 | -103 | -165 | -145 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Short-Term Investments | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Investment | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loan Receivables Made | -4 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loan Receivables Made (Amended Account) | -4 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loan Receivables Repayment Received | 6 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loan Receivables Repayment Received (Amended Account) | 6 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ✅ Proceeds From Disposal of Fixed Assets | 5 | 15 | 8 | 8 | 1 | 0 | 2 | 3 | — |
| ⚪ Property, Plant and Equipment | 5 | 15 | 8 | 8 | 1 | 0 | 2 | 3 | — |
| ⚪ Right-of-Use Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Intangible Assets | -4 | -17 | -18 | -11 | -66 | -24 | -24 | -25 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Restricted Deposits | -174 | 210 | 242 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Items (Investing Activities) | 27 | 0 | -262 | 3 | 2 | 2 | 3 | 4 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Bank Overdrafts and Short-Term Borrowings - Financial Institutions | 189 | -845 | 1,121 | 1,642 | 0 | -289 | -284 | 217 | — |
| ⚪ Proceeds From Borrowings | 1,205 | 2,228 | 1,036 | 934 | 5,321 | 1,710 | 1,446 | 1,320 | — |
| ⚪ Proceeds From Short-Term Borrowings | 0 | 0 | 0 | 0 | 2,667 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Short-Term Borrowings - Financial Institutions | 0 | 0 | 0 | 0 | 2,667 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Long-Term Borrowings | 1,205 | 2,228 | 1,036 | 934 | 2,653 | 1,710 | 1,446 | 1,320 | — |
| ⚪ Proceeds From Long-Term Borrowings - Financial Institutions | 1,205 | 2,228 | 1,036 | 934 | 2,653 | 1,710 | 1,446 | 1,320 | — |
| ⚪ Repayments on Borrowings | -508 | -1,937 | -836 | -1,048 | -979 | -749 | -1,611 | -1,592 | — |
| ⚪ Repayments on Long-Term Borrowings | -508 | -1,937 | -836 | -1,048 | -979 | -749 | -1,611 | -1,592 | — |
| ⚪ Repayments on Long-Term Borrowings - Financial Institutions | -508 | -1,937 | -836 | -1,048 | -979 | -749 | -1,611 | -1,592 | — |
| ⚪ Repayments on Lease Liabilities | -13 | -13 | -47 | -61 | -46 | -30 | -25 | -18 | — |
| ⚪ Proceeds From Issuance of Debt Instruments | 0 | 0 | 0 | 0 | 300 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Repayments on Debt Instruments | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | -300 | — |
| ⚪ Proceeds From Issuance of Equity Instruments | 0 | 3,466 | 0 | 1,973 | 0 | 5 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Share Subscription Received in Advance | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Changes in Interest in Subsidiaries | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ✅ Dividend Paid | -403 | -2,506 | -34 | -20 | -54 | -20 | -16 | -17 | — |
| ⚪ Other Items (Financing Activities) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Effect of Exchange Rate Changes on Cash and Cash Equivalents | 0 | -0 | -0 | 0 | 1 | 0 | 0 | -0 | — |
| ⚪ Cash and Cash Equivalents, Beginning Balance | 90 | 167 | 204 | 100 | 301 | 160 | 296 | 124 | — |
| ✅ Cash and Cash Equivalents, Ending Balance | 167 | 204 | 100 | 301 | 160 | 296 | 124 | 145 | — |
📆 งบการเงินรายปี (5 ปีล่าสุด)
งบกำไรขาดทุน (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 | 2021-12-31 |
|---|---|---|---|---|---|
| Tax Effect Of Unusual Itemsผลกระทบทางภาษีจากรายการผิดปกติ | 21 | 17 | 23 | 8 | — |
| Tax Rate For Calcsอัตราภาษีที่ใช้คำนวณ | 0.1711 | 0.1769 | 0.1891 | 0.191 | — |
| Normalized EBITDAEBITDA ที่ตัดรายการพิเศษออกแล้ว | 2,088 | 2,302 | 2,061 | 2,048 | — |
| Total Unusual Itemsรายการผิดปกติรวม | 124 | 95 | 124 | 44 | — |
| Total Unusual Items Excluding Goodwillรายการผิดปกติ (ไม่รวมค่าความนิยม) | 124 | 95 | 124 | 44 | — |
| Net Income From Continuing Operation Net Minority Interestกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (สุทธิส่วนน้อย) | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Reconciled Depreciationค่าเสื่อมที่ปรับปรุงให้เทียบเคียงได้ | 1,056 | 996 | 897 | 784 | — |
| Reconciled Cost Of Revenueต้นทุนขายที่ปรับปรุงให้เทียบเคียงได้ | 24,055 | 25,683 | 26,317 | 26,434 | — |
| EBITDAกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่าย | 2,211 | 2,398 | 2,185 | 2,091 | — |
| EBITกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี | 1,156 | 1,402 | 1,288 | 1,307 | — |
| Net Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ | -400 | -549 | -530 | -317 | — |
| Interest Expenseดอกเบี้ยจ่าย | 431 | 583 | 566 | 350 | — |
| Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | 5 | 6 | 7 | 7 | — |
| Normalized Incomeกำไรสุทธิที่ตัดรายการพิเศษออกแล้ว | 499 | 596 | 485 | 739 | — |
| Net Income From Continuing And Discontinued Operationกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง+ที่ยกเลิก | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Total Expensesค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด | 28,151 | 29,748 | 30,132 | 30,035 | — |
| Total Operating Income As Reportedกำไรจากการดำเนินงานตามที่รายงาน | 1,139 | 1,385 | 1,266 | 1,290 | — |
| Diluted Average Sharesจำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ปรับลด) | 3,519 | 3,519 | 3,518 | 3,518 | — |
| Basic Average Sharesจำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (พื้นฐาน) | 3,519 | 3,519 | 3,518 | 3,518 | — |
| Diluted EPSกำไรต่อหุ้นปรับลด (นับ dilution) | 0.17 | 0.19 | 0.17 | 0.22 | — |
| Basic EPSกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน | 0.17 | 0.19 | 0.17 | 0.22 | — |
| Diluted NI Availto Com Stockholdersกำไรสุทธิปรับลด ส่วนผู้ถือหุ้นสามัญ | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Net Income Common Stockholdersกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Net Incomeกำไรสุทธิ | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Minority Interestsส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (ในงบกำไรขาดทุน) | -0 | -0 | -0 | 0 | — |
| Net Income Including Noncontrolling Interestsกำไรสุทธิรวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Net Income Continuous Operationsกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง | 601 | 674 | 585 | 774 | — |
| Tax Provisionค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ | 124 | 145 | 136 | 183 | — |
| Pretax Incomeกำไรก่อนภาษี | 725 | 819 | 722 | 957 | — |
| Other Income Expenseรายได้/ค่าใช้จ่ายอื่นสุทธิ | 166 | 124 | 165 | -11 | — |
| Other Non Operating Income Expensesรายได้/ค่าใช้จ่ายอื่นนอกการดำเนินงาน | 42 | 29 | 41 | -55 | — |
| Special Income Chargesรายการพิเศษ (กำไร/ขาดทุนที่ไม่เกิดประจำ) | 2 | 7 | 88 | 4 | — |
| Gain On Sale Of Ppe | — | — | — | 0 | 4 |
| Other Special Charges | -2 | -7 | -88 | -4 | — |
| Gain On Sale Of Securityกำไรจากการขายหลักทรัพย์ | 121 | 88 | 36 | 39 | — |
| Net Non Operating Interest Income Expenseดอกเบี้ยรับ-จ่ายสุทธินอกการดำเนินงาน | -400 | -549 | -530 | -317 | — |
| Total Other Finance Cost | -26 | -28 | -29 | -25 | — |
| Interest Expense Non Operatingดอกเบี้ยจ่ายนอกการดำเนินงาน | 431 | 583 | 566 | 350 | — |
| Interest Income Non Operatingดอกเบี้ยรับนอกการดำเนินงาน | 5 | 6 | 7 | 7 | — |
| Operating Incomeกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนดอกเบี้ยและภาษี) | 959 | 1,244 | 1,086 | 1,285 | — |
| Operating Expenseค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน | 4,096 | 4,065 | 3,815 | 3,601 | — |
| Other Operating Expensesค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ | -118 | -191 | -172 | -127 | — |
| Selling General And Administrationค่าใช้จ่ายขาย+บริหาร (SG&A) | 4,214 | 4,256 | 3,988 | 3,728 | — |
| Selling And Marketing Expenseค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด | 3,346 | 3,367 | 3,121 | 2,866 | — |
| General And Administrative Expenseค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป | 868 | 888 | 867 | 862 | — |
| Other Gand Aค่าใช้จ่ายบริหารอื่นๆ | 868 | 888 | 867 | 862 | — |
| Gross Profitกำไรขั้นต้น = รายได้ − ต้นทุนขาย | 5,056 | 5,308 | 4,901 | 4,887 | — |
| Cost Of Revenueต้นทุนขาย/ต้นทุนบริการโดยตรง | 24,055 | 25,683 | 26,317 | 26,434 | — |
| Total Revenueรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท | 29,110 | 30,991 | 31,218 | 31,321 | — |
| Operating Revenueรายได้จากการดำเนินงานหลัก | 29,110 | 30,991 | 31,218 | 31,321 | — |
งบดุล (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 | 2021-12-31 |
|---|---|---|---|---|---|
| Ordinary Shares Numberจำนวนหุ้นสามัญ | 3,519 | 3,519 | 3,519 | 3,518 | — |
| Share Issuedจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย | 3,519 | 3,519 | 3,519 | 3,518 | — |
| Net Debtหนี้สินสุทธิ = หนี้รวม − เงินสด | 16,283 | 16,658 | 16,936 | 16,399 | — |
| Total Debtหนี้สินที่มีดอกเบี้ยรวม | 17,208 | 17,366 | 17,793 | 17,093 | — |
| Tangible Book Valueมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน | 13,274 | 12,697 | 12,053 | 11,488 | — |
| Invested Capitalเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน | 29,836 | 29,609 | 29,407 | 28,162 | — |
| Working Capitalเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน − หนี้สินหมุนเวียน | -1,215 | -890 | -825 | -797 | — |
| Net Tangible Assetsสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ | 13,274 | 12,697 | 12,053 | 11,488 | — |
| Capital Lease Obligationsภาระผูกพันตามสัญญาเช่าการเงิน | 780 | 583 | 562 | 534 | — |
| Common Stock Equityส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ | 13,408 | 12,826 | 12,176 | 11,603 | — |
| Total Capitalizationเงินทุนรวม = หนี้ระยะยาว + ส่วนของผู้ถือหุ้น | 17,878 | 17,537 | 17,463 | 16,250 | — |
| Total Equity Gross Minority Interestส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (รวมส่วนน้อย) | 13,408 | 12,826 | 12,176 | 11,603 | — |
| Minority Interestส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Stockholders Equityส่วนของผู้ถือหุ้น | 13,408 | 12,826 | 12,176 | 11,603 | — |
| Other Equity Interestส่วนได้เสียอื่นในทุน | -594 | -596 | -596 | -595 | — |
| Gains Losses Not Affecting Retained Earningsกำไร/ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น | 299 | 272 | 242 | 215 | — |
| Other Equity Adjustmentsรายการปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นอื่น | 299 | 272 | 242 | 215 | — |
| Retained Earningsกำไรสะสม | 4,753 | 4,355 | 3,874 | 3,521 | — |
| Additional Paid In Capitalส่วนเกินมูลค่าหุ้น | 5,566 | 5,566 | 5,566 | 5,555 | — |
| Capital Stockทุนเรือนหุ้น | 3,383 | 3,230 | 3,089 | 2,907 | — |
| Common Stockหุ้นสามัญ (มูลค่าที่ตราไว้) | 3,383 | 3,230 | 3,089 | 2,907 | — |
| Total Liabilities Net Minority Interestหนี้สินรวม (สุทธิส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) | 20,898 | 20,740 | 21,807 | 21,715 | — |
| Total Non Current Liabilities Net Minority Interestหนี้สินไม่หมุนเวียนรวม | 5,385 | 5,408 | 5,938 | 5,259 | — |
| Other Non Current Liabilitiesหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น | 65 | 54 | 51 | 51 | — |
| Derivative Product Liabilitiesหนี้สินอนุพันธ์ | — | — | — | 0 | 13 |
| Employee Benefitsสินทรัพย์/ภาระผูกพันสวัสดิการพนักงาน | 81 | 71 | 55 | 44 | — |
| Non Current Pension And Other Postretirement Benefit Plansสินทรัพย์กองทุนบำนาญ | 81 | 71 | 55 | — | — |
| Non Current Deferred Liabilitiesหนี้สินรอตัดบัญชีระยะยาว | — | — | — | 0 | 6 |
| Non Current Deferred Taxes Liabilitiesหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี | — | — | — | 0 | 6 |
| Long Term Debt And Capital Lease Obligationหนี้ระยะยาว+สัญญาเช่าการเงิน | 5,239 | 5,283 | 5,833 | 5,164 | — |
| Long Term Capital Lease Obligationหนี้สัญญาเช่าการเงินระยะยาว | 769 | 572 | 545 | 517 | — |
| Long Term Debtหนี้สินระยะยาว (เงินกู้/หุ้นกู้) | 4,470 | 4,711 | 5,287 | 4,647 | — |
| Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียน (ครบกำหนดใน 1 ปี) | 15,513 | 15,332 | 15,869 | 16,456 | — |
| Other Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียนอื่น | 30 | 42 | 19 | 41 | — |
| Current Debt And Capital Lease Obligationหนี้+สัญญาเช่าการเงินที่ครบกำหนด 1 ปี | 11,969 | 12,083 | 11,961 | 11,929 | — |
| Current Capital Lease Obligationหนี้สัญญาเช่าการเงินที่ครบกำหนด 1 ปี | 11 | 11 | 17 | 17 | — |
| Current Debtหนี้สินที่มีดอกเบี้ยส่วนที่ครบกำหนด 1 ปี | 11,958 | 12,072 | 11,944 | 11,912 | — |
| Other Current Borrowingsเงินกู้ยืมระยะสั้นอื่น | 11,958 | 12,072 | 11,944 | 11,912 | — |
| Line Of Creditวงเงินสินเชื่อ | — | — | — | 11,161 | 8,494 |
| Payables And Accrued Expensesเจ้าหนี้และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 3,514 | 3,207 | 3,890 | 4,486 | — |
| Current Accrued Expensesค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 81 | 131 | 145 | 132 | — |
| Payablesเจ้าหนี้รวม | 3,433 | 3,076 | 3,745 | 4,354 | — |
| Other Payableเจ้าหนี้อื่น | 311 | 254 | 201 | 581 | — |
| Dueto Related Parties Currentเจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (หมุนเวียน) | 1 | 2 | 0 | 0 | — |
| Total Tax Payableภาษีค้างจ่ายรวม | 17 | 25 | 35 | 4 | — |
| Income Tax Payableภาษีเงินได้ค้างจ่าย | 17 | 25 | 35 | 4 | — |
| Accounts Payableเจ้าหนี้การค้า | 3,105 | 2,795 | 3,509 | 3,769 | — |
| Total Assetsสินทรัพย์รวม | 34,306 | 33,566 | 33,983 | 33,318 | — |
| Total Non Current Assetsสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม | 20,008 | 19,124 | 18,939 | 17,659 | — |
| Other Non Current Assetsสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น | 0 | -0 | -0 | -0 | — |
| Non Current Deferred Assetsสินทรัพย์รอตัดบัญชีระยะยาว | 50 | 37 | 25 | 28 | — |
| Non Current Deferred Taxes Assetsสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี | 50 | 37 | 25 | 28 | — |
| Non Current Accounts Receivableลูกหนี้การค้าระยะยาว | 8 | 13 | 19 | 22 | — |
| Financial Assets | — | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Investments And Advancesเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืม | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Long Term Equity Investmentเงินลงทุนระยะยาวในตราสารทุน | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Investmentsin Subsidiariesat Costเงินลงทุนในบริษัทย่อย (ราคาทุน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Goodwill And Other Intangible Assetsค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 134 | 129 | 123 | 115 | — |
| Other Intangible Assetsสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น | 134 | 129 | 123 | 115 | — |
| Net PPEที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สุทธิ (หักค่าเสื่อม) | 19,815 | 18,945 | 18,771 | 17,494 | — |
| Accumulated Depreciationค่าเสื่อมราคาสะสม | -6,364 | -5,438 | -4,591 | -3,835 | — |
| Gross PPEที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ก่อนหักค่าเสื่อม | 26,180 | 24,383 | 23,363 | 21,329 | — |
| Construction In Progressสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง | 432 | 606 | 617 | 896 | — |
| Other Propertiesอสังหาริมทรัพย์อื่น | — | 1 | 10 | 21 | 34 |
| Machinery Furniture Equipmentเครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ | 5,871 | 5,211 | 4,872 | 4,161 | — |
| Buildings And Improvementsอาคารและส่วนปรับปรุง | 13,168 | 12,152 | 11,617 | 10,378 | — |
| Land And Improvementsที่ดินและส่วนปรับปรุง | 6,708 | 6,413 | 6,246 | 5,874 | — |
| Propertiesอสังหาริมทรัพย์ | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียน (เปลี่ยนเป็นเงินสดใน 1 ปี) | 14,298 | 14,442 | 15,044 | 15,659 | — |
| Other Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | 85 | 316 | 154 | 271 | — |
| Hedging Assets Currentสินทรัพย์อนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง | 0 | 0 | 0 | — | — |
| Inventoryสินค้าคงเหลือ | 12,674 | 12,412 | 13,264 | 13,761 | — |
| Other Inventoriesสินค้าคงเหลืออื่น | -0 | -0 | 0 | -0 | — |
| Finished Goodsสินค้าสำเร็จรูป | 12,674 | 12,412 | 13,264 | 13,761 | — |
| Receivablesลูกหนี้รวม | 1,394 | 1,591 | 1,330 | 1,466 | — |
| Other Receivablesลูกหนี้อื่น | 72 | 137 | 132 | 9 | — |
| Duefrom Related Parties Currentลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (หมุนเวียน) | 0 | 0 | 6 | 3 | — |
| Loans Receivableเงินให้กู้ยืม | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Accounts Receivableลูกหนี้การค้า | 1,323 | 1,453 | 1,192 | 1,455 | — |
| Allowance For Doubtful Accounts Receivableค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | -173 | -164 | -170 | -152 | — |
| Gross Accounts Receivableลูกหนี้การค้าก่อนหักค่าเผื่อ | 1,496 | 1,618 | 1,362 | 1,606 | — |
| Cash Cash Equivalents And Short Term Investmentsเงินสด+เทียบเท่า+เงินลงทุนระยะสั้น | 145 | 124 | 296 | 160 | — |
| Cash And Cash Equivalentsเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 145 | 124 | 296 | 160 | — |
| Cash Financialเงินสด | 145 | 124 | 296 | 160 | — |
งบกระแสเงินสด (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 | 2021-12-31 |
|---|---|---|---|---|---|
| Free Cash Flowกระแสเงินสดอิสระ = OCF − Capex | 1,000 | 1,079 | -493 | -4,687 | — |
| Repayment Of Debtเงินจ่ายชำระหนี้ | -1,910 | -1,637 | -1,067 | -1,025 | — |
| Issuance Of Debtเงินรับจากการกู้ยืม | 1,537 | 1,161 | 1,710 | 2,953 | — |
| Issuance Of Capital Stockเงินรับจากการออกหุ้น | — | — | — | 0 | 1,968 |
| Capital Expenditureเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Capex) | -1,626 | -1,087 | -2,440 | -4,641 | — |
| End Cash Positionเงินสดปลายงวด | 145 | 124 | 296 | 160 | — |
| Beginning Cash Positionเงินสดต้นงวด | 124 | 296 | 160 | 301 | — |
| Effect Of Exchange Rate Changesผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อเงินสด | — | 0 | 0 | 1 | 0 |
| Changes In Cashการเปลี่ยนแปลงเงินสดสุทธิ | 20 | -172 | 135 | -141 | — |
| Financing Cash Flowกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน | -390 | -491 | 626 | 4,542 | — |
| Cash Flow From Continuing Financing Activitiesกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินต่อเนื่อง | -390 | -491 | 626 | 4,542 | — |
| Net Other Financing Chargesรายการจัดหาเงินอื่นสุทธิ | -0 | -0 | -0 | 0 | — |
| Proceeds From Stock Option Exercised | — | 0 | 5 | 1 | 6 |
| Cash Dividends Paidเงินปันผลจ่าย | -17 | -16 | -20 | -54 | — |
| Common Stock Dividend Paidเงินปันผลจ่ายหุ้นสามัญ | -17 | -16 | -20 | -54 | — |
| Net Common Stock Issuanceออก-ซื้อคืนหุ้นสามัญสุทธิ | — | — | — | 0 | 1,968 |
| Common Stock Issuanceเงินรับจากการออกหุ้นสามัญ | — | — | — | 0 | 1,968 |
| Net Issuance Payments Of Debtการกู้-ชำระหนี้สุทธิ | -373 | -475 | 642 | 4,595 | — |
| Net Short Term Debt Issuanceการกู้-ชำระหนี้ระยะสั้นสุทธิ | 217 | -284 | -289 | 2,667 | — |
| Short Term Debt Paymentsเงินจ่ายชำระหนี้ระยะสั้น | — | -284 | -289 | — | — |
| Short Term Debt Issuanceเงินรับจากการกู้ยืมระยะสั้น | 217 | -284 | — | 2,667 | 1,642 |
| Net Long Term Debt Issuanceการกู้-ชำระหนี้ระยะยาวสุทธิ | -590 | -191 | 931 | 1,928 | — |
| Long Term Debt Paymentsเงินจ่ายชำระหนี้ระยะยาว | -1,910 | -1,637 | -779 | -1,025 | — |
| Long Term Debt Issuanceเงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว | 1,320 | 1,446 | 1,710 | 2,953 | — |
| Investing Cash Flowกระแสเงินสดจากการลงทุน | -1,620 | -1,083 | -2,438 | -4,638 | — |
| Cash Flow From Continuing Investing Activitiesกระแสเงินสดจากการลงทุนต่อเนื่อง | -1,620 | -1,083 | -2,438 | -4,638 | — |
| Net Other Investing Changesรายการลงทุนอื่นสุทธิ | 4 | 3 | 2 | 2 | — |
| Dividends Received Cfiเงินปันผลรับ (กิจกรรมลงทุน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Net Investment Purchase And Saleซื้อ-ขายเงินลงทุนสุทธิ | — | — | — | — | 0 |
| Sale Of Investmentเงินรับจากการขายเงินลงทุน | — | — | — | — | 0 |
| Net Business Purchase And Saleซื้อ-ขายกิจการสุทธิ | — | — | 0 | 0 | 0 |
| Sale Of Businessเงินรับจากการขายกิจการ | — | — | — | — | 0 |
| Purchase Of Businessเงินจ่ายซื้อกิจการ | — | — | 0 | 0 | 0 |
| Net Intangibles Purchase And Saleซื้อ-ขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ | -25 | -24 | -24 | -66 | — |
| Purchase Of Intangiblesเงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | -25 | -24 | -24 | -66 | — |
| Net PPE Purchase And Saleซื้อ-ขายสินทรัพย์ถาวรสุทธิ | -1,599 | -1,062 | -2,416 | -4,574 | — |
| Sale Of PPEเงินรับจากการขายสินทรัพย์ถาวร | 3 | 2 | 0 | 1 | — |
| Purchase Of PPEเงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร | -1,602 | -1,063 | -2,416 | -4,575 | — |
| Operating Cash Flowกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 2,627 | 2,166 | 1,947 | -46 | — |
| Cash Flow From Continuing Operating Activitiesกระแสเงินสดจากดำเนินงานต่อเนื่อง | 2,627 | 2,166 | 1,947 | -46 | — |
| Taxes Refund Paidภาษีที่จ่าย/ได้รับคืน | — | -165 | -103 | -369 | -381 |
| Interest Received Cfo | — | 7 | 9 | 8 | 7 |
| Interest Paid Cfo | — | -592 | -581 | -371 | -272 |
| Change In Working Capitalการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน | 343 | -313 | 392 | -1,510 | — |
| Change In Other Current Liabilitiesการเปลี่ยนแปลงหนี้สินหมุนเวียนอื่น | -9 | 24 | -14 | -9 | — |
| Change In Other Current Assetsการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | 230 | -162 | 117 | 32 | — |
| Change In Payables And Accrued Expenseการเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 253 | -706 | -299 | 425 | — |
| Change In Payableการเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้ | 253 | -706 | -299 | 425 | — |
| Change In Inventoryการเปลี่ยนแปลงสินค้าคงเหลือ | -292 | 823 | 455 | -2,056 | — |
| Change In Receivablesการเปลี่ยนแปลงลูกหนี้ | 161 | -293 | 133 | 97 | — |
| Other Non Cash Itemsรายการที่ไม่ใช่เงินสดอื่น | 426 | 583 | 539 | 331 | — |
| Stock Based Compensationค่าตอบแทนพนักงานในรูปหุ้น | — | 0 | 1 | 4 | 13 |
| Unrealized Gain Loss On Investment Securities | — | — | — | — | 0 |
| Provisionand Write Offof Assetsการตั้งสำรอง/ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ | 76 | 76 | 59 | 44 | — |
| Asset Impairment Chargeการด้อยค่าสินทรัพย์ | 0 | 5 | 1 | 76 | — |
| Depreciation Amortization Depletionค่าเสื่อม+ตัดจำหน่าย (บวกกลับในงบกระแสเงินสด) | 1,056 | 996 | 897 | 784 | — |
| Depreciation And Amortizationค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย | 1,056 | 996 | 897 | 784 | — |
| Operating Gains Lossesกำไร/ขาดทุนจากการดำเนินงาน (ปรับปรุง) | — | 10 | 10 | 0 | 0 |
| Pension And Employee Benefit Expenseค่าใช้จ่ายบำนาญและสวัสดิการพนักงาน | — | 7 | 6 | 4 | 3 |
| Net Foreign Currency Exchange Gain Lossกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน | — | -3 | -4 | -5 | 1 |
| Gain Loss On Sale Of PPEกำไร/ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ถาวร | — | 5 | 9 | 1 | -4 |
| Gain Loss On Sale Of Businessกำไร/ขาดทุนจากการขายกิจการ | — | — | — | — | 0 |
| Net Income From Continuing Operationsกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง | 725 | 819 | 722 | 957 | — |
หมายเหตุประกอบงบ (สรุปจาก 56-1/10-K ใน NotebookLM)
(skipped — no notebook or --no-notebook flag)
เหตุการณ์สำคัญรายไตรมาส (MD&A จาก NotebookLM)
(skipped)
🍌 เหตุการณ์จากลงทุนกล้วยๆ
บันทึกเชิงลึก มุมมอง/ความคิด/ประสบการณ์ของอาจารย์กล้วยๆ (ตัดบทคุยเล่นออก) — อ้างอิงตอน+วันที่
🏭 ธุรกิจ & ความได้เปรียบ
เจาะลึกมุมมองของอาจารย์ต่อหุ้น DOHOME (บมจ. ดูโฮม) ในประเด็นด้านตัวธุรกิจและความได้เปรียบ มีรายละเอียดที่รวบรวมจากเทปดังนี้ครับ:
โมเดลธุรกิจ / บริษัทหาเงินอย่างไร:
-
(EP173 (2 มิ.ย. 2025)) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (เช่น เหล็ก ปูน) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ต่ำประมาณ 10-12% 2. กลุ่มซ่อมแซมและตกแต่ง มี GPM ประมาณ 20-30% และ 3. สินค้า House Brand
-
(EP132, EP173 (2 มิ.ย. 2025), EP204 (~เม.ย. 2026)) โครงสร้างสาขาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. Size XL: เป็นสาขาขนาดใหญ่มาก (ใช้เวลาขับรถ 5 นาทีกว่าจะพ้นสาขา) สร้างยอดขายมหาศาลถึง 2,500 - 3,000 ล้านบาทต่อปีต่อสาขา (10 สาขาแรกของบริษัทเป็นไซส์นี้ทั้งหมด)
2. **Size L:** สร้างยอดขายเฉลี่ยประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อสาขาใช้เงินลงทุนในการสร้างประมาณ 450 ล้านบาทต่อสาขา
3. **Dohome ToGo:** เป็นไซส์มินิ ใช้เงินลงทุนน้อยมากเพียง 10 ล้านบาท (หรือ 5-6ล้านบาทหากเป็นการเช่าพื้นที่) โมเดลนี้จะขายสินค้าซ่อมแซมเป็นหลัก (มีเหล็กเพียง 1%)
-
(EP207 (~พ.ค. 2026)) โมเดล ToGo จะตั้งเดี่ยวๆ ไม่ได้ จำเป็นต้องมีสาขา Size L ทำหน้าที่เป็น Hub หรือ Distribution Center (DC) คอยเก็บสต็อกและกระจายสินค้าส่งไปให้สาขา ToGo ในพื้นที่นั้นๆ เสมอ
ลูกค้าและตลาด:
-
(EP188 (10 พ.ย. 2025)) ลูกค้าเป้าหมายหลักคือ "ตลาดระดับล่าง (Mass) และกลุ่มรากหญ้า" ที่เน้นความคุ้มค่า (Value for money) เช่น ชาวนา หรือชาวบ้านทั่วไป ที่มักจะรู้สึกเกร็งและไม่กล้าเดินเข้าห้างที่ดูหรูหรา
-
(EP169 (7 พ.ค. 2025), EP172 (26 พ.ค. 2025), EP206 (~พ.ค. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) ฐานลูกค้ามีทั้งแบบ B2B (ผู้รับเหมา, งานโครงการ, อบต.) และ B2C (ลูกค้าบ้านทั่วไป) โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดลูกค้า B2B จะมีสัดส่วนสูงมาก ซึ่งช่วยพยุงยอดขายได้ดีในช่วงที่กำลังซื้อรายย่อยตกต่ำ แต่มีข้อเสียคือกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ต่ำลงตามไปด้วย ส่วนสาขาในกรุงเทพฯ ลูกค้าเกือบ 100% เป็นฝั่ง B2C
-
(EP202 (~มี.ค. 2026)) ลูกค้าของสาขา ToGo จะเป็นลูกค้ารายย่อยแท้ๆ คือ เจ้าของบ้าน หรือช่างรายย่อยที่ต้องการซื้อของที่ขาดแค่ 2-3 อย่างแบบเร่งด่วน
จุดแข็ง-คูเมือง (Moat):
-
(EP188 (10 พ.ย. 2025)) การเลือกสมรภูมิรบที่ถูกต้อง (Don't fight a losing war): อาจารย์มองว่าการที่ดูโฮมเลือกไม่แข่งกับ Home Pro ในตลาดพรีเมียมคือจุดแข็งที่ฉลาดมาก เพราะหากแข่งกัน ดูโฮมที่สร้างสาขาทีหลังย่อมมีต้นทุนค่าก่อสร้างแพงกว่า การจับตลาด Mass ที่มีปริมาณคน(Volume) มหาศาล จึงเป็นการสร้างจุดแข็งและ Segment ของตัวเองที่ชัดเจน
-
(EP161 (17 ก.พ. 2025), EP177 (21 ก.ค. 2025)) จุดคุ้มทุนที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ: สาขา Size L สามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) ได้ภายใน 3 เดือน ส่วนสาขา ToGo (แม้จะไปตั้งประกบติดกับร้าน Mr. DIY) ก็สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ "เดือนแรก" ที่เปิดร้าน และจับลูกค้าคนละกลุ่มกับ DIY อย่างชัดเจน
-
(EP173 (2 มิ.ย. 2025)) พันธมิตรการค้า (Dealer Network): ดูโฮมมีเครือข่ายร้านค้าส่ง (Dealer) ในอำเภอเล็กๆ ทั่วประเทศ ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องเสียเงินลงทุนไปเปิดสาขาแข่งในพื้นที่ย่อยๆ เหล่านั้น แต่ใช้วิธีส่งสินค้าให้พาร์ทเนอร์ขายแทน
-
(EP193 (~ธ.ค. 2025)) การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale): จากปริมาณยอดขายที่มหาศาล ทำให้บริษัทมีต้นทุนสินค้าที่ถูกกว่า และเป็นโมเดลที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก
การเติบโต (Growth):
-
(EP165 (31 มี.ค. 2025)) หุ้นในระยะเติบโต: อาจารย์จัดให้ดูโฮมอยู่ในหมวด Growth Stage จึงประเมิน P/E ให้สูงกว่าคู่แข่งที่เริ่มอิ่มตัวแล้ว
-
(EP200 (~มี.ค. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) รันเวย์ (Runway) การเติบโตยาวไกลมาก: อาจารย์มองว่าศักยภาพของพื้นที่ทั่วประเทศสำหรับสาขา ToGo คือ "2,000 สาขา" (เทียบเท่าเป้าหมายของ Mr. DIY) ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจะเร่งขยายสาขา ToGo ให้ได้ถึง 100 สาขาต่อปี ในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่วนสาขา Size L ก็จะทยอยขยายปีละ 3-4 สาขา
-
(EP200 (~มี.ค. 2026)) อัพไซด์ของรายได้และกำไร: จากรันเวย์ที่ยาวไกล อาจารย์ประเมินภาพระยะยาว (8 ปีข้างหน้า) ว่ารายได้ของดูโฮมมีโอกาสเติบโตได้ถึง 3 เท่า และเมื่อรายได้โต กำไรสุทธิมีโอกาสเติบโตได้ถึง 4-5 เท่า
-
(EP199 (~ก.พ. 2026)) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว: ทิศทางการขยายสาขาที่เน้น Size L และ ToGo ซึ่งขายสินค้ามาร์จิ้นสูง จะช่วยดึง GPM ภาพรวมของบริษัทให้เพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว
อะไรที่ทำให้อาจารย์มองว่าน่าสนใจหรือเหนือคู่แข่ง:
-
(EP173 (2 มิ.ย. 2025)) ยอดขายต่อสาขาเหนือกว่าคู่แข่ง: สาขา Size L ของดูโฮม ทำยอดขายได้เฉลี่ย 1,500 ล้านบาท/สาขา ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Global ทำได้เพียง 300-400 ล้านบาท/สาขา
-
(EP200 (~มี.ค. 2026), EP204 (~เม.ย. 2026)) โมเดล ToGo คือตัวเร่งปฏิกิริยา: อาจารย์ชอบที่บริษัทไม่เน้นเปิด Size XL แต่ไปเน้น ToGo เพราะใช้เงินลงทุนต่ำมาก (ไม่กี่ล้านบาท) แต่ขยายได้เร็วและคืนทุนไว
-
(EP172 (26 พ.ค. 2025), EP186 (20 ต.ค. 2025)) ชื่นชอบวัฒนธรรมองค์กรและผู้บริหาร: อาจารย์ประทับใจผู้บริหารที่เป็นคนทำงานหนัก (ทำงานถึง 5 ทุ่ม-เที่ยงคืนทุกวัน) และพร้อมเปิดใจรับฟัง Feedback จากนักลงทุน
-
(EP204 (~เม.ย. 2026)) สภาพคล่องของหุ้น (Liquidity): ในแง่การบริหารพอร์ต อาจารย์ชอบดูโฮมเพราะเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงมาก สามารถเข้า-ออกพอร์ตหลักร้อยล้านได้จบภายใน 1 วัน จึงเป็นหุ้นที่อาจารย์กล้าถือในสัดส่วนที่เยอะที่สุด
-
(EP186 (20 ต.ค. 2025)) ทนทานต่อวิกฤต (Perfect Storm): ในอดีตดูโฮมผ่านปัจจัยลบรุมเร้ามาหนักมาก ทั้งราคาเหล็กตก น้ำท่วม งบรัฐชะงัก ซึ่งอาจารย์ไม่เคยเจอหุ้นตัวไหนเจอพายุหนักขนาดนี้ แต่เมื่อบริษัทรอดมาได้และเริ่มฟื้นตัว อาจารย์จึงเชื่อมั่น 100% ว่าโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทแกร่งจริงและกล้า "วัด" หรือเบต (Bet) กับหุ้นตัวนี้ในระยะยาว
💰 มูลค่า & ราคา
การประเมิน Valuation (PE / เงินปันผล / การเติบโต):
-
(EP165 (31 มี.ค. 2025), EP198 (~ก.พ. 2026)) ให้ Premium PE สูงกว่าคู่แข่ง: อาจารย์ประเมิน Core PE ที่เหมาะสมให้กับ DOHOME ไว้ที่ 15-18 เท่า ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Home Pro หรือ Global (ที่ให้ไว้ประมาณ 15 เท่า) สาเหตุเพราะ DOHOME ยังอยู่ใน "ช่วงเติบโต" (Growth Stage) มีรันเวย์การขยายสาขาอีกมาก ในขณะที่คู่แข่งเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว (Mature)
-
(EP172 (26 พ.ค. 2025)) ปันผลต่ำ เน้นเติบโต: ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างน้อย (ประมาณ 2.5%) เนื่องจากบริษัทยังต้องใช้กระแสเงินสดไปลงทุนขยายสาขาอย่างหนัก จึงไม่ใช่หุ้นที่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อกินปันผล
-
(EP186 (20 ต.ค. 2025), EP188 (10 พ.ย. 2025), EP192 (~ธ.ค. 2025)) คาดหวังการเติบโตระยะยาว: อาจารย์คาดหวังการเติบโตระดับ 15-20% (CAGR) โดยประเมินว่าในระยะ 3-4 ปี หุ้นมีโอกาสทำผลตอบแทน 1 เด้ง (100%) และเชื่อมั่นมากว่าในระยะยาว 5-10 ปี หุ้นตัวนี้จะสามารถให้ผลตอบแทนได้ถึง 3-5 เด้ง
-
(EP199 (~ก.พ. 2026)) ประเมินแบบอนุรักษ์นิยม: มักจะประเมินฐานกำไรไว้ที่กรอบล่างเสมอ เช่น การมองฐานกำไรปี 2025 ที่ 700 ล้านบาท หากบริษัททำได้ถึงกรอบบน (850 ล้านบาท) อัพไซด์จะเปิดกว้างมากและดาวน์ไซด์จะแทบไม่มีเลย
โซนราคาถูก-แพง ที่ประเมินไว้:
-
(EP182 (9 ก.ย. 2025), EP186 (20 ต.ค. 2025), EP189 (17 พ.ย. 2025)) โซนถูกสุดๆ (Lifetime Bottom): ราคาที่ต่ำกว่า 3.50 บาท (โซน 2 บาทปลายๆ ถึง 3 บาทต้นๆ) ถือเป็นจุดต่ำสุดตลอดกาลที่สะท้อนความเลวร้ายไปหมดแล้ว เป็นโซน "ทริกเกอร์" ที่ต้องเข้าซื้อ
-
(EP186 (20 ต.ค. 2025), EP189 (17 พ.ย. 2025)) โซนน่าสะสม: ราคา 3.70 - 4.00 บาท ถือเป็นโซนที่ปลอดภัย Forward PE อยู่ในระดับต่ำ เปิดดาวน์ไซด์เพียง 13-18% แต่อัพไซด์ใน 3 ปีสูงระดับ 110-130% (Risk/Reward คุ้มค่าระดับ 1 ต่อ 10)
-
(EP198 (~ก.พ. 2026), EP206 (~พ.ค. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) โซนตึงตัว/แพง: เมื่อราคาขึ้นมาถึงระดับ 4.50 บาท จะสะท้อน Forward PE ที่ 18 เท่า ซึ่งตลาดได้รับรู้ความคาดหวังของกำไรล่วงหน้าไปหมดแล้ว ถือเป็นโซนที่ "ตึงจัด" ควรพิจารณาขายทำกำไรออกมาก่อน (แต่หากราคาอยู่ที่ 3.80 - 4.00 บาท ซึ่งสะท้อน PE 15 เท่า ถือว่ายังแฟร์ ไม่ควรขาย)
จุดเข้าซื้อ-ขายออก แต่ละรอบและเหตุผล:
-
(EP174 (9 มิ.ย. 2025), EP201 (~มี.ค. 2026)) รอบอดีต (ซื้อถูก ขายแพงมาก): อาจารย์เคยเข้าซื้อ DOHOME ในช่วงวิกฤตที่ราคาต่ำ (ประมาณ 2 บาทกว่า) และไปล้างพอร์ตขายออกที่ราคาจุดพีค 10.30 บาท เพราะประเมินว่าราคานั้นสะท้อนความคาดหวังล่วงหน้าไปไกลมากและแพงเกินไปแล้ว
-
(EP186 (20 ต.ค. 2025), EP189 (17 พ.ย. 2025)) รอบเข้าซื้อสะสม (ช่วงราคาร่วงหนัก): เมื่อราคาไหลลงมา อาจารย์ได้เข้าทยอยซื้อที่ราคา 3.70 บาท, 3.90 บาท และ 4.00 บาท โดยซื้อหนักที่สุดที่ไม้ 3.70 บาท เพราะคำนวณแล้วว่าดาวน์ไซด์จำกัดมากเพียง 13% แต่อัพไซด์มหาศาล
-
(EP183 (15 ก.ย. 2025), EP198 (~ก.พ. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) รอบแบ่งขาย/ทริมพอร์ต (Q3-Q4/2025): เมื่อราคาเด้งกลับขึ้นมาแตะระดับ 4 บาทกว่า ถึง 4.50 บาท อาจารย์แอคชั่นด้วยการ "ทริม (Trim) ขายออกบางส่วน" เหตุผลเพราะประเมินล่วงหน้าว่างบ Q3 จะออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาด (ฝนตกหนัก กำลังซื้อรากหญ้าหด และไม่ได้ประโยชน์จากบาทแข็งเพราะบริษัทล็อกซื้อ Forward ค่าเงินไว้แล้ว) เพื่อรอให้ตลาดตกใจงบ Q3 แล้วค่อยกลับไปช้อนซื้อคืนที่ราคาต่ำกว่า 3.50 บาท
กลยุทธ์การถือ/เทรด:
-
(EP200 (~มี.ค. 2026)) ถือเป็นพอร์ตหลักเพราะสภาพคล่องสูง: DOHOME เป็นหุ้นที่อาจารย์กล้าถือในสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ต ไม่ใช่เพราะปลอดภัยที่สุด แต่เพราะ "สภาพคล่องสูงมาก" สามารถเข้าซื้อหรือล้างพอร์ตหลักร้อยล้านบาทได้จบภายใน 1 วัน ทำให้การบริหารจัดการความเสี่ยงและ Rebalance พอร์ตทำได้ง่าย
-
(EP174 (9 มิ.ย. 2025)) กลยุทธ์ "ถม" ต้นทุนเมื่อเกิดวิกฤตชั่วคราว: หากราคาหุ้นตกลงมาแรงมาก (เช่น ลง 40-50%) จากปัญหาชั่วคราว อาจารย์จะไม่ใช้วิธีซื้อถัวทีละน้อย แต่จะใช้เงินก้อนใหญ่กว่าทุนเดิม 2-4 เท่า เพื่อ "ถม" ดึงค่าเฉลี่ยต้นทุนให้ลงมาใกล้ราคาหน้ากระดานให้มากที่สุด เพื่อให้พอกำไรฟื้นตัวกลับมาเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำกำไรและพร้อมขายได้ทันที
-
(EP198 (~ก.พ. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) เทรดแอคทีฟตามรอบความคาดหวัง: แม้จะมองเป็นหุ้นถือยาว 5-10 ปี แต่ในทางปฏิบัติจะมีการ Rebalance อยู่เสมอ หากราคาพุ่งแรงจนเกินเป้า (PE 18 เท่า) จะขายออกเพื่อล็อกกำไร และจะไม่ดันทุรังถือข้ามไตรมาสที่คาดการณ์ได้ชัดเจนว่างบจะออกมาแย่
⚠️ ความเสี่ยง & บทเรียน
เจาะลึกมุมมองของอาจารย์ต่อหุ้น DOHOME (บมจ. ดูโฮม) เฉพาะประเด็น ความเสี่ยงและบทเรียน (Risks & Lessons) มีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้ครับ:
ความเสี่ยง/ธงแดงที่อาจารย์เตือน (Business Risks & Red Flags)
-
(EP170 (7 พ.ค. 2025)) เผชิญ "Perfect Storm" ของปัจจัยภายนอก: อาจารย์ระบุว่า DOHOME ต้องเผชิญกับวิกฤตภายนอกที่หนักหน่วงรุมเร้าพร้อมกันแบบที่ไม่เคยเห็นหุ้นตัวไหนเจอมาก่อน ทั้งปัญหาน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 40 ปี, ราคาเหล็กที่ตกลงเร็วที่สุดในรอบ 40 ปี และการที่รัฐบาลดึง/ชะลองบประมาณ (ซึ่งไม่เคยเกิดเลยตั้งแต่หลังยุคปี 40)
-
(EP161 (17 ก.พ. 2025)) เพดานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จำกัด: เนื่องจากโครงสร้างรายได้เน้นหนักไปที่วัสดุก่อสร้างและลูกค้ากลุ่มผู้รับเหมา (B2B) ผู้บริหารยอมรับเองว่า GPM สูงสุดจะไปตันอยู่ที่ประมาณ 21-22% ไม่สามารถขึ้นไปทำกำไรระดับ 26% เทียบเท่าคู่แข่งอย่าง Home Pro หรือ Global ได้
-
(EP188 (10 พ.ย. 2025)) ลูกหนี้การค้าที่เกินกำหนด: สัดส่วนลูกค้า B2B ทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระเกิน 12 เดือน (เป็นธรรมชาติของผู้รับเหมารายย่อย) แต่อาจารย์ประเมินว่าตราบใดที่บริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญครบถ้วน ความเสี่ยงนี้ก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้
-
(EP161 (17 ก.พ. 2025), EP207 (~พ.ค. 2026)) ความไม่แน่นอนของโมเดล ToGo: แม้บริษัทจะระบุว่าสาขาไซส์มินิ (ToGo) สามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) ได้ในเดือนแรก แต่อาจารย์เตือนว่าโมเดลนี้เพิ่งเริ่มทดลองมาได้เพียง 2 ปีกว่าๆ การบริหารจัดการและการขยายสาขาจริงๆ ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
อาจารย์จึงประเมินแบบอนุรักษ์นิยมขั้นสุดโดย "ตัดรายได้จาก ToGo ออกจากประมาณการทั้งหมด"
ถ้าบริษัททำได้จริงถือว่าเป็นเพียงโบนัส
ประเด็นผู้บริหาร/ธรรมาภิบาล (Management & Corporate Governance)
-
(EP172 (26 พ.ค. 2025)) คนทำงานหนักแต่นำเสนอไม่เก่ง: อาจารย์ประทับใจในความมุ่งมั่นของผู้บริหารที่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักถึง 5 ทุ่ม-เที่ยงคืนทุกวัน แต่มีจุดอ่อนคือการสื่อสารกับนักลงทุนยังไม่ดีพอ จนตลาดเกิดความกังวล (เช่น เรื่องสต็อกเหล็ก หรือสภาพคล่อง) ทำให้อาจารย์ต้องเข้าไปทำ Company Visit (CV) คุยเปิดใจนานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแนะนำและให้ฟีดแบ็กให้บริษัทนำเสนอตัวเลขแบบแยกย่อย (Breakdown) เพื่อคลายความกังวลของตลาด
-
(EP207 (~พ.ค. 2026)) การปกปิดข้อมูลเชิงลึก: เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่บริษัท (รวมถึง Home Pro และ Global) จะไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขเจาะลึก เช่น ยอดขายรายสาขา เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งรู้กลยุทธ์ ทำให้นักลงทุนต้องขยันทำการบ้านและแกะรอยตัวเลขเอาเอง
บทเรียน-ประสบการณ์-เคสเทียบ (Lessons, Experiences & Comparisons)
-
(EP188 (10 พ.ย. 2025)) กลยุทธ์ Don't fight a losing war (เลี่ยงการสู้ในสมรภูมิที่เสียเปรียบ): อาจารย์เปรียบเทียบ DOHOME กับ Home Pro ว่า การที่ DOHOME ไม่พยายามยกระดับตัวเองไปแย่งลูกค้าพรีเมียมถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะ DOHOME มาทีหลัง หากไปทำห้างหรูแข่ง ต้นทุนค่าก่อสร้างจะแพงกว่าและสู้ไม่ได้แน่นอน การจับตลาดรากหญ้า (เช่น ชาวนา ผู้รับเหมาภูมิภาค) ที่รู้สึกเกร็งและไม่กล้าเดินเข้าห้างหรูอย่าง Home Pro จึงเป็นการหา "คูเมือง" (Moat) ของตัวเองที่ยอดเยี่ยม
-
(EP188 (10 พ.ย. 2025)) บทพิสูจน์ล้มแชมป์ท้องถิ่น: อาจารย์ยกเคสใน จ.อุบลราชธานี (จุดกำเนิดดูโฮม) ซึ่งมีร้านวัสดุก่อสร้างเจ้าถิ่นเดิมที่แข็งแกร่งมากชื่อ "ตึกน้ำเงิน" การที่ DOHOME สามารถเติบโตและแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าถิ่นระดับจังหวัดได้สำเร็จ เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันศักยภาพว่า พวกเขาสามารถขยายสาขาไปสู้กับเจ้าถิ่นในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศได้เช่นกัน
-
(EP161 (17 ก.พ. 2025)) โฟกัสที่กำไร อย่าตื่นตระหนกกับข่าว: เมื่อมีนักลงทุนกังวลข่าว "เหล็กจีนล้นตลาด" อาจารย์ให้ข้อคิดว่า "คีย์พอยต์ไม่ใช่ข่าว คีย์พอยต์คืองบ" ไม่ว่าข่าวจะเลวร้ายแค่ไหน ให้พิสูจน์ด้วยตัวเลขว่าบริษัทสามารถทำกำไรและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เติบโตได้หรือไม่
ข้อคิดการลงทุนที่ได้จากหุ้นตัวนี้ (Investment Takeaways)
-
(EP161 (17 ก.พ. 2025), EP174 (9 มิ.ย. 2025), EP200 (~มี.ค. 2026)) การลงทุนแบบเล่นรอบและการ "ถม" ต้นทุน: อาจารย์ได้บทเรียนและทำกำไรจาก DOHOME ด้วยการซื้อในช่วงวิกฤต (2 บาทกว่า) และไปขายทิ้งตอนที่ตลาดมองโลกในแง่ดีสุดๆ (10.30 บาท) และเมื่อราคาร่วงหนักจากความตื่นตระหนกของตลาด (ลงมาแถว 3 บาทกว่า) อาจารย์ใช้กลยุทธ์ซื้อไม้ใหญ่เพื่อ "ถม" ดึงต้นทุนเฉลี่ยลงมา เพราะมั่นใจว่าปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง
-
(EP200 (~มี.ค. 2026)) ประโยชน์ของสภาพคล่อง (Liquidity): หุ้น DOHOME สอนให้เห็นถึงข้อดีของการเลือกหุ้นเข้าพอร์ตหลัก (Core Port) แม้อาจจะไม่ใช่หุ้นที่ปลอดภัยที่สุดในตลาด แต่อาจารย์กล้าให้น้ำหนักสัดส่วนเยอะที่สุด เพราะ "สภาพคล่องสูงมาก" สามารถซื้อ-ขายหลักร้อยล้านบาทให้จบได้ภายในวันเดียว ทำให้ปรับพอร์ตและหนีได้ทันท่วงทีเมื่อมีวิกฤต
-
(EP199 (~ก.พ. 2026)) กฎเหล็ก "มั่นใจแค่ไหนก็ห้าม All-in": แม้อาจารย์จะยืนยันว่ามั่นใจในตัวธุรกิจ (Fundamental) และเชื่อว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนระดับ 3-5 เด้งในระยะยาว 100% แต่อาจารย์ทิ้งท้ายข้อคิดสำคัญว่า โลกของการลงทุนมีปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดฝันเข้ามากระทบได้เสมอ (เช่น เรื่องนโยบายรัฐ หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์) ดังนั้น "ขออย่างเดียวอย่า All-in" ต้องกระจายความเสี่ยงและอย่าโลภเกินตัว
📈 พัฒนาการมุมมอง (ตามตอน)
พัฒนาการมุมมองตามเวลา
-
EP138 (17 มิ.ย. 2024): อาจารย์มองว่าราคาหุ้นที่ไหลลงมาต่ำมากเป็นเรื่องที่ "ไม่มีเหตุผลเลย" และ "ถูกเกินไป" โดยมองว่าไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ที่แย่ลง แต่เป็นเรื่องของ Sentiment เชิงลบและการชอร์ตเซล (Short Sell) ของต่างชาติ แม้การเติบโต (CAGR) ในระยะสั้นอาจไม่ถึง 20% แต่อาจารย์มองข้ามช็อตไปที่รันเวย์ระยะยาว 5-10 ปี และมองว่าเป็นจังหวะแห่งความสิ้นหวัง (Extreme Fear) ที่น่าเข้าซื้อ
-
EP164 (24 มี.ค. 2025): จัดให้ DOHOME เป็นหุ้น Growth Stock ที่มีอัพไซด์เปิดกว้าง โดยอาจารย์มีการซื้อขายทำรอบ เช่น เคยขายออกบางส่วน (Trim) ในช่วงเดือนมกราคม และกลับมาซื้อคืนเมื่อราคาลงมาแถว 6 บาท
-
EP165 (31 มี.ค. 2025): อาจารย์ให้ค่าพรีเมียม P/E ของ DOHOME อยู่ที่ 15-18 เท่า ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง Home Pro หรือ Global (ที่ตลาดให้ราว 15 เท่า) เพราะมองว่า DOHOME ยังอยู่ใน "ช่วงเติบโต" (Growth Stage) ในขณะที่คู่แข่งเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว
-
EP168 (28 เม.ย. 2025): อัปเดตจากการประชุม AGM อาจารย์มองเห็นปัจจัยบวกจากดีมานด์งานภาครัฐที่อั้นมานาน ประกอบกับราคาเหล็กที่สูงขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวในต่างประเทศที่ทำให้โรงงานคู่แข่งต้องปิดตัว จึงคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการออกมาดีมากๆ
-
EP172 (26 พ.ค. 2025): อาจารย์เข้าไปทำ Company Visit (CV) นานกว่า 2 ชั่วโมง และพบว่าผู้บริหารเป็นคนทำงานหนักมาก (เลิกงาน 5 ทุ่ม-เที่ยงคืนทุกวัน) แต่มีจุดอ่อนเรื่องการสื่อสาร อาจารย์จึงแนะนำให้ผู้บริหารปรับปรุงการนำเสนอข้อมูล (Breakdown ตัวเลขให้ชัดเจน) เพื่อคลายความกังวลของตลาด นอกจากนี้ยังประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 เริ่มฟื้นตัวมายืนเหนือ 12% ได้
-
EP174 (9 มิ.ย. 2025) / EP175 (7 ก.ค. 2025): อาจารย์เล่าบทเรียนการลงทุนแบบเล่นรอบ โดยในอดีตเคยเข้าซื้อ DOHOME ในช่วงวิกฤตที่ราคาต่ำ (2 บาทกว่า) และไปล้างพอร์ตขายออกที่ราคาจุดพีค 10.30 บาท เพราะประเมินว่าราคาแพงและสะท้อนความคาดหวังไปไกลแล้ว ส่วนในวิกฤตรอบล่าสุดที่ราคาไหลลงมาแถว 2 บาทปลายๆ ถึง 3 บาทต้นๆ อาจารย์มองว่าเป็น "Lifetime Bottom" จึงใช้กลยุทธ์ซื้อไม้ใหญ่เพื่อ "ถม" ดึงต้นทุนเฉลี่ยให้ลงมาต่ำสุด
-
EP181 (2 ก.ย. 2025) / EP183 (15 ก.ย. 2025): อาจารย์ปรับมุมมองระยะสั้นและแอคชั่นด้วยการ "ทริม (Trim) ขายออก" ที่ระดับราคา 4.30 - 4.50 บาท เพราะประเมินล่วงหน้าว่าไตรมาส 3 งบจะออกมาแย่ เนื่องจากฝนตกหนัก ลูกค้าหน้าร้าน (B2C) หดตัว และบริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง (เพราะล็อก Forward ค่าเงินไว้แล้ว) โดยตั้งใจว่าถ้าราคาตกลงมาต่ำกว่า 3.50 บาทจึงจะกลับไปรับคืน
-
EP186 (20 ต.ค. 2025) / EP188 (10 พ.ย. 2025): เมื่อราคาหุ้นย่อลงมาที่โซน 3.70 - 4.00 บาท (แม้จะยังไม่ถึง 3.50 บาท) แต่อาจารย์ประเมินว่าราคานี้สะท้อน Forward P/E ปีหน้าที่ 12-15 เท่า ซึ่งดาวน์ไซด์จำกัดมากเพียง 13-20% แต่อัพไซด์เปิดกว้างเป็นเด้ง อาจารย์จึงเข้าเก็บสะสมอย่างหนัก (โดยเฉพาะไม้ 3.70 บาท) และยืนยันเป้าหมายระยะยาวว่าหุ้นตัวนี้มีโอกาสเติบโตได้ 3-5 เด้งในกรอบเวลา 5-10 ปี
-
EP198 (~ก.พ. 2026) / EP199 (~ก.พ. 2026) / EP200 (~มี.ค. 2026) / EP207 (~พ.ค. 2026): ยกระดับให้ DOHOME เป็น "โคตร Top Pick" (สัญลักษณ์ดาวเต็มดวง) ในกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth) และเป็นหุ้นที่อาจารย์กล้าถือในสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ต ไม่ใช่เพราะปลอดภัยที่สุด แต่เพราะ "สภาพคล่องสูงมาก" สามารถเข้าออกระดับ 20-30 ล้านบาทได้สบายๆ ภายในวันเดียว แม้จะประเมินฐานกำไรแบบอนุรักษ์นิยมในปี 2025 ไว้ที่ 700 ล้านบาท ก็ยังมองว่าดาวน์ไซด์แทบไม่มีแล้ว และถ้างบทำได้ถึงกรอบบนที่ 850 ล้านบาท อัพไซด์จะเปิดกว้างมหาศาล
💬 ถาม-ตอบ Opp Day รายไตรมาส (จาก aio.panphol)
ช่วงถามตอบนักวิเคราะห์หลัง Opp Day แต่ละไตรมาส (ส่วนที่สไลด์ไม่มี) — ใหม่→เก่า
Q3/2568 (ปี 2025)
เริ่ม Q&A Session ที่นาทีที่ 31:00
God Profit
❓ คำถาม: ปีนี้ God Profit ของดูโฮมปรับตัวดีขึ้น แนวโน้ม God Profit ในไตรมาส 4 มีโอกาสสูงกว่าไตรมาส 3 หรือไม่ จากปัจจัยอะไร
💡 คำตอบ: เดือนตุลาคม God Profit สูงกว่าไตรมาส 3 เล็กน้อย แต่ทั้งไตรมาส 4 ต้องรออัปเดตอีกที คาดว่ากลยุทธ์ต่างๆ จะช่วยให้ God Profit เรายัง Improve ขึ้นได้อีก
แนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2568
❓ คำถาม: แนวโน้มไตรมาส 4 จะเป็นอย่างไร เติบโตหรือไม่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
💡 คำตอบ: Top Line ปัจจุบัน (Same Store Sales) ลดลง ถ้าเทียบ QonQ คือไตรมาส 3 ถ้าดู ณ Quarter to date เซมตอเซลล์เราติดลบ 5-7% แต่ถือว่าค่อนข้างเห็นไซส์ที่ดีขึ้นจากไตรมาส 3 โซนภาคอีสาน หรือโซนต่างจังหวัดที่ทำการเกษตร น่าจะเห็นการ Improve กลับมาจับจ่ายใช้สอย กลุ่มลูกค้าที่เป็นช่างของ ถ้าไม่มีฝนเข้ามา น่าจะมีการสั่งของเข้าหน้างานต่อเนื่อง คาดว่าไตรมาส 4 น่าจะเห็น เห็นไซส์ที่ดีขึ้นจากไตรมาส 3
จำนวนสาขาปี 2568
❓ คำถาม: 10 เดือนแรกมีสาขารวมเท่าไหร่ ในไตรมาส 4 จะมีเปิดอีกกี่สาขา
💡 คำตอบ: XL ไซส์ 10 เดือนแรกตอนนี้ปัจจุบันมีอยู่ 26 สาขา และในไตรมาส 4 เราจะมีการเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ทางโซนภาคใต้ จบปีนี้เราจะมีไซส์ใหญ่ XL XL นะครับ อยู่ 27 สาขาโก ปัจจุบัน ผมเรียนไปก็คือเรามีอยู่ 17 สาขา ตอนนี้ในปีนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะมีการเปิดเพิ่มอีก 8-10 สาขา
Same store sales เดือนตุลาคม
❓ คำถาม: ยอดขาย Same Store Sales ในเดือนตุลาคมเป็นบวกหรือไม่ หรือยังติดลบอยู่ เพราะเหตุใด ด้วยเศรษฐกิจ หรือกำลังซื้อ
💡 คำตอบ: สองอาทิตย์แรกอ่ะเราเห็น ในส่วนของ Back Office เนี่ย Same Store Sales กลับมาเป็นบวกแล้ว ในส่วนของ User อาจจะยังเจอ impact อยู่ แต่ถ้าทั้งเดือนเนี่ย ช่วงครึ่งเดือนหลัง อาจจะด้วยส่วนหนึ่ง คือมีฝนเข้ามา ก็เลยทำให้ทั้งเดือนเนี่ย เซ Store Sales เดือนตุลาคม เราติดลบประมาณ 5-7%
เป้ารายได้ปี 2568
❓ คำถาม: ภาพรวมทั้งปีของปี 2568 รายได้จะโตกี่เปอร์เซ็นต์ มีการปรับเป้าหมายใหม่หรือไม่
💡 คำตอบ: สำหรับเป้าหมายที่เรา ให้ทาง ทางทีมงานของเรานะคะ เราไม่ ไม่ได้มี มีการปรับเป้า นะคะ แต่เราก็มองว่าปีนี้นะคะทั้งปีเอง เสียตอตอเซลล์ ร้านติด ลบประมาณ มิดซิงเกิล นะคะ
แผนการขยายสาขาปีหน้า
❓ คำถาม: ปีหน้าเรายัง จะมี การแผนการขยายสาขา อย่างไร นะ คะ ทั้ง สาขา ขนาด ใหญ่ และ โก อัน นี้ เรียน เชิญ คุณ อรัญ ชี้ แจง ค่ะ
💡 คำตอบ: ค่ะ สำหรับ ปี สำหรับ เอ่อ สาขา ใหญ่ นะ ครับ ใน ปี 2577 เรา คง ยัง เอ่อ มี เป้า หมาย เอ่อ ขยาย อยู่ ทั้ง หมด 32 สาขา นะ ครับ ส่วน คํา ถาม ถัด มา สาขา ที่ เปิด ไป แล้ว ทั้ง ทั้ง ปี สอง สาขา ยอด ขาย เป็น ไร ก็ อย่าง ที่ ผม เรียน ครับ สาขา ที่ เปิด ไป เดีย ตั้ง แต่ เดือน แรก เรา สามารถ ทํา กําไร ได้ เลย นะ ครับ ทั้ง สอง สาขา นะ ครับ ทั้ง เทพารักษ์ และ นครสวรรค์ นะ ครับ คํา ถาม ถัด มา เป้า ขยาย สาขา ธู โพ ปี นี้ ยัง สามารถ เปิด ได้ ตาม เป้า หมาย อยู่ ไหม ใน ปี นี้ ครับ เรา คาด ว่า เรา จะ เปิด ได้ 10-12 สาขา นะ ครับ และ เป้า หมาย เป้า ขยาย ธู โพ ปี หน้า จะ เป็น เท่า ไหร่ ก็ คาด ว่า จะ อยู่ ประมาณ 15 สาขา นะ ครับ ใน ปี หน้า โดย ใน ปี 2577 เรา ยัง คง เป้า หมาย เท่า เดิม นะ ครับ 50 สาขา ครับ
Same store sales รายภูมิภาค
❓ คำถาม: Same Store Sales ของไตรมาส 3 สามารถบอกได้หรือไม่ว่า ภูมิภาคไหนติดลบ หรือบวกเท่าไหร่
💡 คำตอบ: หลักๆในไตรมาส 3 เนี่ย เราติดลบจาก 2 ภูมิภาคเป็นหลัก คือภาคอีสาน แล้วก็กรุงเทพฯ ปริมณฑล แต่ว่าภูมิภาคอื่นๆเนี่ยเซมตอเซลเรายังเป็นบวกได้อยู่แล้วเนื่องจากว่า เอ่อ ณ ปัจจุบันเนี่ยเรามีจำนวนสาขาในภาคอีสานและกรุงเทพฯ อนุมณฑล ซึ่งเปิดมานานแล้วแล้วก็มีจำนวนสาขาเยอะกว่าภูมิภาคอื่นๆ ก็เลยทำให้เราติดลบใน 2 ภูมิภาคนี้ก็เลยส่งผลให้ภาพรวมทั้งบริษัทเซมตอเซลติดลบ นะ คะดังนั้นเรามองว่าในอนาคตถ้าเรามีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกๆ จังหวัดในแต่ละภูมิภาคเนี่ย อ่าเนี้ยตัวรายได้เราเองยังมีรูมที่จะเติบโตได้นะคะแล้วก็ภาค คอร์เตอร์ 3 เนี่ยตามที่เรียนภาคอื่นๆส่วนใหญ่เป็นบวกหมดนะคะโดยเฉพาะภาคใต้ก็ยังมี การ เอ่อ เซมเซล ยังบวกได้ Double Digit อย่างต่อเนื่องนะคะ
ยอดขาย Same store sales Q4
❓ คำถาม: ไตรมาส 4 ที่สอบถามว่ายอดขายเซมตอเซลเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ Year on Year
💡 คำตอบ: ก็ตามที่เรียนแจ้งไปเลยนะคะว่าณปัจจุบันเราเห็นตัวเซมตอเซลในคอเตอร์ทูเดทติดลบประมาณ มิซิงเกิ้ลนะคะ
คาดการณ์เซมตอเซลปีหน้า
❓ คำถาม: และก็คำถามที่สอบถามว่า ปีหน้า คาดการณ์ เซลล์ ประมาณเท่าไหร่
💡 คำตอบ: เอ่อ ทาง บริษัท ก็ ยัง มอง ว่า สําหรับ ปี หน้า ถ้า ภาวะ เศรษฐกิจ ไม่ ได้ เจอ Impact จาก ปัจจัย อะไร นะ คะ เรา ก็ มอง ว่า เซม ตอเซล ร้าน น่า จะ กลับ มา เป็น บวก ได้ นะ คะ แต่ ว่า จะ เป็น บวก เท่า ไหร่ เนี่ย เดี๋ยว ยัง ไง อัปเดต เรียน แจ้ง ทุก ท่าน ใน ต้น ปี อีก ที นึง นะ คะ สําหรับ แผน การ การ ตั้ง Target ของ เรา นะ คะ ค่ะ ค่ะ เอ่อ ส่วน คํา ถาม ที่ สอบ ถาม ว่า ปี หน้า คาด หวัง ว่า จะ เป็น 18-18.5% ได้ ไหม นะ คะ ก็ คือ ตาม ที่ เรียน แจ้ง ไป ว่า ใน มุม ของ เรา เอง เอ่อ ช่วง สอง ปี ที่ ผ่าน มา จะ เห็น ว่า อย่าง ปี ที่ แล้ว นะ คะ ตัว GP เรา ก็ บวก ประมาณ 1.3% เมื่อ เทียบ ปี 2000 เอ่อ 24 นะ คะ หรือ ปี นี้ ปี 2568 ถ้า ดู ณ 9 Months สะสม เนี่ย GP เรา ก็ สูง กว่า เอ่อ ปิด ทั้ง ปี 2024 อยู่ ประมาณ 5% ละ นะ คะ ดัง นั้น เรา มอง ว่า สําหรับ ปี หน้า เนี่ย GP ที่ ประมาณ 18-18.5 เนี่ย เรา ก็ ยัง มี รูม ที่ จะ Improve ได้ จาก หลาย ๆ กลยุทธ์ ที่ ทาง บริษัท เร่ง ผลัก ดัน นะ คะ ดัง นี้ เรา ก็ มอง ว่า เรา ยัง มี รูม ค่ะ
ผลกระทบจากความขัดแย้งกับกัมพูชา
❓ คำถาม: สำหรับคำถามที่สอบถามว่า เอ่อ ทางบริษัทได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับกัมพูชาหรือไม่
💡 คำตอบ: ก็เอ่อต้องเรียนแจ้งว่าทางบริษัทเองมีสาขาที่อยู่ใกล้พื้นที่บริเวณชายแดน 3 สาขานะคะก็คือพื้นที่จังหวัดอุบลเนี่ยก็คือจะเป็นอำเภอน้ำยืนนะคะแล้วก็ส่วนนึงของลูกค้าจังหวัดอุบลเราก็จะเป็นลูกค้าโซนจังหวัดศรีสะเกษต้องเรียนแจ้งว่าถ้าช่วงที่เกิดภาวะสงครามเนี่ยก็มีการชะลอตัวในการซื้อนะคะเนื่องจากว่าทางทางลูกค้าเองก็ต้องเฝ้าระวังนะคะมีการอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยรวมถึงจังหวัดสุรินทร์แล้วก็บุรีรัมย์นะคะก็คือเอ่อพื้นที่สาขาเราไม่ได้ใกล้ชายแดนนะคะเพียงแต่ว่าช่วงที่เกิดภาวะสงครามเนี่ยก็ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการกำลังซื้อนะคะ
สินค้า House Brand ที่สร้างยอดขายสูงสุด
❓ คำถาม: สินค้า House แบรนด์นะคะที่สร้างยอดขายสูงสุดนะคะเอ่อและคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของสัดส่วน House แบรนด์ทั้งหมดนะคะ
💡 คำตอบ: เอ่อหลักๆนะคะสินค้า Private Brand ของเราเนี่ยเอ่อในส่วนของกลุ่มก่อสร้างเนี่ยจะประมาณสัก 50 กว่าเปอร์เซ็นต์นะคะแล้วก็กลุ่มตกแต่งเนี่ยประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์อีก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เนี่ยจะเป็นกลุ่มก่อสร้างนะคะดังนั้น Top จริงๆ Number One ก็จะเป็นสินค้ากลุ่มกลุ่มก่อสร้างนะคะซึ่งเรามีความแข็งแกร่งแล้วก็เอ่อแบรนด์ของเราของ Private Brand เราค่อนข้างติดตลาดนะคะดังนั้นช่างเวลาเขาซื้อเค้าก็จะกลับมาซื้อซ้ำหรือมีการบอกต่อนะคะส่วนในกลุ่มอื่นๆเราก็มองว่าเอ่อเราเองก็พยายามเอ่อมีเอ่อเพิ่มสินค้าที่เป็น New Product ใหม่ๆของสินค้า Private แบรนด์อย่างเอ่อ House แบรนด์อย่างต่อเนื่องนะคะตรงนี้ก็มองว่าในอนาคตเองในส่วนของตัวสัดส่วนสินค้า House แบรนด์ก็น่าจะยังมีรูม Improve ขึ้นนะคะแล้วก็ในส่วนของตัว God Profit House แบรนด์เองเราก็มองว่ายังสามารถที่จะ Improve ขึ้นได้อีกนะคะ
ประเภทของลูกค้า Tugo
❓ คำถาม: ถัดมาในส่วนของคำถามที่สอบถามเรื่องประเภทลูกค้า Tugo ค่ะ
💡 คำตอบ: สำหรับประเภทของลูกค้า Tugo ที่สอบถามมานะครับ ลูกค้า Tugo เนี่ยเราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ นะ ครับ กลุ่ม แรก เนี่ย ก็ เป็น กลุ่ม ผู้ ใช้ นะ ครับ กับ กลุ่ม ที่ สอง เนี่ย ก็ เป็น กลุ่ม ช่าง ราย ย่อย นะ ครับ แต่ ว่า ทั้ง สอง กลุ่ม นี้ เอง เนี่ย ก็ พฤติกรรม ของ ทั้ง สอง กลุ่ม นี้ เอง ก็ จะ เป็น คน ที่ เน้น ความ สะดวก สบาย นะ ครับ ว่า Tugo เรา เอง เนี่ย ตั้ง อยู่ ใน แหล่ง ชุม ชน นะ ครับ ที่ เข้า ถึง ค่อน ข้าง ง่าย นะ ครับ เพราะ นั้น ช่าง ราย ย่อย นะ ครับ ก็ มัก จะ มา ซื้อ ของ กับ เรา หรือ ว่า ผู้ ใช้ ที่ เอ่อ อาศัย อยู่ บริเวณ เอ่อ แถบ นั้น ก็ จะ เข้า มา ซื้อ กับ เรา นะ ครับ
งบลงทุนและ payback period ของ Tugo และ XL
❓ คำถาม: ค่ะ สำหรับคำถามที่สอบถามว่าไซส์ L และโกนะคะเอ่อใช้งบลงทุนต่อสาขาเท่าไหร่แล้วก็ Payback กี่ปีนะคะ
💡 คำตอบ: สำหรับตัวสาขาไซส์ L Format เนี่ยเราลงทุนประมาณสัก 350-400 ล้านไม่รวมที่ดินแล้วก็ไม่รวมอีนเวนทอรี่นะคะส่วนโกเนี่ยเนื่องจากว่าเป็นพอเป็นไซส์เล็กนะคะแล้วก็เราทำเป็น Standard Alone ก็จริงแต่ว่าเงินลงทุน 10 ล้านบวกลบนะคะตรงในส่วนของโกไม่รวมอีนเวนทอรี่นะคะส่วน Payback Period เนี่ยเอ่อสาขาไซส์ L ก็ประมาณ 8-10 ปีแล้วแต่แล้วแต่ไซส์แล้วแต่โลเคชั่นนะคะแล้วก็แล้วแต่การลงทุน Cap ในแต่ละสโตร์ส่วนโกเนี่ยประมาณ 3-5 ปีนะคะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่คุณอรัญชี้แจงไปว่าอย่างสาขาไซส์ L Format เนี่ยในเดือนแรกที่เปิดเต็มเดือนอย่างเช่นเทพารักษ์หรือเอ่อ นครสวรรค์เนี่ยในเดือนแรกเนี่ยเราสามารถมี Net Profit เป็นบวกตั้งแต่เดือนแรกนะคะส่วนโกก็เช่นเดียวกันนะคะ
สาขาที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม
❓ คำถาม: ค่ะสำหรับคำถามถัดมานะคะที่สอบถามว่ามีสาขาไหนที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำท่วมหรือไม่นะคะแล้วก็มีบริษัทบริษัทมีประกันครอบคลุมกรณีน้ำท่วมสาขาเอ่อหรือไม่นะคะ
💡 คำตอบ: ก็ต้องเรียนแจ้งท่าน ณ ปัจจุบันเนี่ยในทุกๆสาขาของเราเนี่ยไม่ได้มีสาขาไหนที่ที่จะที่น่าจะมีน้ำท่วมนะคะในบริเวณรอบสาขานะคะแต่ถ้าในพื้นที่จังหวัดนั้นๆอาจจะมีเหตุการณ์น้ำท่วมนะคะหรืออย่างสาขาอุบลเนี่ยที่อาจจะด้วยช่วง 2-3 ปีเราเจอเจอเหตุการณ์น้ำท่วมนะคะแต่ว่าในปีเนี้ยสาขาอุบลเองไม่ได้น่ากังวลเรื่องเหตุการณ์น้ำท่วมนะคะทางจีเอ็มสาขาก็มีการเฝ้าระวังนะคะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเอ่อเฝ้าระวังแล้วคอยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องนะคะแต่ก็อาจจะมีบางจังหวัดอย่างเช่นอยุธยาเนี่ยที่เรามีสาขาที่อยุธยานะคะดังนั้นก็จะมีบริเวณพื้นที่ในจังหวัดอยุธยาที่มีน้ำท่วมนะคะแต่ว่าสาขาเราเองไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้มีน้ำท่วมบริเวณรอบสาขาส่วนประกันในทุกๆสาขาเรานะคะเรามีประกันครอบคลุมหมดนะคะ
การควบคุมค่าใช้จ่าย
❓ คำถาม: สําหรับคําถามถัดมานะคะที่สอบถามว่าบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีนะคะอยากทราบว่ายังมีช่องทางสามารถลดค่าใช้จ่ายในแต่ละสาขาลงได้อีกหรือไม่นะคะ
💡 คำตอบ: ก็เอ่อย่างในไตรมาส 3 ปีนี้นะคะจะเห็นว่าจริงๆบริษัทมีเปิดสาขาขนาดใหญ่และโกนะคะแต่เรายังบริหารตัว SG&A ได้ลดลงนะคะส่วนหนึ่งก็คือมาจากการที่เรา Lean Process ในส่วนของ Store นะคะไม่ว่าจะเป็น Lean ขบวนการต่างๆนะคะเพื่อให้กระชับมากขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือการเอาระบบเข้ามาช่วยนะคะดังนั้นตรงนี้ก็คือสามารถทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายใน Store ลงได้ซึ่งก็จะเป็น Long Term แต่ถามว่ายังมีรูมอีกหรือไม่นะคะต้องต้องเรียนแจ้งว่าเรายังเองยังไม่ได้ครบทำครบครอบคลุมในทุกๆสโตร์แล้วก็ Process บางอย่างนะคะที่กระทบลูกค้าเนี่ยเราเรายังจะไม่ได้มีการดำเนินการต้องเรียนแจ้งว่าด้วยด้วยภาวะเศรษฐกิจนะคะช่วงที่ผ่านมาเนี่ยด้วยด้วยหลายๆปัจจัยเนี่ยเราก็ไม่อยากให้กระทบเกี่ยวกับการขายเพราะเรากลัวจะกระทบลูกค้านะคะดังนั้นในอนาคตเนี่ยเรายังมีรูมในการเอาระบบเข้ามาช่วยนะคะหรือการปรับ Process การทำงานให้กระชับและให้รวดเร็วยิ่งขึ้นนะคะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
เป้ารายได้ต่อสาขาและ God Profit Tugo
❓ คำถาม: ค่ะสำหรับคำถามถัดมานะคะที่เอ่อสอบถามว่าบริษัทวาง Target รายได้ต่อสาขาและ God Profit ของ Tugo ในสถานการณ์เศรษฐกิจปกติไว้ที่เท่าไหร่นะคะ
💡 คำตอบ: เอ่อต้องเรียนแจ้งว่าของ Tugo เนี่ยตามที่เรียนแจ้งไปเลยว่าเนื่องจาก Tugo เนี่ยเป็นไซส์เล็กนะคะแล้วก็ Cap ค่อนข้างใช้เงินลงทุนน้อยนะคะแล้วก็เอ่อ GP ค่อนข้างสูง God Profit ของเขาค่อนข้างสูงเนี่ยดังนั้นในเดือนแรกเนี่ยที่เปิดเต็มเดือนเขาก็มี Net Profit เป็นบวกประกอบกับตัวพอเป็นไซส์เล็กเราค่อนข้างใช้จำนวนพนักงานน้อยค่าใช้จ่าย SG&A ก็ค่อนข้างต่ำนะคะส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายต่างของ Tugo จะอยู่ที่พื้นที่เช่าค่าเช่าเป็นหลักนะคะดังนั้นเราก็มองว่า Tugo เนี่ยจริงๆในในรูมของการ Improve Target เซลเนี่ยจริงๆเราเราตั้ง Target เซลค่อนข้างที่จะสูงนะคะ3-5 ล้านต่อเดือนนะคะดังนั้นเราก็มองว่า GP เขาเองยังมีรูมที่จะ Improve อีก ณ ปัจจุบันก็ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์นะคะดังนั้นในอนาคตในการบริหาร Product Mix ต่างๆของ Tugo นะคะหรือกลยุทธ์ต่างๆเนี่ยเราก็มองว่า Tugo เองน่ะน่าจะยังมีรูม Improve ในส่วนของทั้งตัวรายได้ แล้ว God Profit อีกนะคะ
เป้าหมาย Day Inventory
❓ คำถาม: ค่ะสำหรับเอ่อคำถามที่สอบถามว่าเป้าหมาย Inventory Day นะคะแล้วก็ Cash Cycle ระยะยาวเนี่ยเอ่อตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่นะคะ
💡 คำตอบ: ก็ตามที่เรียนแจ้งไปเลยเนื่องจากว่าเอ่อเอ่อเราน่ะได้นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการบริหาร Inventory นะคะดังนั้นในในอนาคต Long Term เนี่ยเรามองว่าเรายังจะสามารถเอ่อลดตัว Inventory ลงได้อีกแล้วก็บริหารจัดการได้ดีขึ้นนะคะเอ่อย่างปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้วหรือปีนี้จะเห็นว่าถ้าดูเป็นมูลค่า Stock เนี่ยอย่างปีที่แล้วนะคะเราลดมูลค่า Stock ลงได้ประมาณ 800 กว่าล้านหรืออย่างปีนี้เราก็ลดได้อีก 200 กว่าล้านดังนั้นถ้าดูเนี่ยเกือบ 1,000 ล้านละในขณะที่เรามี 2 สาขาใหม่แสดงว่าเราลดลงประมาณ 1,500 ล้านนะคะแต่ถ้าดูเป็น Day เนี่ยเราตั้งเป้ามองว่าถ้าเรามีระบบ AI เข้ามาช่วยเนี่ยใน Long Term อีก 1-2 ปีเราน่าจะเห็น Day เราประมาณสัก 150-160 วันได้นะคะส่วน Cash Cycle เนี่ยเราก็มองว่าถ้าหลักๆต้องเรียนแจ้งว่าตอนเนี้ยก็คืออาจจะถ้าเราสามารถลด Day ลงได้นะคะดังนั้นตัว Cash Cycle ของบริษัทเองใน Long Term เองก็จะปรับลดลงด้วยนะคะ
สาเหตุที่ค่าใช้จ่ายลดลง
❓ คำถาม: ค่ะ สำหรับคำถามที่สอบถามว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเกิดจากสาเหตุอะไรนะคะ
💡 คำตอบ: ก็ ก็ตามที่เรียนแจ้งไปเลยว่าหลักๆในควอร์เตอร์ 3 เนี่ยมี 2 สาเหตุ 1 ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เอ่อผันแปรตามยอดขายนะคะเนื่องจากในควอร์เตอร์ 3 เนี่ยยอดขายเราลดลงดังนั้นค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นเอ่อต่างๆที่ผันแปรตามยอดขายก็จะลดลงด้วยนะคะอีกส่วนหนึ่งก็คือมาจากการที่เรา Lean Process เราเอาระบบเข้ามาช่วยนะคะตรงนี้ที่เราบริหารจัดการปรับ Process ตรงนี้ที่จะสามารถ Long Term ได้นะคะ
Same store sales เดือนตุลาคม
❓ คำถาม: ก็เอ่ออีกคำถามนึงก็น่าจะเกี่ยวกับ Same Store Sales นะคะในเดือนตุลาคมก็ตามที่เรียนแจ้งไปแล้วนะคะว่าติดลบประมาณ 5-7% ก็ดีขึ้น QonQ นะคะ
การเปิดดำเนินงานสาขาใหม่
❓ คำถาม: ถัดมานะคะจะสำหรับคำถามที่สอบถามว่าการเปิดดำเนินการสาขาใหม่นะคะจะทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหรือไม่นะคะ
💡 คำตอบ: เอ่อต้องเรียนแจ้งว่าหลักๆในการเปิดสาขาที่เป็นขนาดใหญ่นะคะไซส์ L เนี่ยเราก็จะกู้กู้ลองเทอมจากทางแบงค์มาอันนี้ก็จะมีดอกเบี้ยนะคะทั้งแล้วก็ทั้งด้วย Cap เองแล้วก็ในส่วนของตัวอีนเวนทอรี่นะคะแต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเนี่ยทางแบงค์ชาติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงนะคะดังนั้น Cost of Debt ของเราปัจจุบันก็ค่อนข้างลดลงเยอะแล้วดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะไม่ได้สูงมากนักนะคะกับยาตามที่เรียนแจ้งไปเลยว่าเรายังมีรูมที่จะลดตัวอีนเวนทอรี่ลงได้อีกนะคะดังนั้นอนาคตในอีก 1-2 ปีนะคะถ้าเราสามารถลดตัวสต็อกลงได้อีกตรงเนี้ยดอกเบี้ยทางบริษัทก็จะลดลงนะคะส่วน Tugo เองด้วยด้วยที่เงินลงทุนค่อนข้างน้อยนะคะดังนั้นตัว Tugo เนี่ยเราใช้ Cash4 จากการดำเนินกิจการในการลงทุนนะอันนี้ก็คือไม่ได้กระทบที่จะต้องทำให้จ่ายดอกเบี้ยนะคะ
สาเหตุที่ Store Sales ติดลบ
❓ คำถาม: เอ่อค่ะสำหรับคำถามที่ที่สอบถามว่าเอ่อสาเหตุที่เซมตอเซลของเขาเราติดลบมากกว่ามากกว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเดียวกันนะคะ
💡 คำตอบ: ก็ ตาม ที่ เรียน แจ้ง ไป เลย ว่า เนื่อง จาก ว่า จำนวน สาขา ของ เรา ณ ปัจจุบัน เนี่ย เรา มี สาขา ที่ อยู่ ภูมิ ภาค อีสาน แล้ว ก็ กรุงเทพฯ อนุมณฑล เนี่ย คิด เป็น สัด ส่วน ประมาณ เกือบ 70% ของ ของ ของ ทั้ง บริษัท ส่วน ภูมิ ภาค อื่น ๆ เนี่ย ส่วน ใหญ่ เซม ตอเซล เรา เป็น บวก ค่อน ข้าง เยอะ อย่าง ภาค ใต้ เนี่ย ก็ ยัง บวก ประมาณ 20 กว่า เปอร์เซ็นต์ ได้ อยู่ นะ คะ หรือ ภาค อื่น ๆ ก็ ยัง เป็น บวก ได้ อยู่ ดัง นั้น ภาพ รวม ใน คอร์เตอร์ 3 เอง นะ คะ ก็ เลย ยัง เอ่อ เนื่อง จาก เรา Impact จาก ภาค อีสาน แล้ว ก็ กรุงเทพฯ อนุมณฑล ก็ เลย ส่ง ผล ให้ ภาพ รวม ใน คอร์เตอร์ 3 เนี่ย ของ เรา เซม ตอเซล บวก มาก กว่า เอ่อ มาก กว่า ผู้ ประกอบ การ ลาย อื่น ๆ นะ คะ แต่ อย่าง ที่ บอก ว่า เรา เอง ก็ มอง ว่า เรา ยัง มี รูม ที่ จะ Improve ขึ้น ได้ นะ คะ
เป้าหมายยอดขายปีนี้และปีหน้า
❓ คำถาม: ค่ะสำหรับคำถามที่สอบถามว่าบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้และปีหน้าเท่าไหร่นะคะ
💡 คำตอบ: เอ่อสำหรับปีนี้นะคะบริษัทค่อนข้างตั้งเปาตั้งเป้าที่จะมีเซนเซลเป็นบวกแต่อย่างอย่างที่ทุกท่านทราบว่าด้วยด้วยหลายๆปัจจัยนะคะทั้งภาวะเศรษฐกิจทั้งเอ่อหลายๆปัจจัยทั้งกำลังซื้อเนี่ยก็เลยส่งผลให้ในปีเนี้ยถ้าดูณปัจจุบันกระอ่า 9 เดือนเนี่ยเซมตอเซลเราติดลบประมาณสักอ่า 5-6% ทั้งปีนะคะเราก็มองว่าปีเนี้ยเองถ้าคอร์เตอร์ 4 นะคะอย่างคอร์เตอร์ 4 ปีที่แล้วเองเซมตอเซลเราก็บวกประมาณ 1.5% นะคะดังนั้นเรามองว่าคอร์เตอร์ 4 ปีเนี้ยเราน่าจะเห็นไซส์ที่ดีขึ้นจากคอร์เตอร์ 3 ก็น่าจะทำให้เซมตอเซลเราติดลบลงเล็กน้อยของสำหรับปีนี้นะคะแต่ปีหน้าเนี่ยเรามองว่าทางบริษัทเองก็ยังไงก็คงต้องตั้งเป้าโกส นะคะเพียงแต่ว่าจะตั้งเป้าเท่าไหร่เนี่ยขออนุญาตเรียน เรียนอัปเดตอีกทีนึงนะคะ
โอกาสน้ำท่วมสาขาอุบล
❓ คำถาม: ค่ะสำหรับอีก 1 คำถามนะคะที่สอบถามว่าปีนี้มีโอกาสน้ำจะท่วมสาขาอุบลหรือไม่ครับนะคะ
💡 คำตอบ: เอ่อก็ ตาม ที่ เรียน แจ้ง ไป เลย นะ คะ ว่า ทาง ทาง บริษัท เอง ใน ทุก ๆ สาขา ของ เรา นะ คะ เรา ก็ มี การ เฝ้า ระวัง นะ คะ เอ่อ ทั้ง ดู เฝ้า ระวัง ด้วย ดู ระดับ น้ํา เอง หรือ ติด ต่อ กับ ประสาน งาน หน่วย งาน ราชการ ที่ เกี่ยว ข้อง นะ คะ ดัง นั้น เรา ก็ มอง ว่า ปี นี้ สาขา อุบล เอง น่า จะ ไม่ เกิด เหตุ การณ์ น้ํา ท่วม นะ คะ ด้วย ปริมาณ น้ํา ถ้า ดู วัด ระดับ ณ ปัจจุบัน นะ คะ ก็ ยัง ไม่ ได้ น่า กังวล นะ คะ
โดยสรุป DOHOME ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายสาขาและพัฒนาช่องทางการขายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
หัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป
-
God Profit
-
แนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2568
-
จำนวนสาขาปี 2568
-
Same store sales เดือนตุลาคม
-
เป้ารายได้ปี 2568
-
แผนการขยายสาขาปีหน้า
-
Same store sales รายภูมิภาค
-
ยอดขาย Same store sales Q4
-
คาดการณ์เซมตอเซลปีหน้า
-
ผลกระทบจากความขัดแย้งกับกัมพูชา
-
สินค้า House Brand ที่สร้างยอดขายสูงสุด
-
ประเภทของลูกค้า Tugo
-
งบลงทุนและ payback period ของ Tugo และ XL
-
สาขาที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม
-
สาเหตุที่ค่าใช้จ่ายลดลง
-
เป้ารายได้ต่อสาขาและ God Profit Tugo
-
เป้าหมาย Day Inventory
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q3/2568
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้
Q1/2568 (ปี 2025)
มีคำถามเข้ามาว่าแนวโน้มผลประกอบการใน Quater ที่ 2 ปี 2568 เทียบ Year on Year จากปัจจัยอะไรบ้าง ก็ต้องเรียนแจ้งว่าหลัก ๆ ก็จะดูถ้า Top Line ของเรานะค่ะ ในส่วนของเซลล์เนี่ย ก็ต้องเรียนว่าในช่วง Quater 2 ปีนี้ ส่วนนึงก็คือจะมีวันหยุดในช่วงเดือนเมษายนนะค่ะที่ค่อนข้างมีวันหยุดหลายวันนะค่ะยังไงอยู่แล้วนะค่ะ แล้วก็ส่วนที่สองก็จะมีเรื่องใจของสภาพภูมิกาศนะค่ะอย่างที่ปีนี้จะเห็นว่าอ่าฝนค่อนข้างมาเร็วกว่าปีที่แล้วนะค่ะ ดังนั้นในมุมของเรา Top Line ปัจจุบันเองเราก็มองว่าถ้าคือเราน่ะเห็น Demand ของลูกค้าเราอยู่แล้วอย่างที่เรียนแจ้งว่าเรามีลูกค้าในกลุ่มของผู้รับเหมานะค่ะทั้งหน่วยงานราชการแล้วก็เอกชนซึ่งตรงเนี้ยอ่าผู้รับเหมาของเราค่อนข้างมีงานเยอะในปีนี้นะค่ะก็มี Demand อยู่แล้วดังนั้นก็อาจจะช่วงชะลอแค่ช่วงฝนตกนะค่ะที่อ่าการก่อสร้างอ่าไม่สิงห์มาก่อสร้างได้พอไม่มีฝนก็เข้าใจว่าตรงเนี้ยคืออ่าผู้รับเหมาเองเค้าก็ต้องเร่งงวดงานให้ตามงวดงานเราก็เลยมองว่าในช่วง Quater 2 เนี่ยในส่วนของ Top Line นะค่ะถ้าถ้าฝนไม่ได้ตกต่อเนื่องทุกวันจริง ๆ เรามองว่าตัว Top Line เราก็น่าจะยังบวกได้อยู่นะคะ
❓ คำถาม: ที่สองนะค่ะที่สอบถามว่าย้ำเป้ารายได้ปีนี้โตเท่าไหร่คะจากปัจจัยอะไรบ้างก็อ่าน่าจะสอดคล้องจากปีที่แล้วค่ะ ก็คาดว่าปีนี้นะคะอ่าเนื่องจาก Quater 1 ที่ผ่านมาตามที่คุณตรีปางเชียนชี้แจงไปว่าเซตอเซลเราบวกประมาณ 0.4% นะคะ Total เซลล์บวกประมาณ 1.5% เนี่ยเรามองว่าปีนี้นะคะสำหรับตัวเสียมต่อเซลน่าจะบวกได้ Low Single นะคะถ้าในช่วงอ่า Quater 2 Quater 3 หรือ Quater 4 ไม่ได้มีปัจจัยอะไรเข้ามา Impact มากนักนะค่ะ เราก็มองว่าอย่างที่เรียนแจ้งว่าอ่ากำลังซื้อในมุมของลูกค้า User นะคะถ้าแยกเป็นรายภูมิภาคเนี่ยจะเห็นว่าทุก ๆ ภาคอ่ะเซตอเซลของเราเป็นบวกนะค่ะสามารถ Impact แทรกกรุงเทพฯริมณฑลดังนั้นเราก็มองว่าถ้าอ่าไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาปะทบในปีเนี้ยเสียมต่อเซลเราน่าจะยังสามารถบวกได้อยู่นะคะ
ถัดมาสำหรับคำถามที่สอบถามว่าวางเป้างบลงทุนของปีนี้เท่าไหร่แล้วก็มีทำอะไรบ้างคะเดี๋ยวเชิญคุณปรีฟังชี้แจง งบลงทุนปีนี้ก็หลัก ๆ น่าจะมาจาก 3 Store ที่เราจะเปิดนะคะใน Quater 2 3 4 ที่จะถึงนี้นะคะก็อ่า น่าจะเป็นหลัก ๆ 3 Store นี้นะคะเอ่อรวมทั้ง working cap ของ inventory ที่จะ มาเน็ต อยู่ใน Store นะ คะ ซึ่ง ก็ เอ่อ ก็ ใช้ เอ่อ ประมาณ Store นึง ก็ ประมาณ 450 ล้าน บาท สำหรับ คาเด็ก นะ คะ ก็ ประมาณ นั้น ส่วน Working Cap ก็ เรา ก็ บริหาร สินค้า เอ่อ เข้า ออก ซึ่ง ก็ อาจ จะ ใช้ น้อย กว่า ที่ ผ่าน มา เนื่อง จาก ว่า เรา เอา ระบบ AI มา ใช้ แล้ว เรา ก็ มี การ โฟกัส ใน SKU เอ่อ ที่ ขาย ดี อ่ะ นะ คะ งั้น หลัก จะ เป็น อัน นี้ ส่วน สําหรับ เอ่อ เรื่อง ของ ไอที ที่ คุณ เอ่อ เอ่อ มยุรี เรียน ไป ถึง นั้น เนี่ย ส่วน ใหญ่ เรา จะ ไม่ ได้ ใช้ เรา ใช้ เป็น ไลเซน อ่ะ นะ คะ เพราะ ฉะนั้น เนี่ย เรา จะ ไม่ ได้ ใช้ เงิน จํานวน มาก ใน การ ลง คา เด็ก ตรง นั้น นะ คะ
❓ คำถาม: ถัดมาสอบถามว่าทั้งปีคาดว่าเซตอเซลโกรสของเราจะบวกเท่าไหร่ก็ตามที่เรียนชี้แจงไปนะคะในตอนต้นอ่าคาดว่าปีเนี้ยน่าจะบวกได้ประมาณ Single นะค่ะถ้าเกิดว่าในช่วง Quater 2 3 4 ไม่ได้มีปัจจัยอะไรเข้ามาปะทบมากหนักนะค่ะก็อย่างที่เรียนแจ้งว่ากำลังซื้อของเราลูกค้าทั้ง User ผู้รับเหมาที่รับงานราชการหรืองานเอกชนเนี่ยเราก็ยังเห็นกำลังซื้ออยู่หรือกลุ่มลูกค้าร้านค้าช่วงก็ยังมีการโกรสอยู่นะคะ
สำหรับสอบถามเรื่อง GP ใน Quater Today นะคะก็เดี๋ยวเรียนเชิญคุณศรีปางชี้แจง ก็เอ่อจะเห็น ปิดงบเดือนเมษาเสร็จแล้วนะคะก็เอ่อตัวเลข GP ในเมษาก็จะ 40% นะคะก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีนะที่เดือน เอ่อพฤษภาก็ก็ดูดีอยู่นะคะดีขึ้นนิดหน่อยเมษานะคะ
สอบถามนะค่ะสอบถามว่าเป้ารายได้รวมโตเท่าไหร่คะก็เอ่อในส่วนของเนื่องจากว่าปีนี้เราจะมีเปิดสาขาถนัดใหญ่มาค่ะทรงสุนข์ฉันคือในช่วง Quater 2 2-4 ตรงนี้เอ่อในนี้คือ Top Line Total เซลล์ก็น่าจะโพสต์ขึ้นนะค่ะส่วนทูโกเองแล้วก็มีเปิดประมาณ 10-12 สาขาดังนั้นเราก็คาดว่าในส่วนของอ่ารายได้รวมนะค่ะน่าจะบวกประมาณสักนิดได้ค่ะก็เกิดว่าเซตอเซลเราบวกประมาณ Single นะคะ
หลาย ๆ ท่าน เอ่อ เรื่อง เรื่อง เหล็ก แล้ว กัน นะ คะ ก็ ถ้า สถานการณ์ เหล็ก ปัจจุบัน ต้อง เรียน แจ้ง ว่า ใน มุม ของ เรา เสียม ต่อ เซลล์ เหล็ก ยัง เป็น บวก นะ คะ แล้ว ก็ GP เหล็ก เอง ก็ ค่อน ข้าง ทํา ได้ ดี เกิน ความ ก่อ เกียรติ ถ้า ดู ใน คเตอร์ Today นะ คะ หรือ อย่าง ใน คเตอร์ 1 ก็ ทํา ได้ ตาม ความ เป็ด 10% นะ คะ ดัง นั้น ใน คเตอร์ Today เนี่ย เรา เห็น GP ก็ สูง กว่า 10% นะ คะ แล้ว ก็ เอ่อ ตัว เอ่อ เสีย เซลล์ ก็ ยัง บวก อยู่ นะ คะ แล้ว ก็ มอง ว่า ใน มุม ของ เรา เนี่ย ใน มุม ของ เหล็ก น่า จะ ไม่ ได้ มี ความ กังวล นะ คะ อย่าง ที่ บอก ว่า ตัว สต็อก ของ เหล็ก เด เค้า ค่อน ข้าง น้อย นะ คะ เหลือ แค่ 90 กว่า วัน
มีสอบถามเข้ามาเรื่องรายได้รวมปีนี้นะคะเติบโตเท่าไหร่นะคะก็ตามที่เรียนไปเมื่อสักครู่นะคะถ้าเซนเตอร์เซลโกรสของเราบวกประมาณ 3-4% หรือ Low Single เนี่ยเราก็มองว่ารายได้รวมน่าจะบวกได้ประมาณมิตรนะค่ะคือ 5-6% เนื่องจากว่าปีนี้เราเปิด 3 สัพ 2,000 ผีนะค่ะก็คือมีเอ่อสาขาเอ่อที่จะเปิดใน Quater 2 Quater 3 Quater 4 ซึ่งก็จะมีรายได้ที่รับรู้เข้ามาแล้วสำหรับ New Store นะคะแล้วก็ To Go อีกประมาณ 10-12 สาขาค่ะ
ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ในปีนี้นะคะก็เดี๋ยวเรียนเชิญน่าจะไม่ได้สูงขึ้นมากเดี๋ยวเรียนเชิญคุณตีปางชี้แจง เอ่อ SG&A เอ่อของปีนี้น่าจะโตเฉพาะส่วนของการที่เราเอ่อโดยเฉพาะเอ่อสำหรับเรื่องของเอ่อคนนะค่ะก็น่าจะโตเฉพาะในส่วนที่เป็นเอ่อสโตร์ที่เปิดใหม่ทั้งทูโกแล้วก็เอ่อเอ่อเอ่อ XL นะคะที่เปิด 3 Store ซึ่งก็ไม่ได้มากนัก แล้วก็มีมีเรื่องของเอ่อค่าเสื่อมราคาเอ่อเราแต่เอ่อในส่วนของดอกเบี้ยเนี่ยเราอยู่ในแดนที่เอ่อลดลงไปเทียบกับปีที่แล้วเอ่อเยอะทีเดียวเพราะว่าผล เอ่อประมาณที่เราเอ่อใช้เงินกู้น้อยลงและเอ่อกนง. ลดดอกเบี้ยนะค่ะก็เลยจะ Cover กันไปได้ค่อนข้างดีว่าในส่วนของค่าใช้จ่ายก็เลยเอ่อค่อนข้าง Manage ได้ค่อนข้างดีเดียเลยทีเดียวค่ะ
ส่วนที่สอบถามนะคะว่าเอ่อสำหรับตัว GP ของเราในปีนี้นะคะจะมีปัจจัยอะไรหรือกลยุทธ์ที่ทำให้ GP ของเรานะคะเป็นไปตาม Target ก็ต้องเรียนแจ้งว่าก็จะเห็นว่าเอ่ออย่างส่วนนึงก็คือด้วยตัวในส่วนของช่องทางไม่ว่าจะเป็นของ E-Commerce เองนะคะอันนี้ก็คือ GP ค่อนข้างสูงหรือ Do Home To Go เองก็ GP ค่อนข้างสูงแล้วก็ตัวสินค้า Private Brand ของเรานะคะแล้วเราก็มองว่าในส่วนของตัวอ่า GP ทุกกลุ่มสินค้าของเราไม่ว่าจะเป็นก่อสร้างซ่อมแซมตกแต่งนะค่ะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเนี่ยเราก็ค่อนข้างบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นแล้วนะคะซึ่งตรงนี้เราก็ยังเห็น Room ที่จะทำให้ GP overall ภาพรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นได้นะคะ
แล้วก็จริง ๆ ก็เสริม นิด นึง ใน เรื่อง ของ ปริมาณ งาน ของ เอ่อ นาย ช่าง นะ คะ ซึ่ง น่า จะ ทยอย เข้า มา หลัง จาก ที่ มี การ เคลม ประกัน เอ่อ ใน ใน เดือน เอ่อ น่า จะ เป็น เดือน 5 เดือน 6 ที่ มาก ขึ้น นอก จาก การ ซ่อม แซม เล็ก ๆ แล้ว ก็ เอ่อ ทาง เอ่อ ทีม นาย ช่าง เอง ก็ มี การ ออก คูมเป ใน การ ดู แล ลูก เสีย ใหม่ ว่า เอ่อ สน ดมิเนียม ตัน เป็น แพ็คเกจ ออก มา ใน ที่ สุด นะ คะ ก็ เอ่อ มอง ว่า ตัว นี้ ก็ จะ เป็น การ เสริม การ เติบ โต ที่ แข็ง แกร่ง แล้ว ก็ ให้ โปร ท ไท ด้าน CP ที่ ค่อน ข้าง สูง เนื่อง จาก เป็น การ บริการ ควบ คู่ ไป กับ สินค้า ที่ สามารถ ขาย ไป สําหรับ เป็น User นะ คะ
สรุป: โดยรวมแล้ว DOHOME ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ แต่บริษัทยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งการขยายสาขา การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ก็นะคะก็ในวันนี้นะคะก็คำถามน่าจะไม่เข้ามาแล้วนะคะก็ได้ชี้แจงคำถามได้ครบ ๆ ทุกข้อแล้วนะคะค่ะเอ่อขอโทษนะมีเพิ่มเติมเข้ามานะคะก็เอ่อสาขาใหม่GPM นะคะProfit Marginนะคะกับสาขาอื่นในปีแรกเลยใช่ไหมครับนะคะก็ต้องเรียนว่าปกตินิวสโตร์ที่เป็นไซส์ L Supermate ของเรานะคะGP Profit โดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 20-22% นะคะซึ่งโดยปกติทุกๆ Store ก็จะเป็นแบบนี้เกือบทุก Store นะคะเนื่องจากว่าตัวสาขาไซส์ L Supermate นะคะในแรกๆคือมีกลุ่มก่อสร้างจะยังไม่ได้สูงมากนักนะคะเราจะขายในส่วนของ Product ในกลุ่มซ่อมฟาร์มตกแต่งได้ค่อนข้างเยอะนะคะแล้วก็สัดส่วนการขายของ User ก็จะค่อนข้างเยอะกว่านะคะก็ทุกๆ Store ส่วนใหญ่ที่เป็นสาขาไซส์ L ที่เปิดอยู่ในช่วง 1-3 ปีนะคะGP โดยเฉลี่ยก็ยังเห็นอยู่ประมาณสัก 20-22% ค่ะ
ถัดมานะคะก็ในส่วนของเอ่อสอบถามว่ายอดขายออนไลน์ปีนี้คาดว่าจะโตต่อเนื่องไม่เอกไหมนะคะก็ต้องเรียนว่าในมุมของ E-Commerce นะคะก็เอ่อคาดว่าปีนี้น่าจะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องนะคะแต่สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นก็คือเรามีการเอ่อดูบริหารในส่วนของ Profit ของ E-Commerce นะคะก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ
ประกอบกับที่เราเอ่อจะรอซึ่งเอ่อตัวตัว Own Website เอ่อเอ่อที่เป็นเอ่อdoHome เอ่อplace นะค่ะที่เป็นบนเว็บไซต์เราก็คาดหวังว่าน่าจะตอบโจทย์ลูกค้าแล้วก็ได้GPที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องเอ่อพึ่งพิงplace มากนักนะคะ
ซึ่งจริง ๆ ตอน นี้ เรา ก็ มี เอ่อ ไลฟ์ ออนไลน์ แชท แอนด์ Shop เอ่อ ทุก วัน อยู่ แล้ว นะ คะ ที่ สตอร์
Engagement ของ ออนไลน์ ใน แชท แอนด์ Shop ไม่ ว่า จะ เป็น Facebook ของ เรา ก็ ค่อน ข้าง รับ ดี นะ คะ เอ่อ สินค้า ที่ เรา เอา ลง ก็ จะ เป็น สินค้า เอ่อ โอน แบรนด์ ซะ ส่วน ใหญ่ แล้ว ก็ เป็น ซีซั่น นิ่ง นะ คะ
ค่ะ น่า จะ ไม่ ได้ มี คำ ถาม ส่ง เข้า มา เพิ่ม แล้ว นะ คะ ก็ สําหรับ วัน นี้ นะ คะ ทั้ง บริษัท อ่า ต้อง ขอ ขอบคุณ มาก นะ คะ ที่ ทุก ท่าน สละ เวลา มา ร่วม รับ ฟัง ค่ะ ขอบคุณ ค่ะ ขอบคุณ ค่ะ
หัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป
-
แนวโน้มผลประกอบการ Q2/68: ปัจจัยที่ต้องจับตา
-
เป้ารายได้ปีปัจจุบัน: ย้ำตัวเลขและปัจจัยสนับสนุน
-
งบลงทุนปี 2568: เน้นขยายสาขาและ IT
-
คาดการณ์ Same Store Sales Growth ปีปัจจุบัน
-
สถานการณ์ GP ใน Quater Today
-
เป้ารายได้รวมปี 2568
-
ค่าใช้จ่าย SG&A ปีปัจจุบัน
-
ปัจจัยและกลยุทธ์ผลักดัน GP ปี 2568
-
GP สาขาใหม่ vs. สาขาเดิม (ปีแรก)
-
ยอดขายออนไลน์ปี 2568: โอกาสเติบโต
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q1/2568
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้
Q4/2567 (ปี 2024)
แผนการขยายสาขา TruGO
❓ คำถาม: บริษัทมีแผนขยายสาขา TruGO จาก 15 เป็น 50 สาขาใน 3 ปี อะไรเป็นปัญหาที่ทำให้ก่อนหน้านี้ขยายไม่ได้ และอะไรทำให้เร่งขยายใน 3 ปีนี้?
💡 คำตอบ: หลักๆ มาจากความพร้อมของทีมงานและ Performance ของบริษัทที่ดีขึ้น ทำให้มั่นใจในการขยายสาขามากขึ้น
เป้าหมายการเติบโตและงบลงทุนปี 2568
❓ คำถาม: ตั้งเป้าเติบโตไว้เท่าไร เติบโตจากอะไรบ้าง และวางงบลงทุนปีนี้เท่าไร ใช้อะไรบ้าง?
💡 คำตอบ: ตั้งเป้า SSSG เป็นบวกประมาณกลางๆ (5-6-7%) โตจาก Large Store Format, TruGO, E-Commerce, ทีมช่าง งบลงทุน Store ไซส์ L ประมาณ 400-450 ล้านบาทต่อ Store (ไม่รวมค่าที่ดินและ Inventory) Inventory สำหรับ New Store ประมาณ 200-300 ล้านบาท
แนวโน้มไตรมาส 1 และสัญญาณฤดูร้อน
❓ คำถาม: แนวโน้มไตรมาส 1 เป็นอย่างไร และเริ่มเห็นสัญญาณจากช่วงฤดูร้อนหรือยัง?
💡 คำตอบ: ไตรมาส 1 ไม่ได้แตกต่างจากไตรมาส 4 SSSG เป็นบวก คาดว่าไม่น่าจะแตกต่างกันมาก Product Mix อาจมีการเปลี่ยนแปลง วัสดุก่อสร้างเริ่มขายได้ดี ซ่อมแซมจะตามมา ซ่อมแซมมี GP ที่ดีกว่าวัสดุก่อสร้าง
สัดส่วนรายได้ของ Store แต่ละ Format
❓ คำถาม: สัดส่วนรายได้ของ XL, L และ TruGO ปี 2024 และปี 2027 จะเป็นเท่าไร?
💡 คำตอบ: ปัจจุบัน TruGO, E-Commerce และนายช่างรวมกันประมาณ 3-4% ปี 2027 ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลข แต่คิดว่าเนื่องจากเป็นฐานที่ค่อนข้างต่ำ สัดส่วนจะค่อนข้างก้าวกระโดด TruGO มี GP ที่ดีกว่าไซส์ L
เป้าหมาย SG&A และการควบคุมค่าใช้จ่าย
❓ คำถาม: ปีนี้วางเป้า SG&A ไว้กี่เปอร์เซ็นต์ สามารถควบคุมได้ที่ 13% ไหม?
💡 คำตอบ: มองว่าทำได้ ในช่วงที่เปิด Store ใหม่ จะมีเวลา Setup Store ประมาณ 2-3 เดือน ช่วงนั้นค่าใช้จ่ายจะมาอย่างเดียว แต่หลังจากเปิด Store ไปแล้ว Level ของค่าใช้จ่ายน่าจะกลับมาเป็นปกติ Store นึงหลังจากเปิดมาสัก 3-4 เดือน ก็มีกำไรสุทธิหักดอกเบี้ย หักค่าใช้จ่าย หักค่าเสื่อมทุกชิ้นเริ่มเป็นบวกแล้ว คุมได้ไหมที่ 13 ก็คิดว่าคุมได้ และมี Room ในการ Control ค่าใช้จ่ายพอสมควร
ทิศทาง GP ในปีนี้
❓ คำถาม: จากการที่บริษัทจะเน้น GP ในปีนี้ ไตรมาส 1 มีทิศทาง GP เป็นอย่างไร?
💡 คำตอบ: ดูตัวเลข GP สูงกว่าไตรมาส 4 หน่อยนึง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 18% น่าจะเป็นไปได้
สถานการณ์ราคาเหล็กและผลกระทบ
❓ คำถาม: ช่วยอัปเดตสถานการณ์ราคาเหล็กโลกปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร และส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กในไทยมากน้อยแค่ไหน?
💡 คำตอบ: GP ของเหล็กตอนนี้ขยับสูงขึ้นมาจากไตรมาส 4 เห็น Gross Profit Margin ของเหล็กอยู่ที่ประมาณ 9-10% และปัจจุบันนี้ราคาเหล็กยังทรงๆ อยู่ พยายาม Stabilize GP เหล็กให้มันนิ่งที่ประมาณ Level เท่านี้ เพื่อที่จะให้ GP ไม่กระชาก และ Net Profit มันก็จะ Balance Net Profit ไปด้วย
การขยาย TruGO และพื้นที่เป้าหมาย
❓ คำถาม: การขยาย TruGO จะยังคงเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือเปล่า ไม่แน่ใจมีแผนขยายไปต่างจังหวัดบ้างไหม?
💡 คำตอบ: ปัจจุบันนี้ยังเน้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปีนี้ (ปี 2025) ยังเน้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เป้าหมาย Inventory Day
❓ คำถาม: ตั้งเป้า Inventory Day On Hand ในปีนี้เท่าไร?
💡 คำตอบ: อยากจะได้ต่ำกว่า 175 วัน ซึ่งในเดือนที่ 1 ที่ดูตัวเลขมาเนี่ยก็ประมาณ 174-175 วันแล้ว ก็อยู่ในทรงดี และมีการ Kick Off ตัว System ที่เป็น AI Calculate Demand Plan เพราะฉะนั้นก็คาดว่า System เดี๋ยว Kick Off ในต้นปี และ Plan ที่จะ Go Live เนี่ยภายในไตรมาสที่ 3 เพราะฉะนั้นก็จะเห็น Change ในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4
โอกาสเพิ่มสัดส่วนยอดขาย House Brand
❓ คำถาม: ในอนาคตบริษัทคาดว่าจะมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนยอดขาย House Brand ได้สูงสุดสักกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย?
💡 คำตอบ: ในสิ้นปี 2025 อยากได้ประมาณ 21% Gross Profit Margin ของ House Brand ก็จะสูงกว่าตัวที่ไม่ใช่ House Brand อีกเท่านึง ประมาณ 30% อัพ บางกลุ่มก็จะได้ถึง 35-36-37
ราคาเหล็กและแนวทางการจัดการ
❓ คำถาม: ราคาเหล็กมีความกังวลมากน้อยแค่ไหน มีแนวทางในการจัดการอย่างไร ในเชิงของราคาขายและ Stock?
💡 คำตอบ: เหล็กเป็น Commodity เพราะฉะนั้นถ้าดูทุกๆ Category ของบริษัทเราก็จะมีเหล็กอยู่เดียวที่ GP อาจจะ Swing หน่อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปัจจุบันนี้เราพยายามทำก็คือ พยายามลด Stock ลง เราก็พูดกับ Investor ทุกครั้งว่าเรามีการ เรามีขายเหล็กสัดส่วนที่เยอะจริง แต่ถ้าเกิดเราดูยอดขายเฉลี่ยต่อบิลของกลุ่มเหล็กเนี่ยเป็นหลักหมื่น เพราะฉะนั้นเวลาที่เหล็กลาคาลงเนี่ย เราจะไม่ Impact เยอะเหมือน เหมือนหลายๆ ที่ที่ขายส่งเหล็กอย่างเดียว เรามีลูกค้าที่เป็น Small Ticket Size ในการขายเหล็กด้วย เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ GP ของเหล็กที่เราดูดีกว่าพวกที่เป็น Trading
สาเหตุที่ House Brand ไม่ถึงเป้า
❓ คำถาม: อยากทราบสาเหตุที่เปอร์เซ็นต์ Contribution ของ House Brand ในปี 2024 ไม่ถึงเป้า?
💡 คำตอบ: Same Store Same Growth ของเราตกลงในไตรมาสที่ 1-2-3 และก็ไตรมาสที่ 4 ดูดีขึ้น ไตรมาสที่ 4 ดูดีขึ้นเนี่ยส่วนหนึ่งมาจาก งบประมาณของภาครัฐที่ปรับสูงขึ้น พองบประมาณภาครัฐที่ปรับสูงขึ้นปุ๊บ Category แรกที่เราขายได้ก็จะเป็นวัสดุก่อสร้าง ซึ่งวัสดุก่อสร้างเนี่ยมีสัดส่วนที่เป็น House Brand น้อยกว่าเพื่อน เพราะฉะนั้นพอสัดส่วนวัสดุก่อสร้างมันโตขึ้นมันก็ทำให้ สัดส่วนการขายของ House Brand ต่ำลง อย่างไรก็ตามแต่ สินค้าต้นน้ำคือเหล็กตอนนี้เซลล์มาแล้ว เพราะฉะนั้นใน Next Step ก็จะเริ่มขายพวกซ่อมแซมตกแต่งได้ ซึ่งกลุ่มซ่อมแซมตกแต่งเนี่ยก็จะมี House Brand เบรนดิตที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเราก็เลยคาดหวังว่าสิ้นปี 2025 เนี่ยสัดส่วนเซลล์ของ House Brand ควรจะ Pickup สูงขึ้นกว่า 19% ซึ่งเรา Target 21
ผลกระทบต่อ DOHOME จากสถานการณ์เหล็ก
❓ คำถาม: อยากทราบสถานการณ์เกี่ยวกับเหล็กในตอนนี้ส่งผลต่อดูโฮมอย่างไรบ้าง?
💡 คำตอบ: GP เหล็กกลับมาเป็นปกติในเดือนธันวาคม พฤศจิกายนธันวาคมเริ่มกลับเป็นปกติแล้ว ปัจจุบันนี้เราเห็น GP เหล็กที่ 9-10% แล้วก็ปัจจุบันนี้ที่เห็นก็คือ GP เหล็กค่อนข้างนิ่ง ไม่ได้ราคาไม่ได้สวิงอะไร แล้วก็พยายามลด Stock เพื่อให้ เพื่อให้เวลาราคามันสวิงใน Impact เราจะน้อยลง
แผนการขยายสาขาและการจัดเตรียม Capital
❓ คำถาม: สำหรับเป้าหมายในการขยายสาขาไซส์ L กับ XL ในอีก 3 ปีข้างหน้า มีการจัดเตรียม Capital อย่างไรบ้าง ใช้เงินกู้กี่เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะต้องเพิ่มทุนหรือไม่?
💡 คำตอบ: ปัจจุบันนี้เราไม่ได้มี Plan การเพิ่มทุน Business Plan ที่เราทำมาเนี่ย เราคำนวณไปแล้วว่า Debt Equity ของบริษัทเราที่ธนาคารให้เนี่ย 3 หรือ 4 เท่า หรือ 2.5 เท่าเนี่ย มันอยู่ใน Level ที่ธนาคารรับได้ เพราะฉะนั้นสัดส่วนในการกู้เงินก็จะ ก็จะ พยายามขืน Debt Equity ไว้ไม่เกินที่ 3 ไม่เกินที่ 3 เท่า ไม่เกิน 2.5 เพราะฉะนั้นมี Room ในการขยายไหมมี เอาเงินมาจากไหนก็กู้ธนาคารบางส่วน แล้วก็ใช้เงินจาก Operating Cash Flow ในหลายๆ ส่วน
ปัจจัยที่ทำให้ House Brand โต
❓ คำถาม: ปัจจัยที่ทำให้ House Brand โต 20% คืออะไร?
💡 คำตอบ: ตอนนี้สัดส่วนวัสดุก่อสร้างมาละ เพราะฉะนั้นเสร็จต่อไปซ่อมแซมก็จะตามมา
ผลกระทบจากการลด Inventory Day
❓ คำถาม: การลด Inventory Day ลง จะเพิ่มโอกาสสินค้าขาดที่หน้าร้าน ซึ่งจะทำให้สูญเสียโอกาสการขายที่ทำให้ลูกค้าต้องรอหรือไม่?
💡 คำตอบ: ปัจจุบันนี้ Day เรา 100 ตีว่า ตีง่ายๆ คือ 180 วัน เพราะฉะนั้นการที่เรา Target Stock ลดลงเป็น 150 หรือ 160 หรือ 170 เนี่ย มันยังเหลือ Buffer ที่ Stock ไม่ขาดอยู่เยอะพอสมควร แล้วก็ดูโฮมเองเป็นสินค้าที่มีลักษณะเป็น Long Tail เยอะ เพราะฉะนั้นเวลาเรา ที่จะ Lean Inventory เราก็มี Room ในการ Lean Inventory เยอะพอสมควรโดยที่คิดว่าไม่กระทบต่อการขาย
แผนการบริหารหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
❓ คำถาม: หุ้นกู้ที่จะครบในปีนี้มีแผนจะบริหารอย่างไร?
💡 คำตอบ: เราก็จะชำระหุ้นกู้ แล้วก็คิดว่าจะยังไม่ออกหุ้นกู้ฉบับใหม่ เพราะว่าเรามองว่าตอนนี้เนี่ย Cost Of Fund ที่เรากู้จากธนาคารเนี่ย ดอกเบี้ยถูกกว่าหุ้นกู้ค่อนข้างเยอะ อย่าง อย่าง ตอนนี้เนี่ย Rate ที่เรากู้กับธนาคารประมาณไม่ถึง 3% เพราะฉะนั้นก็ดูแล้วเนี่ยกู้ธนาคารน่าจะถูกกว่า เพราะฉะนั้นหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดก็จะคืน แล้วก็ไม่ได้เปิดหุ้นกู้ฉบับใหม่
แผนการออกหุ้นกู้เพื่อลดดอกเบี้ย
❓ คำถาม: บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้เพื่อลดดอกเบี้ยไหม?
💡 คำตอบ: ไม่ เพราะว่าที่ธนาคารให้บริษัทเรากู้อยู่ดอกเบี้ยถูกกว่าหุ้นกู้ค่อนข้างเยอะ
โดยสรุป DOHOME เผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ยังคงสามารถสร้างการเติบโตได้จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การขยายช่องทางการขาย และการควบคุมค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการลงทุนและการขยายสาขาที่ชัดเจน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q4/2567
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้
📈 บทวิเคราะห์รายค่าย / IAA Consensus (จาก settrade)
11 ค่าย · 🟢 ซื้อ/เก็งกำไร 5 · ⚪ ถือ 4 · 🔴 ขาย/ลด 2
🎯 ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 3.72 บาท (สูง 4.2 / ต่ำ 3.06)
💰 กำไรสุทธิคาดเฉลี่ย 724 → 810 ลบ. → คาดโต +12% ปีหน้า
| ค่าย | นักวิเคราะห์ | คำแนะนำ | เป้า (บาท) | กำไรสุทธิคาด ปีนี้→ปีหน้า (ลบ.) | EPS นี้/หน้า | PE นี้/หน้า | อัปเดต |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| KGI | Chananthorn Pichayapanupat, CFA | ⚪ ถือ/เป็นกลาง | 3.60 | 691.00 → 808.00 | 0.20/0.23 | 17.00/14.78 | 12/06/2569 |
| TISCO | Nathavut Shivaruchiwong | ⚪ ถือ | 3.80 | 829.96 → 1097.12 | 0.25/0.32 | 13.86/10.49 | 12/06/2569 |
| YUANTA | Jindanuch Praveschotinunt | 🟢 เก็งกำไร | 3.90 | 720.00 → 769.00 | 0.21/0.23 | 16.19/14.78 | 19/05/2569 |
| ASPS | Tidarat Palodom | 🟢 ซื้อ | 3.84 | 752.06 → 843.48 | 0.22/0.25 | 15.18/13.54 | 14/05/2569 |
| FSSIA | Kampon Akaravarinchai | 🟢 ซื้อ | 3.90 | 736.00 → 810.00 | 0.21/0.23 | 16.19/14.78 | 12/05/2569 |
| KTX | Phornsri Laysanitsarekul | 🔴 แพ้ตลาด | 3.06 | 658.00 → 687.00 | 0.19/0.20 | 17.89/17.00 | 12/05/2569 |
| CGSI | Chaiyatorn Sricharoen, Cfa | 🔴 ลดน้ำหนัก | 3.40 | 699.00 → 797.00 | 0.20/0.23 | 17.00/14.78 | 12/05/2569 |
| BLS | Nuttapon Kumnounphon | 🟢 เก็งกำไร | 4.20 | 734.16 → 0.00 | 0.21/0.00 | 16.19/- | 12/05/2569 |
| UOBKHST | Tanapon Cholkadidamrongkul | ⚪ ถือ | 3.60 | 656.00 → 677.90 | 0.20/0.20 | 17.00/17.00 | 12/05/2569 |
| PI | Thanawich Boonchuwong | 🟢 ซื้อ | 4.10 | 799.00 → 804.00 | 0.23/0.23 | 14.78/14.78 | 12/05/2569 |
| KS | Tareetip Wongsaengpaiboon | ⚪ ถือ/เป็นกลาง | 3.50 | 685.83 → - | 0.19/- | 17.44/- | 22/04/2569 |
ตัวเลขประมาณการในช่วง 90 วันย้อนหลัง (IAA Consensus ผ่าน settrade)
📝 เหตุผล/มุมมองรายค่าย — ทำไมให้เป้าแบบนี้ (สำหรับสาย VI)
สังเคราะห์จากบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม 6 ค่ายที่มีรายงานในระบบ (BLS, PI, FSSIA, YUANTA, ASPS, KGI) — เป้า 3.40–4.20 บาท ส่วนใหญ่ "ซื้อ" ยกเว้น KGI "ถือ"
🟢 Bull case — ทำไมส่วนใหญ่มองบวก (PI, FSSIA, ASPS, BLS):
- GPM ขยายตัวเด่น — คาด GPM ไตรมาส 2/2026 แตะ ~20% (จาก 17.6% ใน 1Q) เพราะปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุน ขณะที่ยังถือ สต๊อกต้นทุนต่ำ อยู่มาก (โดยเฉพาะเหล็ก คาด margin ฟื้นไป 14-15%)
- SSSG พลิกบวก +1-3% ใน 2Q (QTD) นำโดยกลุ่มรับเหมา/โครงการ +7-9% จากงานภาครัฐเริ่มเร่งเบิกจ่าย
- คุมค่าใช้จ่าย — ชะลอเปิดสาขาใหญ่ (Size L) ไปปี 2027 → คุม SG&A ดีขึ้น + ดอกเบี้ยจ่ายลด (รีไฟแนนซ์)
🔴 Bear case — ทำไม KGI ระมัดระวัง (ปรับลดเป้าเหลือ ~3.40, แนะ "ถือ"):
- ประโยชน์จากสต๊อกถูกเป็น กำไรชั่วคราวระยะสั้น ระยะกลางยังเจอภูมิรัฐศาสตร์ + ต้นทุนลงทุนสูง
- ภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคู่แข่ง GLOBAL → โดน de-rate PE; KGI แนะไปเล่น GLOBAL ที่คุมต้นทุนเสถียรกว่า
- Top line ยังอ่อน — SSSG 1Q ยังติดลบ ~-4% สะท้อนกำลังซื้อรากหญ้าเปราะบาง
⚖️ เห็นตรง vs มองต่าง:
- ✅ ทุกค่ายเห็นตรงกัน: กำไร 2Q/2026 จะโตเด่น จาก margin สต๊อกเหล็ก/วัสดุต้นทุนต่ำ + งานภาครัฐหนุน SSSG
- ❌ มองต่างที่ "ความยั่งยืน + valuation": กลุ่มบวก (PI/FSSIA/ASPS) เชื่อ GPM รักษาระดับได้ → คงซื้อ; KGI มองเป็นกำไรชั่วคราว เน้นความเสี่ยงระยะกลาง → ถือ (ตัวแปรชี้เป็น-ชี้ตาย = GPM หลังสต๊อกถูกหมด จะยืนได้ไหม)
⚠️ ความเสี่ยงหลักที่กดราคาเป้า: ราคาเหล็กผันผวน (ถ้าดิ่งแรงต้องล้างสต๊อก) · กำลังซื้อภาคเกษตร/รากหญ้าอ่อน · ขยายสาขาช้า/สาขาใกล้กันแย่งลูกค้า (cannibalization) · งานภาครัฐเบิกจ่ายช้า
เหตุผลสังเคราะห์จาก NotebookLM (dohome_bk) — บทวิเคราะห์ 6 ค่าย; ตัวเลขเป้า/คำแนะนำในตารางด้านบนเป็น IAA Consensus 11 ค่ายผ่าน settrade
🧮 DCF — คำนวณมูลค่าหุ้น DOHOME แบบ อ.กล้วยๆ (EP.210)
ใช้ วิธี DCF ที่ อ.กล้วยๆ สอนใน EP.210 (เทปยกเคส CPALL) มาปรับใช้กับ DOHOME — ดูโฮม — ค้าปลีก-ส่งวัสดุก่อสร้าง/ตกแต่งบ้าน margin บาง · เป็นหุ้น cash-cow เข้าเงื่อนไข DCF · ใส่งบจริง 2025 + สมมติฐาน conservative และมี เครื่องคิดเลขสด ให้ปรับเอง
✅ สมมติฐาน conservative: รายได้โต 4%/ปี · Operating margin 3.5% (ประมาณการ sector — อิง net margin เฉลี่ยหลังโควิด 2023-25 ตัดปีโควิดที่ผิดปกติ ดูตารางล่าง) · WACC 9% · perpetuity 2.5%
⚠️ ประมาณการเชิงการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย — ค่าเสื่อม/CapEx/margin เป็นประมาณการ (งบ SETSMART ไม่ครบทุกบรรทัด) ปรับได้ในเครื่องคิดเลข · DCF ไวต่อสมมติฐานมาก โดยเฉพาะ Terminal Value
แนวคิด DCF — ทำไมต้อง "คิดลด"
มูลค่ากิจการ = เงินสดที่มันจะปั๊มให้เจ้าของในอนาคตทั้งหมด แปลงกลับเป็นเงินวันนี้ (เงิน 100 บาทปีหน้ามีค่าวันนี้แค่ 100 ÷ (1+WACC)) · ใช้เงินสดไม่ใช้กำไร (กำไรแต่งได้ เงินสดโกหกยาก) · เหมาะหุ้น Value กระแสเงินสดนิ่ง · มี 3 ตัวแปร: FCF · WACC · Terminal Value
PV = กระแสเงินสดปีนั้น ÷ (1 + WACC) ^ จำนวนปี
ตัวแปร 1 · Free Cash Flow (FCFF)
FCF = NOPAT + ค่าเสื่อม − CapEx − ΔNet Working Capital · NOPAT = รายได้ × Operating Margin × (1 − ภาษี)
- + ค่าเสื่อม บวกกลับ (ไม่ใช่เงินสดจ่ายจริงในปีนั้น) · − CapEx เงินลงทุนสินทรัพย์ใหม่ที่จ่ายจริง · − ΔNWC เงินจมในสต็อก/ลูกหนี้ (ถ้าวงจรเงินสดติดลบ ก้อนนี้คืนเงินสด = บวก)
net profit margin จริงย้อนหลัง (อ้างอิงเลือก operating margin conservative):
| ปี | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 |
|---|---|---|---|---|---|
| net margin | 7.0% † | 2.5% † | 1.9% | 2.2% | 2.0% |
เฉลี่ย net margin หลังโควิด (2023-25) = 2.0% — † = ปีโควิด 2021-22 (ล็อกดาวน์/รายได้โควิดชั่วคราวทำให้ผิดปกติ ไม่นำมาเฉลี่ย) · เลือก operating margin ให้สอดคล้องค่านี้
ฐานตัวเลขจริงปี 2025 (ล้านบาท):
| รายการ | ค่า | ที่มา |
|---|---|---|
| รายได้รวม (ปีฐาน) | 29,426 | งบ 2025 (SETSMART) |
| Operating margin | 3.5% | ประมาณการ sector (conservative) |
| อัตราภาษี | 20% | อัตรานิติบุคคลไทย |
| ค่าเสื่อม+ตัดจำหน่าย | 900 | ประมาณการ · +~60/ปี |
| CapEx | 800 | ประมาณการลงทุน · +~60/ปี |
| Δ Net Working Cap. | +500/ปี | วงจรเงินสด — |
| หนี้สินมีภาระสุทธิ | ~16,425 | Debt/NetProfit × กำไรสุทธิ |
| จำนวนหุ้น | 3,383 ล้านหุ้น | ทุนชำระแล้ว (SETSMART) |
| ราคา / Market Cap | 3 บาท / 11,963 | Key Stats |
ประมาณการ FCF 5 ปี (รายได้โต 4%/ปี · margin 3.5% · ภาษี 20%):
| ปี | รายได้ | EBIT (3.5%) | NOPAT | +ค่าเสื่อม | −CapEx | +ΔNWC | = FCF |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2026 | 30,603 | 1,071 | 857 | 960 | 860 | 500 | 1,457 |
| 2027 | 31,827 | 1,114 | 891 | 1,020 | 920 | 500 | 1,491 |
| 2028 | 33,100 | 1,159 | 927 | 1,080 | 980 | 500 | 1,527 |
| 2029 | 34,424 | 1,205 | 964 | 1,140 | 1,040 | 500 | 1,564 |
| 2030 | 35,801 | 1,253 | 1,002 | 1,200 | 1,100 | 500 | 1,602 |
ตัวแปร 2 · WACC (Discount Rate)
WACC = ผลตอบแทนขั้นต่ำที่นักลงทุนควรเรียก เอามาคิดลดเงินอนาคต = ต้นทุนเงินทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก equity + หนี้
WACC = (E/V)·Ke + (D/V)·Kd·(1 − ภาษี) · Ke จาก CAPM = พันธบัตร + β×(ตลาด − พันธบัตร)
เคสนี้ใช้ WACC 9% เป็นเคสหลัก (ยิ่งสูง = เข้มงวด = ราคายิ่งต่ำ) — ดู scenario ด้านล่าง
ตัวแปร 3 · Terminal Value
รวบกระแสเงินสดตั้งแต่ปีที่ 6 ไปตลอดกาล (โตนิ่งๆ ปีละ g) เป็นก้อนเดียว:
TV = FCF ปีที่ 6 ÷ (WACC − g) · g = 2.5% (≈ เงินเฟ้อ)
- FCF ปีที่ 6 = 1,602 × 1.025 ≈ 1,642
- TV = 1,642 ÷ (0.090 − 0.025) ≈ 25,269 → คิดลดกลับ PV(TV) ≈ 16,423
- ⚠️ TV = ~74% ของมูลค่ากิจการ — ตัวแปรอันตราย/หยาบสุด
5 ขั้นตอน → มูลค่าที่แท้จริง/หุ้น
| ขั้น | รายการ | ค่า (ล้านบาท) |
|---|---|---|
| 1 | PV ของ FCF 5 ปีแรก | 5,920 |
| 2 | PV ของ Terminal Value | 16,423 |
| 3 | รวม = Enterprise Value (EV) | 22,343 |
| 4 | − หนี้สินมีภาระสุทธิ (Net Debt) | −16,425 |
| 5 | = Equity Value | 5,918 |
| ÷ จำนวนหุ้น 3,383 ล้านหุ้น | ||
| ➡️ | มูลค่าที่แท้จริง / หุ้น | ≈ 2 บาท |
ที่สมมติฐาน conservative ได้ ~2 บาท vs ราคาปัจจุบัน 3 บาท → ราคาแพงกว่ามูลค่า ~72% (ต้องเชื่อว่า margin/growth ดีกว่าสมมติฐาน หรือ WACC ต่ำกว่านี้)
ตาราง Scenario: WACC → ราคาเหมาะสม
(คง growth 4% · margin 3.5% · perpetuity 2.5% — เทียบราคา 3 บาท)
| WACC | ราคาเหมาะสม | ส่วนต่างจากราคา |
|---|---|---|
| 8% | ~3 บาท | -2% |
| 9% | ~2 บาท | -72% |
| 10% | ~1 บาท | -245% |
| 11% | ~0 บาท | -1432% |
| 12% | ~-0 บาท | -999% |
🧮 เครื่องคิดเลข DCF สด — ลองปรับสมมติฐานเอง
– (เทียบราคา 3 บาท)
⚠️ ข้อควรระวัง
- Terminal Value = ~74% ของมูลค่า — เปลี่ยน g/WACC นิดเดียวราคาเพี้ยนมาก
- Operating margin/ค่าเสื่อม/CapEx/Net Debt เป็น ประมาณการ (งบ SETSMART บางบรรทัดไม่ครบ) — ปรับได้ในเครื่องคิดเลข
- DCF เป็นตัวเสริม ใช้คู่กับ P/E · ต้อง conservative เข้าไว้
📼 อ้างอิงวิธี: ลงทุนกล้วยๆ Member Club EP.210 (เคสสอนจริง = CPALL — หน้านี้นำวิธีมาปรับใช้)