KTMS.BK — Financial Report
📊 Key Stats
Krungthai Medical Services (Dialysis) (TH, th_hospital)
Generated: 2026-05-29 00:47 • Source: yfinance + NotebookLM (ktms)
📊 CAGR · ตารางสรุป · อัตราส่วนการเงิน
🚀 CAGR อัตราเติบโตทบต้น (ถึงปี 2025)
| รายการ | 5 ปี | 10 ปี | 15 ปี | 20 ปี |
|---|---|---|---|---|
| รายได้ | — | — | — | — |
| กำไรสุทธิ | — | — | — | — |
| สินทรัพย์รวม | — | — | — | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | — | — | — | — |
| EPS | — | — | — | — |
| เงินปันผล/หุ้น | — | — | — | — |
🧾 สรุปตัวเลขสำคัญรายปี (สีตามทิศ)
| รายการ | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม (ลบ.) | 389 | 682 | 662 | 762 | 839 | — |
| หนี้สินรวม (ลบ.) | 156 | 195 | 168 | 256 | 297 | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (ลบ.) | 233 | 485 | 490 | 503 | 540 | — |
| มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว (ลบ.) | 112 | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| รายได้รวม (ลบ.) | — | — | 462 | 602 | 708 | — |
| รายได้รวม Growth | — | — | — | 30.4% | 17.7% | — |
| กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมอื่น (ลบ.) | — | — | 4 | 4 | 3 | — |
| กำไรสุทธิ (ลบ.) | — | — | 14 | 19 | 44 | — |
| EPS (บาท) | — | — | 0.05 | 0.06 | 0.15 | — |
| EPS Growth | — | — | — | 35.2% | 131.0% | — |
| ราคาเฉลี่ยรายปี (บาท) | — | 4.34 | 4.00 | 1.94 | 1.80 | 1.44 |
| เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | — | — | 0.05 | 0.01 | 0.02 | 0.01 |
| อัตราผลตอบแทนปันผล (Yield = ปันผล/ราคาเฉลี่ย) | — | — | 1.3% | 0.8% | 1.2% | 1.0% |
📐 อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio · สีตามทิศ)
| อัตราส่วน | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| — ความสามารถทำกำไร (Profitability) — | ||||||
| GPM (อัตรากำไรขั้นต้น) | ||||||
| Q1 | — | — | 19.8% | 17.9% | 19.5% | 18.9% |
| Q2 | — | — | 19.1% | 18.4% | 18.4% | — |
| Q3 | — | 20.6% | 18.8% | 14.3% | 20.9% | — |
| Q4 | 21.2% | 19.7% | 18.8% | 16.9% | 18.6% | — |
| ทั้งปี | — | — | 19.1% | 16.8% | 19.4% | — |
| Selling Expense (%) | ||||||
| Q1 | — | — | 1.4% | 1.5% | 1.1% | 0.7% |
| Q2 | — | — | 1.7% | 1.7% | 1.0% | — |
| Q3 | — | 1.4% | 1.7% | 1.3% | 1.3% | — |
| Q4 | 1.6% | 1.7% | 1.5% | 0.6% | 0.8% | — |
| ทั้งปี | — | — | 1.6% | 1.3% | 1.1% | — |
| Admin Expense (%) | ||||||
| Q1 | — | — | 13.7% | 14.5% | 9.5% | 12.1% |
| Q2 | — | — | 12.9% | 10.6% | 9.9% | — |
| Q3 | — | 12.0% | 12.0% | 9.5% | 9.8% | — |
| Q4 | 11.1% | 15.6% | 13.0% | 9.9% | 9.4% | — |
| ทั้งปี | — | — | 12.9% | 10.9% | 9.6% | — |
| SG&A (%) | ||||||
| Q1 | — | — | 15.1% | 16.0% | 10.7% | 12.8% |
| Q2 | — | — | 14.6% | 12.4% | 10.9% | — |
| Q3 | — | 13.4% | 13.7% | 10.8% | 11.1% | — |
| Q4 | 12.7% | 17.2% | 14.5% | 10.5% | 10.2% | — |
| ทั้งปี | — | — | 14.5% | 12.2% | 10.7% | — |
| NPM (อัตรากำไรสุทธิ) | ||||||
| Q1 | — | — | 2.7% | 1.4% | 6.7% | 4.1% |
| Q2 | — | — | 3.0% | 4.7% | 5.6% | — |
| Q3 | — | 5.3% | 3.3% | 1.8% | 6.8% | — |
| Q4 | 5.4% | 5.3% | 3.3% | 4.5% | 6.0% | — |
| ทั้งปี | — | — | 3.1% | 3.2% | 6.3% | — |
| ROA | — | — | 2.1% | 2.5% | 5.3% | — |
| ROIC | 2.6% | 2.8% | 3.1% | 3.9% | 8.2% | — |
| ROE | — | — | 2.9% | 3.8% | 8.2% | — |
| — สภาพคล่อง (Liquidity) — | ||||||
| Current Ratio (เงินทุนหมุนเวียน) | 2.23 | 3.87 | 2.61 | 1.81 | 2.10 | — |
| Quick Ratio (สภาพคล่องเร็ว) | 1.99 | 3.63 | 2.37 | 1.65 | 1.93 | — |
| — โครงสร้างหนี้ (Leverage) — | ||||||
| Debt to Equity (หนี้มีดอกเบี้ย/ทุน) | 0.11 | 0.15 | 0.10 | 0.11 | 0.13 | — |
| Debt to Net Profit (ปีคืนหนี้) | — | — | 3.29 | 3.00 | 1.55 | — |
| — ประสิทธิภาพ (Efficiency) — | ||||||
| Collection Period (วันเก็บหนี้) | — | — | 150 วัน | 137 วัน | 141 วัน | — |
| Inventory Period (วันขายของ) | — | — | 29 วัน | 24 วัน | 23 วัน | — |
| Payment Period (วันจ่ายหนี้) | — | — | 88 วัน | 89 วัน | 90 วัน | — |
| Cash Cycle (วงจรเงินสด) | — | — | 91 วัน | 72 วัน | 74 วัน | — |
| — ตลาด/ผู้ถือหุ้น (Market) — | ||||||
| Common Shares (หุ้น) | 300,000,000 | 300,000,000 | 300,000,000 | 300,000,000 | 300,000,000 | 300,000,000 |
| Common Shares Adjusted (M) | 300.00 | 300.00 | 300.00 | 300.00 | 300.00 | 300.00 |
| Book Value / Share (บาท) | 0.78 | 1.62 | 1.63 | 1.68 | 1.80 | — |
| EPS (บาท) | — | — | 0.05 | 0.06 | 0.15 | — |
| EPS Growth | — | — | — | 34.9% | 131.4% | — |
| Dividend Per Share (บาท) | — | — | 0.05 | 0.02 | 0.01 | — |
| Dividend Yield | — | — | 1.3% | 0.8% | 1.2% | 1.0% |
| Dividend Payout Ratio | — | — | 106.4% | 23.0% | 14.3% | — |
| Market Cap (ลบ.) | — | 1,302 | 1,200 | 582 | 540 | 432 |
| P / BV (เฉลี่ยปี) | — | 2.68 | 2.45 | 1.16 | 1.00 | — |
| P / E (เฉลี่ยปี) | — | — | 84.45 | 30.36 | 12.18 | — |
| EV / EBITDA | — | 20.48 | 14.12 | 4.55 | 3.30 | 18.85 |
| Max Price (สูงสุด/ปี) | — | 5.15 | 4.52 | 3.04 | 2.36 | 2.12 |
| Min Price (ต่ำสุด/ปี) | — | 3.62 | 2.18 | 1.33 | 1.25 | 1.13 |
| Price (เฉลี่ย/ปี) | — | 4.34 | 4.00 | 1.94 | 1.80 | 1.44 |
📊 กราฟสรุป
📊 กราฟสรุป (SETSMART)
📊 กำไรต่อหุ้น & โครงสร้างงบกำไรขาดทุน
📈 แนวโน้มสัดส่วนงบดุล (Common-Size · % ของสินทรัพย์รวม)
🥧 สัดส่วนรายได้
ที่มาตัวเลข: ปี 2568 (รายได้จากการขายและบริการรวม 704.72 ลบ.) จาก 56-1 / รายงานประจำปี
📌 ธุรกิจฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis — คลินิกสแตนด์อะโลน + หน่วยไตเทียมใน รพ.) เป็นแกนหลัก ~83.7%; ระบบน้ำ/อุปกรณ์/น้ำยาไตเทียม ~12.5%; ระบบท่อลมส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ ~3.8%
อ้างอิง: NotebookLM (KTMS) — KTMS 56-1 / รายงานประจำปี FY2568
🔬 เจาะลึกธุรกิจ (Deep Business Analysis)
วิเคราะห์เชิงเฟรมเวิร์ก จาก 56-1 + Opp Day + บทวิเคราะห์ (ผ่าน NotebookLM)
🧩 โมเดลธุรกิจ & ลูกค้า
โมเดลธุรกิจของ บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS สามารถสรุปแบบเจาะลึกได้ดังนี้ครับ:
1. สินค้าและบริการ (Products & Services) และสัดส่วนรายได้ KTMS ให้บริการแบบครบวงจร (One-stop Services) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของธุรกิจไตเทียม แบ่งออกเป็น 6 ธุรกิจหลัก แต่อยู่ใน 3 กลุ่มรายได้ (อ้างอิงข้อมูลปี 2568) ได้แก่:
-
กลุ่มที่ 1: บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (83.73% ของรายได้รวม) สร้างรายได้ 590.03 ล้านบาท ให้บริการทั้งแบบ "คลินิกสแตนด์อะโลน (Stand-Alone)" และแบบ "รับบริหารจัดการหน่วยไตเทียมให้โรงพยาบาล (Outsource)"
-
กลุ่มที่ 2: ระบบน้ำและอุปกรณ์ไตเทียม (12.49% ของรายได้รวม) สร้างรายได้ 88.02 ล้านบาท ครอบคลุมการออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับไตเทียม, การผลิตและขายน้ำยาไตเทียม (Dialysate), การตกแต่งสถานที่ และขายอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
-
กลุ่มที่ 3: ระบบท่อลมส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ (3.78% ของรายได้รวม) สร้างรายได้ 26.67 ล้านบาท เป็นการรับออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงระบบท่อลม (Pneumatic Tube System) สำหรับโรงพยาบาล (รวมรายได้จากการขายและบริการปี 2568 เท่ากับ 704.72 ล้านบาท)
2. ลูกค้าหลักและพฤติกรรม (Customer Segments & Behavior) แบ่งลูกค้าตามกลุ่มธุรกิจ ดังนี้:
-
ลูกค้ากลุ่มบริการฟอกเลือด:
-
โรงพยาบาลรัฐ (งาน Outsource): โรงพยาบาลมักขาดแคลนพยาบาลเฉพาะทางและเครื่องมือ จึงจ้าง KTMS เข้าไปบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ โดยโรงพยาบาลจะจ่ายค่าบริการให้บริษัทตามอัตราที่ตกลงกัน
-
ผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรัฐ (สปสช. / ประกันสังคม): เป็นกลุ่มหลักที่เข้าใช้บริการที่คลินิกของ KTMS โดยรัฐจะจ่ายค่าบริการให้บริษัทที่ 1,500 บาท/ครั้ง
-
ผู้ป่วยชำระเงินสด: ผู้ป่วยที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการ จ่ายค่าบริการเองที่ 1,500 บาท/ครั้ง
- ลูกค้ากลุ่มระบบน้ำท่อลมและอุปกรณ์: ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลรัฐ (ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง) โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกไตเทียมเอกชนอื่นๆ
-
-
พฤติกรรมลูกค้า: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต้องรับการฟอกเลือดอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (มักจะ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์) ทำให้บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ค่อนข้างมั่นคง
3. ช่องทางการขายและการเข้าถึงลูกค้า (Channels)
-
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (E-bidding): ทีมเซลส์จะคอยติดตามประกาศของโรงพยาบาลรัฐเพื่อเข้าประมูลงาน ทั้งงาน Outsource ศูนย์ไตเทียม, งานระบบน้ำ, และงานท่อลม
-
การติดต่อโดยตรงและบอกต่อ (Direct Contact & Word of Mouth): ผู้บริหารมีประสบการณ์ในวงการกว่า 15 ปี และกลุ่มบริษัทมีความเชี่ยวชาญกว่า 20 ปี ทำให้มีเครือข่ายและความน่าเชื่อถือสูง ลูกค้าโรงพยาบาลและคลินิกเอกชนจึงมักติดต่อเข้ามาโดยตรงหรือได้รับการแนะนำ
-
การหาทำเลเชิงรุก (Proactive Expansion): ทีมงานจะวิเคราะห์จำนวนผู้ป่วยโรคไตในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อหาโอกาสในการเช่าหรือซื้อที่ดินเปิดคลินิกสแตนด์อะโลนแห่งใหม่ให้ครอบคลุมการเข้าถึงของผู้ป่วย
4. ซัพพลายเออร์และห่วงโซ่อุปทาน (Suppliers & Supply Chain)
-
การจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และวัสดุสิ้นเปลือง: เน้นซื้อจาก "ตัวแทนจำหน่ายในประเทศ" ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อความสะดวกในการเคลมประกันและบริการซ่อมบำรุง
-
การผลิตน้ำยาไตเทียม: บริษัทเป็นผู้ผลิตเอง (ผ่านบริษัทย่อย IRV) ช่วยลดต้นทุน โดยซื้อวัตถุดิบในประเทศ เช่น แกลลอน (สัดส่วน 37.99%), สารเคมี (28.75%), และฉลากสติ๊กเกอร์
-
อุปกรณ์ท่อลมทางการแพทย์: นำเข้าโดยตรงจากผู้ผลิต Telecom Bedrijfscommunicatie B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์
-
การก่อสร้างและตกแต่ง: ใช้ผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) ภายนอก โดยมีทีมวิศวกรของกลุ่มบริษัทเป็นผู้ควบคุมงาน
5. โครงสร้างรายได้-ต้นทุนหลัก และตัวขับเคลื่อนกำไร (Revenue/Cost Structure & Profit Drivers)
-
โครงสร้างต้นทุนหลัก (ปี 2568):
-
ค่าใช้จ่ายพนักงานและบุคลากร: 192.57 ล้านบาท (ส่วนใหญ่คือพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลเฉพาะทาง)
-
วัตถุดิบ ยา และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์: 173.53 ล้านบาท
- ค่าตอบแทนแพทย์: 107.95 ล้านบาท
- ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย: 45.86 ล้านบาท (จากการลงทุนเครื่องไตเทียมและอาคารสถานที่)
-
-
ตัวขับเคลื่อนกำไร (Profit Drivers & Operating Leverage):
-
Economies of Scale: ในปี 2568 บริษัทมีรายได้เติบโต 17.91% YoY แต่สามารถคุม "ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A)" ให้เพิ่มขึ้นเพียง 2.89% (จาก 65.71 ล้านบาท เป็น 67.61 ล้านบาท)
-
ผลลัพธ์: การที่รายได้โตเร็วกว่าต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้น นำไปสู่ กำไรสุทธิปี 2568 ที่พุ่งกระโดดถึง 138.84% (ทำได้ 44.09 ล้านบาท เทียบกับ 18.46 ล้านบาทในปีก่อนหน้า)
-
Growth Engine: จำนวนผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้น และนโยบายรัฐที่ให้ผู้ป่วยเลือกฟอกเลือดได้ ประกอบกับการที่บริษัทขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่อง (เป้าหมายปี 2569 จะขยายอีก 1-2 สาขา และเพิ่มเครื่องไตเทียม 18-42 เครื่อง)
-
⚔️ Porter's Five Forces
การวิเคราะห์แรงกกดดันทั้ง 5 (Five Forces Model) ของธุรกิจบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS อิงจากข้อมูลเชิงลึกและตัวเลขประกอบ มีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1) การแข่งขันในอุตสาหกรรม (Rivalry Among Existing Competitors)
- ระดับความรุนแรง: กลาง (Medium)
-
เหตุผล: แม้จะมีผู้ให้บริการฟอกเลือดทั้งโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกเฉพาะทางจำนวนมาก แต่ความต้องการ (Demand) ของผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นสูงกว่ากำลังการให้บริการ (Supply) ของตลาดมาก ทำให้การแย่งชิงฐานผู้ป่วยไม่ได้ดุเดือดจนต้องตัดราคา อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของการรับจ้างบริหารหน่วยไตเทียม (Outsource) ให้กับโรงพยาบาลรัฐ จะมีการแข่งขันด้านคุณสมบัติและราคาผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (E-bidding) ซึ่งต้องแข่งกับผู้เล่นรายอื่น
-
ตัวเลข/ตัวอย่างประกอบ: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องบำบัดทดแทนไตมีมากกว่า 120,000 ราย โดย 72% ใช้วิธีฟอกเลือด ในขณะที่ปี 2565 มีเครื่องไตเทียมในระบบเพียง 11,613 เครื่อง ซึ่งเติบโตเพียง 5.14% ไม่ทันกับจำนวนผู้ป่วยฟอกเลือดที่พุ่งขึ้นถึง 88.75% ในปีเดียวกัน
2) อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์ (Bargaining Power of Suppliers)
- ระดับความรุนแรง: กลาง (Medium)
-
เหตุผล: ในมิติของวัตถุดิบและอุปกรณ์ อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์ค่อนข้างต่ำถึงกลาง เนื่องจากบริษัทมีบริษัทย่อย (IRV) ผลิตน้ำยาไตเทียมได้เอง และมีผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบหลักถึง 14 ราย ทำให้กระจายความเสี่ยงได้ดี แต่อำนาจต่อรองจะสูงขึ้นในกลุ่มสินค้านำเข้าเฉพาะทาง เช่น ระบบท่อลมการแพทย์ที่ต้องพึ่งพาผู้ผลิตจากเนเธอร์แลนด์ ที่สำคัญที่สุดคือ "ซัพพลายเออร์ด้านแรงงาน" ซึ่งก็คือ แพทย์และพยาบาลเฉพาะทางโรคไต มีอำนาจต่อรองสูงมาก เพราะบุคลากรกลุ่มนี้ขาดแคลนอย่างหนักในตลาดแรงงาน
-
ตัวเลข/ตัวอย่างประกอบ: โครงสร้างต้นทุนบุคลากรคือต้นทุนอันดับ 1 ของบริษัท และความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากรทำให้บริษัทต้องพึ่งพาและรักษาพนักงานกลุ่มนี้ไว้ให้ดีที่สุด ส่วนการซื้อวัตถุดิบ บริษัทใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด เช่น แกลลอน (28.01%) และสารเคมี (20.30%)
3) อำนาจต่อรองของลูกค้า (Bargaining Power of Customers)
- ระดับความรุนแรง: สูง (High)
-
เหตุผล: ลูกค้าหลักของ KTMS คือผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรัฐ และโรงพยาบาลรัฐ ทำให้อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) ตกไปอยู่ที่นโยบายของภาครัฐ (สปสช. / ประกันสังคม / กรมบัญชีกลาง) บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นค่าบริการได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ สัญญารับจ้างบริหารหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาลรัฐยังเป็นสัญญาแบบ "ปีต่อปี" หากบริษัทรักษามาตรฐานไม่ได้ ลูกค้า(โรงพยาบาล) มีอำนาจที่จะไม่ต่อสัญญาได้ทันที
-
ตัวเลข/ตัวอย่างประกอบ: รัฐบาลกำหนดเพดานราคาค่าฟอกเลือดคงที่ โดย สปสช. และประกันสังคม จ่ายที่ 1,500 บาท/ครั้ง ส่วนกรมบัญชีกลางจ่ายที่ 2,000 บาท/ครั้ง ซึ่งรายได้กว่า 83.73% ของ KTMS มาจากธุรกิจฟอกเลือดที่ผูกติดกับราคาเหล่านี้
4) ภัยจากสินค้า/บริการทดแทน (Threat of Substitute Products or Services)
- ระดับความรุนแรง: สูง (High)
-
เหตุผล: การบำบัดทดแทนไตมีทางเลือกอื่นนอกจากการฟอกเลือด (HD) ได้แก่ การล้างไตทางช่องท้อง (PD) และการปลูกถ่ายไต ภัยคุกคามหลักมาจากนโยบายของรัฐที่พยายามควบคุมงบประมาณสาธารณสุข เนื่องจากต้นทุนการล้างไตทางช่องท้อง (PD) มีราคาถูกกว่าการฟอกเลือด (HD) หากรัฐบังคับหรือสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ PD เป็นทางเลือกแรก จะกระทบต่อยอดผู้ป่วยใหม่ของบริษัทโดยตรง
-
ตัวเลข/ตัวอย่างประกอบ: งบประมาณรัฐสำหรับการล้างไตทางช่องท้อง (PD) อยู่ที่ 140,000 - 150,000 บาท/คน/ปี ซึ่งต่ำกว่าการฟอกเลือด (HD) ที่ตกราว 160,000 - 170,000 บาท/คน/ปี ส่งผลให้ในวันที่ 4 พ.ย. 2567 สปสช. เริ่มปรับนโยบายให้ผู้ป่วยใหม่ต้องเลือก PD เป็นทางเลือกแรกอย่างน้อย 50%
5) ภัยจากผู้เล่นรายใหม่ (Threat of New Entrants)
- ระดับความรุนแรง: ต่ำ (Low)
-
เหตุผล: ธุรกิจสถานพยาบาลไตเทียมมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (Barriers to Entry) ที่สูงมาก ทั้งในแง่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (เครื่องไตเทียม, ระบบน้ำบริสุทธิ์) และกฎระเบียบที่เข้มงวด ต้องได้รับใบอนุญาตและผ่านมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคไตฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นใหม่ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหาทีมแพทย์และพยาบาลไตเทียมเฉพาะทางที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงต้องมีประวัติผลงาน (Track Record) เพื่อเข้าประมูลงานกับโรงพยาบาลรัฐ
-
ตัวเลข/ตัวอย่างประกอบ: มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขบังคับเข้มงวด เช่น ต้องมีสัดส่วนพยาบาลไม่น้อยกว่า 1 คนต่อผู้ป่วยฟอกเลือด 4 คน รวมถึงหน่วยไตเทียมต้องถูกตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มข้นทุกๆ 6 เดือน และต่ออายุใบรับรองทุก 2-4 ปี ผู้เล่นใหม่จึงเข้ามาตั้งตัวและอยู่รอดได้ยากหากสายป่านไม่ยาวพอ
📊 SWOT
การวิเคราะห์ SWOT ของ KTMS อิงจากรายงานประจำปี (56-1 One Report), ข้อมูลจาก Opp Day และบทวิเคราะห์ มีรายละเอียดดังนี้ครับ:
จุดแข็ง (Strengths)
-
เป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร (One-stop Services): KTMS ให้บริการครอบคลุมทั้งคลินิกไตเทียม, งานออกแบบและติดตั้งระบบน้ำบริสุทธิ์, ผลิตและจำหน่ายน้ำยาไตเทียม (ผ่านบริษัทย่อย IRV), และติดตั้งระบบท่อลมทางการแพทย์ (MV) ทำให้บริหารต้นทุนได้ดี (Economies of Scale) และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน
-
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมผู้บริหาร: CEO (คุณกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา) เป็นพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคไตเทียมที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ทำให้มีความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ตัดสินใจได้รวดเร็ว และมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม
-
คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล: บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001:2015, ISO 13485:2016, GMP และล่าสุดหน่วยไตเทียมที่ รพ.วิชัยยุทธ ได้รับมาตรฐานระดับโลกอย่าง JCI (Joint Commission International) ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทั้งผู้ป่วยและโรงพยาบาลพันธมิตร
-
ข้อได้เปรียบจากการเป็น SME ในการประมูลงานรัฐ: บริษัทย่อย (บจก. เนโฟร วิชั่น หรือ NEP) ได้รับประโยชน์จากนโยบายสนับสนุน SME ของรัฐบาล ทำให้มีแต้มต่อสามารถเสนอราคาสูงกว่าคู่แข่งรายใหญ่ได้ 10% ในระบบ e-bidding
จุดอ่อน (Weaknesses)
-
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและระยะเวลาเก็บหนี้ที่ยาวนาน: ลูกค้าหลักคือหน่วยงานรัฐ (สปสช., ประกันสังคม, กรมบัญชีกลาง) ซึ่งมีกระบวนการเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection Period) นานถึงประมาณ 148-150 วัน ซึ่งอาจกดดันสภาพคล่องเงินสดในบางช่วง
-
สัญญารับจ้างบริหารหน่วยไตเทียมเป็นแบบ "ปีต่อปี": สัญญารับจ้างบริหารให้กับโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะสั้น หากบริษัทไม่สามารถรักษามาตรฐานได้ตามที่ตกลง มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญา ซึ่งจะกระทบรายได้โดยตรง
-
การพึ่งพาผู้บริหารหลัก (Key Person Dependency): รายได้และความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งผูกติดกับความเชี่ยวชาญและคอนเนคชั่นของ CEO หากบริษัทสูญเสียผู้บริหารท่านนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจ
-
การผิดเงื่อนไขทางการเงินของสัญญาเงินกู้: บริษัทย่อยแห่งหนึ่งไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินตามที่ธนาคารกำหนดได้ (ณ สิ้นปี 2567) ทำให้ต้องจัดประเภทเงินกู้ระยะยาวมาเป็นหนี้สินหมุนเวียน สะท้อนถึงแรงกดดันด้านโครงสร้างเงินทุน
โอกาส (Opportunities)
-
แนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเติบโตสูง: ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10-15% ต่อปี
-
แผนขยายสาขาเชิงรุก: บริษัทเตรียมขยายสาขาหน่วยไตเทียมเพิ่มเป็น 45-60 สาขา และเพิ่มเครื่องไตเทียมเป็น 550-650 เครื่องภายในปี 2027 (พ.ศ. 2570) เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยและขยายส่วนแบ่งการตลาดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
-
การพัฒนาระบบเทคโนโลยี "KTMS Care Plus": บริษัทอยู่ระหว่างการนำเทคโนโลยีมาช่วยบันทึกข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่พยาบาล ซึ่งจะช่วยยกระดับการให้บริการและรองรับการขยายสาขาในอนาคตได้อย่างมีระบบ
อุปสรรค/ภัยคุกคาม (Threats)
-
ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์: ธุรกิจนี้ต้องพึ่งพาพยาบาลเฉพาะทางและผู้ช่วยพยาบาลด้านไตเทียม ซึ่งตลาดแรงงานกลุ่มนี้ยังมีอยู่อย่างจำกัดและขาดแคลน หากหาบุคลากรไม่ทันอาจชะลอแผนการขยายสาขา และเสี่ยงต่อต้นทุนบุคลากรที่พุ่งสูง
-
การเปลี่ยนแปลงนโยบายสวัสดิการของรัฐ (Regulatory Risk): ภาครัฐมีแนวโน้มปรับนโยบายกลับมาสนับสนุน "การล้างไตทางช่องท้อง (PD First)" เป็นทางเลือกแรกอย่างน้อย 50% สำหรับผู้ป่วยใหม่ เพื่อควบคุมงบประมาณรักษารัฐที่พุ่งสูงขึ้น นโยบายนี้อาจชะลออัตราการเติบโตของผู้ป่วยฟอกเลือด (HD) รายใหม่
-
ข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคา: รายได้ส่วนใหญ่ผูกติดกับผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรัฐ ซึ่งมีเพดานการจ่ายชดเชยค่าบริการคงที่ (เช่น 1,500 - 2,000 บาท/ครั้ง) ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้อย่างอิสระ
🏆 ความได้เปรียบ & คู่แข่ง (Competitive Advantage)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลในเอกสารที่ให้มา สามารถสรุปการวิเคราะห์คู่แข่งและความได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Moat) ของ KTMS ได้ดังนี้ครับ:
(1) คู่แข่งหลักและส่วนแบ่งตลาดเทียบกัน
-
จากข้อมูลในเอกสาร ไม่พบการระบุชื่อบริษัทคู่แข่งหลัก หรือสัดส่วนส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) อย่างชัดเจน
-
อย่างไรก็ตาม เอกสารได้ระบุถึงลักษณะของกลุ่มคู่แข่งในอุตสาหกรรม ซึ่งได้แก่:
-
ผู้ประกอบการรายใหญ่ (Large Entrepreneurs): บริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าแข่งขันในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (E-bidding) เพื่อรับจ้างบริหารหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาลรัฐ
-
โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกเฉพาะทางไตเทียมเอกชนอื่นๆ: ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคไตทั้งกลุ่มที่ใช้สิทธิสวัสดิการและกลุ่มที่ชำระเงินสด
-
(2) ความได้เปรียบเชิงแข่งขัน/คูเมือง (Moat)
-
โครงสร้างต้นทุนและขนาด (Cost Advantage & Economies of Scale): KTMS มีความได้เปรียบจากการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร (One-stop Services) ตั้งแต่คลินิกไตเทียม, การออกแบบและติดตั้งระบบน้ำบริสุทธิ์, การผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาไตเทียม (ผ่านบริษัทย่อย IRV) ไปจนถึงระบบท่อลมทางการแพทย์ การใช้ทรัพยากรร่วมกันช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้บริษัทมีต้นทุนที่ได้เปรียบและสามารถขยายธุรกิจได้เร็วกว่าคู่แข่ง
-
แต้มต่อในการประมูลงานรัฐ (Regulatory Moat): บริษัทย่อย (บจก. เนโฟร วิชั่น หรือ NEP) ได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายสนับสนุน SME ของภาครัฐ ทำให้ในการประมูลงาน (e-bidding) บริษัทสามารถเสนอราคาสูงกว่าคู่แข่งรายใหญ่ได้สูงสุดถึง 10% ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการชนะประมูลเหนือคู่แข่งรายใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
-
ความน่าเชื่อถือและความภักดีของลูกค้า (Brand & Trust): ผู้บริหารระดับสูงเป็นพยาบาลเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในวงการกว่า 15 ปี ทำให้มีความเข้าใจและตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็ว บริษัทได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลรัฐจนสามารถต่อสัญญาให้บริการระยะยาวต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี นอกจากนี้ หน่วยไตเทียมของบริษัทที่ รพ.วิชัยยุทธ ยังได้รับรองมาตรฐานระดับสากลอย่าง JCI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง
-
เครือข่ายสาขา (Network Size): KTMS มีการขยายสาขาครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยในปี 2568 บริษัทมีสาขารวมถึง 39 แห่ง และมีเครื่องไตเทียมพร้อมให้บริการถึง 548 เครื่อง
-
เทคโนโลยี (Technology): บริษัทมีการใช้เทคโนโลยีฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง (On-line Hemodiafiltration หรือ OL-HDF) ที่ช่วยขจัดของเสียโมเลกุลขนาดใหญ่ได้ดีกว่าการฟอกปกติ รวมถึงมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ "KTMS Care+" เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(3) จุดที่ยังเสียเปรียบคู่แข่ง
-
ปัญหาสภาพคล่องจากระยะเวลาเก็บหนี้ (Liquidity & Cash Cycle): เนื่องจากลูกค้าหลักกว่า 80% คือหน่วยงานสวัสดิการของรัฐ (สปสช., ประกันสังคม, กรมบัญชีกลาง) ซึ่งมีขั้นตอนการเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection Period) นานถึง 148-150 วัน ซึ่งอาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่งที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่รับชำระเงินสดหรือผ่านประกันสุขภาพโดยตรง
-
อำนาจในการกำหนดราคาต่ำ (Low Pricing Power): บริษัทต้องอิงอัตราค่าบริการตามที่ภาครัฐกำหนด (เช่น 1,500 - 2,000 บาท/ครั้ง) ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนหรือเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างอิสระ
-
การพึ่งพาบุคลากรเฉพาะทางอย่างหนัก (Personnel Bottleneck): การดำเนินงานและการขยายสาขาต้องพึ่งพาพยาบาลเฉพาะทางโรคไตที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานสมาคมโรค ไตฯ ซึ่งตลาดบุคลากรกลุ่มนี้ยังมีจำกัด หากเกิดการแย่งชิงบุคลากรกับคู่แข่งรายอื่น อาจทำให้การขยายสาขาหยุดชะงักและต้นทุนบุคลากรสูงขึ้น
⚠️ ปัจจัยความเสี่ยง
สามารถสรุปและจัดกลุ่มปัจจัยความเสี่ยงสำคัญของ KTMS พร้อมผลกระทบและแนวทางรับมือ ได้ดังนี้ครับ:
1. กลุ่มกฎเกณฑ์ ภาครัฐ และคู่สัญญา (Regulations, Government & Counterparties)
-
ความเสี่ยงที่โรงพยาบาลรัฐจะไม่ต่อสัญญา (Non-renewal of Contract)
-
ผลกระทบ: สัญญารับจ้างบริหารหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาลรัฐเป็นสัญญาแบบ "ปีต่อปี" หากบริษัทรักษามาตรฐานไม่ได้และไม่ได้รับการต่อสัญญา จะส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
-
แนวทางรับมือ: ให้บริการตามมาตรฐานสมาคมโรคไตฯ อย่างเคร่งครัด มีฝ่ายบันทึกและติดตามวันหมดอายุสัญญาเพื่อเตรียมตัวเข้าต่ออายุล่วงหน้าเป็นรายเดือน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับโรงพยาบาล และกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
-
-
ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาต (Compliance Risk)
-
ผลกระทบ: ธุรกิจสถานพยาบาลถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดจากหลายหน่วยงาน (เช่น กระทรวงสาธารณสุข) หากทำผิดเงื่อนไขอาจถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ
-
แนวทางรับมือ: จัดตั้งฝ่ายปฏิบัติการไตเทียมเพื่อรับผิดชอบด้านการต่ออายุและขอใบอนุญาตโดยตรง ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอย่างใกล้ชิด และจัดอบรมให้พนักงานเพื่อการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
-
2. กลุ่มการเงินและสภาพคล่อง (Finance & Liquidity)
-
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจากการเบิกจ่ายของรัฐ (Cash Liquidity Management)
-
ผลกระทบ: ลูกค้าหลักคือผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการและหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีกระบวนการเบิกจ่ายเงินที่ค่อนข้างล่าช้า อาจทำให้บริษัทบริหารกระแสเงินสดสะดุดได้
-
แนวทางรับมือ: ปรับกลยุทธ์เน้นขยายสาขาแบบ "คลินิกสแตนด์อะโลน" เพื่อให้รับเงินสดได้เร็วขึ้น, จัดทีมติดตามทวงหนี้ทุกเดือน, ทำแผนประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้าทุก 15 วันเพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมวงเงินสำรอง/O/D กับธนาคารพาณิชย์ไว้รองรับ
-
3. กลุ่มบุคลากรและการบริหารจัดการ (Personnel & Management)
-
ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพเฉพาะทาง (Staff Shortage)
-
ผลกระทบ: ธุรกิจไตเทียมต้องใช้พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง ซึ่งในตลาดมีจำกัด หากขาดแคลนจะทำให้การขยายสาขาล่าช้า และพนักงานเดิมต้องทำงานหนักเกินไป
-
แนวทางรับมือ: จัดทำแผนพัฒนาและรักษาบุคลากร (Succession Plan), ดูแลสวัสดิการให้แข่งขันได้ และล่าสุดในปี 2568 บริษัทได้ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อทำศูนย์ฝึกอบรมพยาบาลเฉพาะทาง และ MOU กับโรงเรียนพระดาบส เพื่อรับนักศึกษาฝึกงานและเตรียมบุคลากรรองรับการขยายสาขา
-
-
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้บริหารระดับสูง (Key Person Dependency)
-
ผลกระทบ: รายได้และความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งอิงกับ CEO (คุณกาญจนา) ซึ่งมีประสบการณ์ด้านไตเทียมกว่า 15 ปี หากสูญเสียผู้บริหารท่านนี้อาจกระทบการตัดสินใจและคอนเนคชั่น
-
แนวทางรับมือ: ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อกระจายอำนาจการบริหารและการตัดสินใจ (Decentralization) จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง และกำหนดคู่มือขอบเขตอำนาจอนุมัติ (LOA) ที่ชัดเจน
-
4. กลุ่มซัพพลายเชนและการดำเนินงาน (Supply Chain & Operations)
-
ความเสี่ยงจากการผิดสัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย (Breach of Distribution Agreement)
-
ผลกระทบ: บริษัทย่อยเป็นตัวแทนจำหน่ายระบบท่อลมทางการแพทย์จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีเงื่อนไขต้องสั่งซื้อขั้นต่ำตามที่กำหนด หากทำยอดไม่ได้อาจถูกปรับหรือยกเลิกสัญญา
-
แนวทางรับมือ: มอบหมายให้ฝ่ายขายและการตลาดติดตามยอดสั่งซื้ออย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสามารถสั่งซื้อได้ตามเป้าและได้รับการต่อสัญญามาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558
-
5. กลุ่มเทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม (Technology, Environment & Others)
-
ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threat Risk)
-
ผลกระทบ: การพัฒนาระบบเทคโนโลยี (เช่น KTMS Care+) อาจเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก หากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยรั่วไหล บริษัทอาจถูกลงโทษตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
-
แนวทางรับมือ: วางระบบบริหารความเสี่ยงด้าน IT ติดตั้งเครื่องมือตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ และสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้พนักงาน
-
-
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโรคอุบัติใหม่ (Climate & Pandemics)
-
ผลกระทบ: ภัยพิบัติทางกายภาพ (เช่น น้ำท่วม) อาจทำให้คลินิกเสียหายหรือผู้ป่วยเดินทางไม่ได้ รวมถึงความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่อาจกระทบต้นทุนทางธุรกิจ
-
แนวทางรับมือ: นำการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการทำงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเตรียมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan - BCP) ให้พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
-
💳 คุณภาพลูกหนี้ / ชั้นอายุลูกหนี้
จากการวิเคราะห์หมายเหตุประกอบงบการเงินและรายงานประจำปี (56-1 One Report) ของ KTMS ล่าสุดถึงสิ้นปี 2568 (2025) สามารถประเมินคุณภาพลูกหนี้การค้าได้ดังนี้ครับ:
1. นโยบายการให้เครดิตลูกค้า (Credit Terms)
- บริษัทมีนโยบายการให้เครดิตการค้า (Credit terms) แก่ลูกค้าตามปกติอยู่ที่ 30 ถึง 90 วัน
2. ชั้นอายุลูกหนี้การค้า (Aging of Trade Receivables) (อ้างอิงเฉพาะลูกหนี้การค้ากิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักเกือบ 100%)
- สิ้นปี 2568: ยอดรวม 223.04 ล้านบาท
- ยังไม่ถึงกำหนดชำระ: 102.14 ลบ.
- ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน: 69.30 ลบ.
- ค้างชำระ 3 - 6 เดือน: 19.66 ลบ.
- ค้างชำระ 6 - 12 เดือน: 13.92 ลบ.
- ค้างชำระเกิน 12 เดือน: 18.03 ลบ.
- สิ้นปี 2567: ยอดรวม 170.46 ล้านบาท
- ยังไม่ถึงกำหนดชำระ: 94.77 ลบ.
- ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน: 39.41 ลบ.
- ค้างชำระ 3 - 6 เดือน: 13.58 ลบ.
- ค้างชำระ 6 - 12 เดือน: 4.24 ลบ.
- ค้างชำระเกิน 12 เดือน: 18.47 ลบ.
- สิ้นปี 2566: ยอดรวม 172.75 ล้านบาท
- ยังไม่ถึงกำหนดชำระ: 106.27 ลบ.
- ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน: 32.33 ลบ.
- ค้างชำระ 3 - 6 เดือน: 11.81 ลบ.
- ค้างชำระ 6 - 12 เดือน: 3.45 ลบ.
- ค้างชำระเกิน 12 เดือน: 18.88 ลบ.
3. สัดส่วนลูกหนี้ด้อยคุณภาพและค้างชำระนาน
-
ลูกหนี้คุณภาพดีเป็นส่วนใหญ่: หากดูโครงสร้างปี 2568 พบว่าลูกหนี้ที่ "ยังไม่ถึงกำหนดชำระ" รวมกับ "ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน" มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 76.8% ของลูกหนี้การค้ารวม
-
ลูกหนี้ค้างนานเกิน 12 เดือนลดลงต่อเนื่อง: สัดส่วนลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 12 เดือน มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน จาก 10.9% (ในปี 2566) ลดลงเหลือ 10.8% (ในปี 2567) และลดลงเหลือเพียง 8.1% (ในปี 2568) นอกจากสัดส่วนเปอร์เซ็นต์จะลดลงแล้ว เม็ดเงินในกลุ่มค้างนานพิเศษนี้ก็ลดลงด้วย (จาก 18.88 ลบ. เหลือ 18.03 ลบ.) แม้ว่ายอดรายได้และลูกหนี้รวมของบริษัทจะเติบโตขึ้นมากก็ตาม
4. ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (Allowance for Expected Credit Losses - ECL)
-
นโยบายทางบัญชี: บริษัทตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตตามแนวทางอย่างง่าย (Simplified Approach) โดยพิจารณาอัตราความเสียหายจากข้อมูลในอดีต (Historical credit loss) ปรับปรุงด้วยข้อมูลคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจในอนาคต (Forward-looking factors) และจะตัดจำหน่ายหนี้สูญ (Write-off) เมื่อเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี
-
ความเพียงพอของการตั้งสำรอง:
- ในปี 2568 บริษัทตั้งค่าเผื่อฯ (ECL) สำหรับลูกหนี้การค้าไว้ที่ 18.04 ล้านบาท
-
จะเห็นได้ว่ายอดการตั้งสำรอง ECL นั้น ครอบคลุมลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 12 เดือน (18.03 ล้านบาท) ได้เต็มจำนวน 100% สะท้อนถึงความรัดกุมในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
-
นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายการ "รายได้ค้างรับ (Accrued income)" อีก 104.40 ล้านบาทในปี 2568 (ส่วนใหญ่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินได้ภายใน 3 เดือน) ซึ่งได้มีการตั้งค่าเผื่อฯ ตรงนี้ไว้อีก 1.75 ล้านบาท
5. สรุปแนวโน้ม (Trends) และคุณภาพโดยรวมเทียบกับอดีต
-
ยอดรวมของลูกหนี้การค้า (และรายได้ค้างรับ) เติบโตขึ้นจากปี 2566-2567 สู่ระดับ 308.00 ล้านบาทในปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยและการขยายสาขา
-
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection Period) ทรงตัวอยู่ในระดับประมาณ 148-150 วัน แม้จะดูค่อนข้างนาน (เมื่อเทียบกับ Credit term 30-90 วัน) แต่เป็นลักษณะปกติของธุรกิจที่ต้องเบิกจ่ายจากสวัสดิการภาครัฐ
-
โดยรวมถือว่าคุณภาพลูกหนี้การค้า "อยู่ในเกณฑ์ดีและควบคุมได้" เนื่องจากผู้บริหารและทีมงานติดตามหนี้สามารถบริหารให้หนี้ก้อนที่ค้างนานเกิน 12 เดือนไม่บวมขึ้นตามรายได้ที่โตขึ้น และการตั้งสำรองหนี้สูญ (ECL) ก็ตั้งไว้ครอบคลุมก้อนหนี้เสียอย่างครบถ้วนแล้ว ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งสำรองก้อนใหญ่กะทันหัน (Earnings shock) ในอนาคตครับ
📅 งบการเงินรายไตรมาส — แบบชีตวิเคราะห์ (SETSMART, 2021-2026)
งบดุล (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์ (Assets) | ||||||
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดCash And Cash Equivalents | ||||||
| Q1 | — | — | 204 | 45 | 62 | 43 |
| Q2 | — | — | 29 | 48 | 57 | — |
| Q3 | — | 43 | 55 | 67 | 58 | — |
| สิ้นปี | 49 | 269 | 29 | 65 | 33 | — |
| %Common Size | 12.6% | 39.4% | 4.4% | 8.6% | 3.9% | — |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (สุทธิ)Trade And Other Receivables - Current - Net | ||||||
| Q1 | — | — | 163 | 200 | 249 | 333 |
| Q2 | — | — | 207 | 224 | 263 | — |
| Q3 | — | 157 | 211 | 233 | 275 | — |
| สิ้นปี | 156 | 168 | 212 | 239 | 308 | — |
| %Common Size | 40.1% | 24.7% | 32.0% | 31.4% | 36.7% | — |
| สินค้าคงเหลือ (สุทธิ)Inventories - Net | ||||||
| Q1 | — | — | 33 | 37 | 36 | 33 |
| Q2 | — | — | 31 | 35 | 34 | — |
| Q3 | — | 30 | 30 | 31 | 35 | — |
| สิ้นปี | 26 | 29 | 31 | 36 | 36 | — |
| %Common Size | 6.7% | 4.2% | 4.7% | 4.7% | 4.2% | — |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียนTotal Current Assets | ||||||
| Q1 | — | — | 405 | 330 | 386 | 451 |
| Q2 | — | — | 371 | 348 | 401 | — |
| Q3 | — | 235 | 375 | 374 | 410 | — |
| สิ้นปี | 236 | 472 | 339 | 383 | 445 | — |
| %Common Size | 60.7% | 69.2% | 51.2% | 50.3% | 53.0% | — |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ)Property, Plant And Equipment - Net | ||||||
| Q1 | — | — | 210 | 321 | 343 | 324 |
| Q2 | — | — | 224 | 332 | 339 | — |
| Q3 | — | 151 | 247 | 347 | 346 | — |
| สิ้นปี | 101 | 167 | 292 | 347 | 318 | — |
| %Common Size | 26.0% | 24.4% | 44.2% | 45.6% | 37.9% | — |
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (สุทธิ)Intangible Assets - Net | ||||||
| Q1 | — | — | 1 | 2 | 2 | 2 |
| Q2 | — | — | 1 | 2 | 2 | — |
| Q3 | — | 1 | 1 | 2 | 2 | — |
| สิ้นปี | 1 | 1 | 1 | 2 | 2 | — |
| %Common Size | 0.2% | 0.1% | 0.2% | 0.2% | 0.2% | — |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนTotal Non-Current Assets | ||||||
| Q1 | — | — | 244 | 351 | 379 | 389 |
| Q2 | — | — | 258 | 362 | 380 | — |
| Q3 | — | 197 | 282 | 378 | 397 | — |
| สิ้นปี | 153 | 210 | 323 | 378 | 394 | — |
| %Common Size | 39.3% | 30.8% | 48.8% | 49.7% | 47.0% | — |
| สินทรัพย์รวมTotal Assets | ||||||
| Q1 | — | — | 649 | 680 | 765 | 841 |
| Q2 | — | — | 629 | 710 | 781 | — |
| Q3 | — | 432 | 656 | 752 | 807 | — |
| สิ้นปี | 389 | 682 | 662 | 762 | 839 | — |
| หนี้สิน (Liabilities) | ||||||
| เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นTrade And Other Payables - Current | ||||||
| Q1 | — | — | 66 | 115 | 121 | 129 |
| Q2 | — | — | 69 | 132 | 121 | — |
| Q3 | — | 73 | 91 | 148 | 129 | — |
| สิ้นปี | 82 | 88 | 93 | 151 | 131 | — |
| %Common Size | 21.2% | 12.9% | 14.1% | 19.8% | 15.6% | — |
| รวมหนี้สินหมุนเวียนTotal Current Liabilities | ||||||
| Q1 | — | — | 102 | 151 | 189 | 214 |
| Q2 | — | — | 101 | 168 | 192 | — |
| Q3 | — | 107 | 126 | 188 | 200 | — |
| สิ้นปี | 106 | 122 | 130 | 211 | 212 | — |
| %Common Size | 27.2% | 17.9% | 19.6% | 27.7% | 25.3% | — |
| หนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปีCurrent Portion Of Long-Term Debts | ||||||
| Q1 | — | — | 18 | 16 | 37 | 44 |
| Q2 | — | — | 14 | 15 | 38 | — |
| Q3 | — | 16 | 15 | 15 | 36 | — |
| สิ้นปี | 5 | 18 | 16 | 36 | 44 | — |
| %Common Size | 1.3% | 2.6% | 2.5% | 4.8% | 5.3% | — |
| หนี้สินระยะสั้น (Short-Term Debts) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 18 | 16 | 37 | 44 |
| Q2 | — | — | 14 | 15 | 38 | — |
| Q3 | — | 16 | 15 | 15 | 36 | — |
| สิ้นปี | 5 | 18 | 16 | 36 | 44 | — |
| %Common Size | 1.3% | 2.6% | 2.5% | 4.8% | 5.3% | — |
| หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debts) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 48 | 27 | 18 | 20 |
| Q2 | — | — | 35 | 38 | 15 | — |
| Q3 | — | 53 | 32 | 44 | 12 | — |
| สิ้นปี | 20 | 53 | 30 | 21 | 25 | — |
| %Common Size | 5.1% | 7.7% | 4.6% | 2.8% | 2.9% | — |
| หนี้สินรวมมีดอกเบี้ย (Total Debts) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 66 | 43 | 55 | 64 |
| Q2 | — | — | 49 | 53 | 53 | — |
| Q3 | — | 69 | 47 | 59 | 49 | — |
| สิ้นปี | 25 | 71 | 47 | 58 | 69 | — |
| D/E | 0.11 | 0.15 | 0.10 | 0.11 | 0.13 | — |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียนTotal Non-Current Liabilities | ||||||
| Q1 | — | — | 57 | 34 | 59 | 76 |
| Q2 | — | — | 45 | 45 | 69 | — |
| Q3 | — | 75 | 41 | 64 | 74 | — |
| สิ้นปี | 50 | 73 | 38 | 45 | 84 | — |
| %Common Size | 12.9% | 10.7% | 5.8% | 5.9% | 10.0% | — |
| รวมหนี้สินTotal Liabilities | ||||||
| Q1 | — | — | 160 | 185 | 248 | 290 |
| Q2 | — | — | 146 | 212 | 261 | — |
| Q3 | — | 182 | 166 | 252 | 275 | — |
| สิ้นปี | 156 | 195 | 168 | 256 | 297 | — |
| %Common Size | 40.1% | 28.6% | 25.4% | 33.6% | 35.3% | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) | ||||||
| กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรRetained Earnings (Deficits) - Unappropriated | ||||||
| Q1 | — | — | 23 | 25 | 46 | 77 |
| Q2 | — | — | 17 | 28 | 49 | — |
| Q3 | — | 15 | 20 | 31 | 61 | — |
| สิ้นปี | -0 | 21 | 24 | 35 | 70 | — |
| %Common Size | -0.1% | 3.0% | 3.6% | 4.6% | 8.4% | — |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่Equity Attributable To Owners Of The Parent | ||||||
| Q1 | — | — | 488 | 492 | 514 | 547 |
| Q2 | — | — | 482 | 495 | 517 | — |
| Q3 | — | 248 | 486 | 497 | 529 | — |
| สิ้นปี | 233 | 485 | 490 | 503 | 540 | — |
| %Common Size | 59.9% | 71.2% | 74.0% | 66.0% | 64.3% | — |
งบกำไรขาดทุน (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| โครงสร้างรายได้ (Revenue Structure) | ||||||
| รายได้จากการดำเนินงาน (ธุรกิจหลัก)Revenue From Operations | ||||||
| Q1 | — | — | 103 | 126 | 169 | 175 |
| Q2 | — | — | 113 | 149 | 174 | — |
| Q3 | — | 96 | 118 | 158 | 180 | — |
| Q4 | 78 | 100 | 123 | 164 | 181 | — |
| ทั้งปี | — | — | 457 | 598 | 705 | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 30.9% | 17.9% | — |
| รายได้อื่นOther Income | ||||||
| Q1 | — | — | 2 | 1 | 1 | 1 |
| Q2 | — | — | 2 | 1 | 1 | — |
| Q3 | — | 1 | 1 | 1 | 1 | — |
| Q4 | 1 | 1 | -1 | 1 | 1 | — |
| ทั้งปี | — | — | 4 | 4 | 3 | — |
| %Common Size | — | — | 1.0% | 0.6% | 0.5% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | -12.6% | -11.6% | — |
| รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลInterest And Dividend Income | ||||||
| Q1 | — | — | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Q2 | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
| Q3 | — | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Q4 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | — |
| ทั้งปี | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
| %Common Size | — | — | 0.1% | 0.1% | 0.0% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | -20.5% | -28.6% | — |
| รายได้รวมทั้งหมดของบริษัทTotal Revenue | ||||||
| Q1 | — | — | 106 | 127 | 170 | 176 |
| Q2 | — | — | 115 | 150 | 175 | — |
| Q3 | — | 97 | 119 | 159 | 181 | — |
| Q4 | 78 | 102 | 122 | 166 | 182 | — |
| ทั้งปี | — | — | 462 | 602 | 708 | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 30.4% | 17.7% | — |
| ต้นทุนขาย (COGS) | ||||||
| ต้นทุนCosts | ||||||
| Q1 | — | — | 85 | 104 | 137 | 142 |
| Q2 | — | — | 93 | 122 | 143 | — |
| Q3 | — | 77 | 96 | 136 | 143 | — |
| Q4 | 62 | 82 | 99 | 138 | 148 | — |
| ทั้งปี | — | — | 373 | 501 | 571 | — |
| %Common Size | — | — | 80.9% | 83.2% | 80.6% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 34.1% | 14.1% | — |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 21 | 23 | 33 | 33 |
| Q2 | — | — | 22 | 28 | 32 | — |
| Q3 | — | 20 | 22 | 23 | 38 | — |
| Q4 | 17 | 20 | 23 | 28 | 34 | — |
| ทั้งปี | 17 | 40 | 88 | 101 | 137 | 33 |
| %GPM | — | — | 19.1% | 16.8% | 19.4% | — |
| %YoY Growth | — | 141.1% | 119.4% | 14.8% | 35.6% | -75.8% |
| ค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร (SG&A) | ||||||
| ค่าใช้จ่ายในการขายSelling Expenses | ||||||
| Q1 | — | — | 1 | 2 | 2 | 1 |
| Q2 | — | — | 2 | 3 | 2 | — |
| Q3 | — | 1 | 2 | 2 | 2 | — |
| Q4 | 1 | 2 | 2 | 1 | 1 | — |
| ทั้งปี | — | — | 7 | 8 | 7 | — |
| %Common Size | — | — | 1.6% | 1.3% | 1.1% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 5.5% | -2.7% | — |
| ค่าใช้จ่ายในการบริหารAdministrative Expenses | ||||||
| Q1 | — | — | 14 | 18 | 16 | 21 |
| Q2 | — | — | 15 | 16 | 17 | — |
| Q3 | — | 12 | 14 | 15 | 18 | — |
| Q4 | 9 | 16 | 16 | 16 | 17 | — |
| ทั้งปี | — | — | 59 | 66 | 68 | — |
| %Common Size | — | — | 12.9% | 10.9% | 9.6% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 10.7% | 3.8% | — |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารSelling And Administrative Expenses | ||||||
| Q1 | — | — | 16 | 20 | 18 | 22 |
| Q2 | — | — | 17 | 19 | 19 | — |
| Q3 | — | 13 | 16 | 17 | 20 | — |
| Q4 | 10 | 18 | 18 | 17 | 19 | — |
| ทั้งปี | — | — | 67 | 74 | 76 | — |
| %Common Size | — | — | 14.5% | 12.2% | 10.7% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 10.2% | 3.1% | — |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 5 | 3 | 15 | 11 |
| Q2 | — | — | 5 | 9 | 13 | — |
| Q3 | — | 8 | 7 | 6 | 18 | — |
| Q4 | 7 | 7 | 5 | 10 | 15 | — |
| ทั้งปี | 7 | 16 | 21 | 28 | 62 | 11 |
| %EBIT | — | — | 4.6% | 4.6% | 8.8% | — |
| %YoY Growth | — | 136.0% | 36.0% | 30.5% | 123.3% | -82.5% |
| EBITDA 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 11 | 12 | 26 | 23 |
| Q2 | — | — | 17 | 28 | 35 | — |
| Q3 | — | 25 | 26 | 35 | 52 | — |
| Q4 | 28 | 29 | 32 | 50 | 61 | — |
| ทั้งปี | 28 | 54 | 86 | 126 | 175 | 23 |
| %EBITDA | — | — | 18.7% | 21.0% | 24.7% | — |
| %YoY Growth | — | 95.1% | 59.9% | 46.4% | 38.4% | -86.9% |
| ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย)Finance Costs | ||||||
| Q1 | — | — | 1 | 1 | 1 | 2 |
| Q2 | — | — | 1 | 1 | 1 | — |
| Q3 | — | 2 | 1 | 1 | 2 | — |
| Q4 | 1 | 1 | -0 | 1 | 2 | — |
| ทั้งปี | — | — | 3 | 3 | 6 | — |
| %Common Size | — | — | 0.6% | 0.6% | 0.8% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 21.5% | 68.7% | — |
| กำไรก่อนภาษี (EBT) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | 4 | 2 | 14 | 9 |
| Q2 | — | — | 4 | 8 | 12 | — |
| Q3 | — | 7 | 6 | 5 | 17 | — |
| Q4 | 5 | 6 | 5 | 9 | 13 | — |
| ทั้งปี | 5 | 13 | 18 | 24 | 56 | 9 |
| %EBT | — | — | 4.0% | 4.0% | 7.9% | — |
| %YoY Growth | — | 149.1% | 42.1% | 31.9% | 131.0% | -83.6% |
| ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้Income Tax Expense | ||||||
| Q1 | — | — | 1 | 0 | 3 | 2 |
| Q2 | — | — | 1 | 2 | 2 | — |
| Q3 | — | 2 | 2 | 2 | 5 | — |
| Q4 | 1 | 1 | 2 | 2 | 2 | — |
| ทั้งปี | — | — | 5 | 6 | 12 | — |
| %Common Size | — | — | 1.1% | 1.0% | 1.7% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 20.8% | 106.3% | — |
| กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่)Net Profit (Loss) Attributable To : Owners Of The Parent | ||||||
| Q1 | — | — | 3 | 2 | 11 | 7 |
| Q2 | — | — | 3 | 7 | 10 | — |
| Q3 | — | 5 | 4 | 3 | 12 | — |
| Q4 | 4 | 5 | 4 | 7 | 11 | — |
| ทั้งปี | — | — | 14 | 19 | 44 | — |
| %NPM | — | — | 3.1% | 3.2% | 6.3% | — |
| %YoY Growth | — | — | — | 34.9% | 131.4% | — |
งบกระแสเงินสด (แบบชีต · ล้านบาท · เลื่อนดูปีย้อนหลัง →)
| งวด | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กิจกรรมดำเนินงาน (Operating Activities) | ||||||
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายDepreciation And Amortisation | ||||||
| Q1 | — | — | 6 | 10 | 11 | 12 |
| Q2 | — | — | 12 | 19 | 22 | — |
| Q3 | — | 16 | 19 | 29 | 34 | — |
| สิ้นปี | 21 | 22 | 27 | 40 | 46 | — |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานNet Cash From (Used In) Operating Activities | ||||||
| Q1 | — | — | -20 | 18 | 2 | -3 |
| Q2 | — | — | -132 | 26 | 10 | — |
| Q3 | — | 38 | -86 | 41 | 42 | — |
| สิ้นปี | 1 | 52 | 2 | 63 | 43 | — |
| CFO/กำไรสุทธิ | — | — | 0.11 | 3.30 | 0.96 | — |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) 🔢 | ||||||
| Q1 | — | — | -58 | 3 | -21 | -15 |
| Q2 | — | — | -205 | -5 | -21 | — |
| Q3 | — | -42 | -179 | -6 | -10 | — |
| สิ้นปี | -41 | -45 | -144 | -3 | -25 | — |
| กิจกรรมลงทุน (Investing Activities) | ||||||
| เงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร (CAPEX)Payment For Purchase Of Fixed Assets | ||||||
| Q1 | — | — | -38 | -16 | -22 | -12 |
| Q2 | — | — | -74 | -31 | -31 | — |
| Q3 | — | -80 | -93 | -47 | -52 | — |
| สิ้นปี | -41 | -97 | -146 | -67 | -67 | — |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนNet Cash From (Used In) Investing Activities | ||||||
| Q1 | — | — | -38 | 4 | -17 | 24 |
| Q2 | — | — | -74 | -7 | -30 | — |
| Q3 | — | -86 | -93 | -22 | -58 | — |
| สิ้นปี | -41 | -103 | -204 | -42 | -99 | — |
| กิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Activities) | ||||||
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินNet Cash From (Used In) Financing Activities | ||||||
| Q1 | — | — | -7 | -7 | 12 | -10 |
| Q2 | — | — | -35 | -2 | 12 | — |
| Q3 | — | 41 | -36 | 19 | 9 | — |
| สิ้นปี | 81 | 271 | -37 | 15 | 24 | — |
➕ บรรทัดเพิ่มเติมนอกชีต (พิจารณาเก็บ)
✅ = หนูแนะนำให้เก็บ (มีประโยชน์เชิงวิเคราะห์) · ⚪ = ทางเลือก/รายละเอียดย่อย (ส่วนใหญ่ตัดได้)
➕ งบดุล — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ⚪ Current Portion of Lease Receivables - Net | 3 | 2 | 2 | 2 | 2 | — |
| ⚪ Other Current Financial Assets | 0 | 0 | 59 | 35 | 60 | — |
| ⚪ Other Current Financial Assets - Others | 0 | 0 | 59 | 35 | 60 | — |
| ⚪ Contract Assets - Current | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | — |
| ⚪ Other Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | 2 | 4 | 6 | 6 | 6 | — |
| ⚪ Other Current Assets - Others | 2 | 4 | 6 | 6 | 6 | — |
| ⚪ Restricted Deposits - Non-Current | 5 | 11 | 11 | 11 | 18 | — |
| ⚪ Non-Current Portion of Lease Receivables - Net | 4 | 3 | 3 | 3 | 2 | — |
| ✅ Investment Properties - Net | 0 | 0 | 0 | 0 | 27 | — |
| ✅ Right-of-Use Assets - Net | 29 | 18 | 5 | 3 | 15 | — |
| ⚪ Intangible Assets - Others | 1 | 1 | 1 | 2 | 2 | — |
| ✅ Deferred Tax Assets | 8 | 7 | 7 | 9 | 7 | — |
| ⚪ Other Non-Current Assets | 4 | 4 | 3 | 4 | 4 | — |
| ⚪ Other Non-Current Assets - Others | 4 | 4 | 3 | 4 | 4 | — |
| ⚪ Financial Institutions | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Current Portion of Long-Term Debts - Others | 5 | 18 | 16 | 36 | 44 | — |
| ⚪ Other Current Financial Liabilities | 0 | 0 | 0 | 3 | 10 | — |
| ⚪ Other Current Financial Liabilities - Others | 0 | 0 | 0 | 3 | 10 | — |
| ✅ Current Portion of Lease Liabilities | 5 | 4 | 4 | 2 | 4 | — |
| ⚪ Income Tax Payableภาษีเงินได้ค้างจ่าย | 1 | 0 | 0 | 0 | 2 | — |
| ⚪ Other Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียนอื่น | 13 | 12 | 15 | 19 | 21 | — |
| ⚪ Non-Current Portion of Long-Term Debts - Others | 20 | 53 | 30 | 21 | 25 | — |
| ✅ Non-Current Portion of Lease Liabilities | 26 | 16 | 2 | 1 | 12 | — |
| ⚪ Other Non-Current Financial Liabilities | 0 | 0 | 0 | 13 | 35 | — |
| ⚪ Other Non-Current Financial Liabilities - Others | 0 | 0 | 0 | 13 | 35 | — |
| ⚪ Provisions for Employee Benefit Obligations - Non-Current | 3 | 3 | 4 | 9 | 11 | — |
| ⚪ Other Non-Current Liabilities | 1 | 2 | 3 | 0 | 1 | — |
| ⚪ Authorised Share Capital | 112 | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| ⚪ Authorised Ordinary Shares | 112 | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| ⚪ Issued and Paid-Up Share Capital | 112 | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| ⚪ Paid-Up Ordinary Shares | 112 | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| ⚪ Premium (Discount) on Share Capital | 127 | 319 | 319 | 319 | 319 | — |
| ⚪ Premium (Discount) on Ordinary Shares | 127 | 319 | 319 | 319 | 319 | — |
| ⚪ Premium on Ordinary Shares | 0 | 0 | 0 | 0 | 319 | — |
| ⚪ Retained Earnings (Deficits) | -0 | 21 | 25 | 37 | 74 | — |
| ✅ Retained Earnings - Appropriated | 0 | 1 | 1 | 2 | 4 | — |
| ⚪ Legal and Statutory Reserves | 0 | 1 | 1 | 2 | 4 | — |
| ⚪ Other Components of Equity | -5 | -4 | -4 | -3 | -3 | — |
| ⚪ Surplus (Deficits) | -5 | -4 | -4 | -3 | -3 | — |
| ⚪ Surplus (Deficits) From Business Combinations Under Common Control | -5 | -4 | -4 | -3 | -3 | — |
| ✅ Non-Controlling Interests | 0 | 1 | 4 | 3 | 3 | — |
| ⚪ Total Equityรวมส่วนของผู้ถือหุ้น | 233 | 487 | 494 | 506 | 543 | — |
| ⚪ Total Liabilities and Equity | 389 | 682 | 662 | 762 | 839 | — |
➕ งบกำไรขาดทุน — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ⚪ Revenue From Sales and Rendering Services | — | — | 456 | 597 | 704 | — |
| ⚪ Revenue From Leases | — | — | 1 | 1 | 1 | — |
| ⚪ Finance Income From Leases | — | — | 1 | 1 | 1 | — |
| ⚪ Investment Income | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Expected Credit Losses(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด (ECL) | — | — | 0 | -0 | -1 | — |
| ✅ Total Cost and Expenses | — | — | 440 | 574 | 646 | — |
| ✅ Profit (Loss) Before Finance Costs and Income Tax Expense | — | — | 21 | 28 | 62 | — |
| ⚪ Profit (Loss) for the Period From Continuing Operations | — | — | 14 | 18 | 44 | — |
| ✅ Net Profit (Loss) for the Period | — | — | 14 | 18 | 44 | — |
| ⚪ Net Profit (Loss) for the Period / Profit (Loss) for the Period From Continuing Operations | — | — | 14 | 18 | 44 | — |
| ⚪ Remeasurement of Employee Benefit Obligations | — | — | 0 | -1 | 0 | — |
| ⚪ Income Taxes Relating to Items That Will Not Be Subsequently Reclassified to Profit or Loss | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Other Comprehensive Income (Expense) - Net of Tax | — | — | 0 | -1 | 0 | — |
| ✅ Total Comprehensive Income (Expense) for the Period | — | — | 14 | 16 | 44 | — |
| ⚪ Net Profit (Loss) Attributable to : Non-Controlling Interests | — | — | -1 | -1 | -0 | — |
| ⚪ Total Comprehensive Income (Expense) Attributable to : Owners of the Parent | — | — | 14 | 17 | 44 | — |
| ⚪ Total Comprehensive Income (Expense) Attributable to : Non-Controlling Interests | — | — | -1 | -1 | -0 | — |
| ⚪ Basic Earnings (Loss) per Share (Baht/share) | — | — | 0 | 0 | 0 | — |
➕ งบกระแสเงินสด — บรรทัดเพิ่มเติมจาก SETSMART
| รายการ (ทั้งปี) | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ⚪ Net Profit (Loss) Attributable to Owners of the Parent for the Period | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Profit (Loss) Before Finance Costs And/or Income Tax Expense | 21 | 26 | 18 | 24 | 56 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Expected Credit Losses(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด (ECL) | 0 | -7 | 0 | -0 | -0 | — |
| ⚪ (Reversal Of) Loss From Diminution in Value of Inventories | 0 | 1 | -0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Foreign Currency Exchange | 0 | 0 | 0 | -0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Fair Value Adjustments of Other Financial Instruments | 0 | 0 | -0 | -0 | -1 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal and Write-Off of Fixed Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal of Fixed Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Loss on Write-Off of Fixed Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Gains) Losses on Disposal and Write-Off of Other Assets | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | — |
| ⚪ Loss on Write-Off of Other Assets | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | — |
| ⚪ Dividend and Interest Income | -1 | -1 | -1 | -1 | -1 | — |
| ⚪ Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | -1 | -1 | -1 | -1 | -1 | — |
| ⚪ Finance Costsต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) | 5 | 3 | 3 | 3 | 6 | — |
| ⚪ Income Tax Expenseค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Employee Benefit Expenses | 1 | 1 | 1 | 3 | 3 | — |
| ⚪ Other Reconciliation Items | 0 | -0 | -1 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Cash Flows From (Used In) Operations Before Changes in Operating Assets and Liabilities | 48 | 44 | 48 | 70 | 110 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Trade and Other Receivables | -62 | -6 | -44 | -27 | -69 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Lease Receivables | 1 | 3 | 1 | 1 | 1 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Inventories | -1 | -4 | -2 | -5 | -1 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Other Operating Assets | 2 | -0 | -3 | -1 | -2 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Trade and Other Payables | 13 | 19 | 1 | 33 | 9 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Provisions for Employee Benefit Obligations | -0 | 0 | -0 | -0 | -0 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Other Operating Liabilities | 4 | 1 | 4 | 1 | 3 | — |
| ✅ Cash Generated From (Used In) Operations | 5 | 58 | 5 | 71 | 50 | — |
| ⚪ Interest Received | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | — |
| ✅ Income Tax (Paid) Received | -5 | -6 | -4 | -8 | -8 | — |
| ⚪ Proceeds From Investment | 0 | 0 | 0 | 53 | 91 | — |
| ⚪ Purchase of Investments | 0 | 0 | -58 | -29 | -116 | — |
| ✅ Proceeds From Disposal of Fixed Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Property, Plant and Equipment | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Intangible Assets | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ (Increase) Decrease in Restricted Deposits | -0 | -6 | -0 | -0 | -7 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Short-Term Borrowings | -96 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Increase (Decrease) in Short-Term Borrowings - Related Parties | -96 | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| ⚪ Proceeds From Borrowings | 10 | 57 | 4 | 27 | 33 | — |
| ⚪ Proceeds From Long-Term Borrowings | 10 | 57 | 4 | 27 | 33 | — |
| ⚪ Proceeds From Long-Term Borrowings - Financial Institutions | 0 | 0 | 4 | 27 | 33 | — |
| ⚪ Repayments on Borrowings | -3 | -11 | -28 | -16 | -22 | — |
| ⚪ Repayments on Long-Term Borrowings | -3 | -11 | -28 | -16 | -22 | — |
| ⚪ Repayments on Long-Term Borrowings - Financial Institutions | 0 | 0 | 0 | -16 | -22 | — |
| ⚪ Repayments on Lease Liabilities | -5 | -4 | -3 | -4 | -4 | — |
| ⚪ Proceeds From Issuance of Equity Instruments | 180 | 232 | 3 | 0 | 0 | — |
| ✅ Dividend Paid | 0 | 0 | -10 | -4 | -7 | — |
| ⚪ Interest Paid | -6 | -3 | -3 | -3 | -6 | — |
| ⚪ Other Items (Financing Activities) | 0 | 0 | 0 | 16 | 29 | — |
| ⚪ Cash and Cash Equivalents, Beginning Balance | 8 | 49 | 269 | 29 | 65 | — |
| ✅ Cash and Cash Equivalents, Ending Balance | 49 | 269 | 29 | 65 | 33 | — |
📆 งบการเงินรายปี (5 ปีล่าสุด)
งบกำไรขาดทุน (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 |
|---|---|---|---|---|
| Tax Effect Of Unusual Itemsผลกระทบทางภาษีจากรายการผิดปกติ | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Tax Rate For Calcsอัตราภาษีที่ใช้คำนวณ | 0.2155 | 0.2411 | 0.2633 | 0.1903 |
| Normalized EBITDAEBITDA ที่ตัดรายการพิเศษออกแล้ว | 108 | 68 | 49 | 51 |
| Net Income From Continuing Operation Net Minority Interestกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (สุทธิส่วนน้อย) | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Reconciled Depreciationค่าเสื่อมที่ปรับปรุงให้เทียบเคียงได้ | 46 | 40 | 27 | 22 |
| Reconciled Cost Of Revenueต้นทุนขายที่ปรับปรุงให้เทียบเคียงได้ | 571 | 501 | 373 | 306 |
| EBITDAกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่าย | 108 | 68 | 49 | 51 |
| EBITกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี | 62 | 28 | 21 | 30 |
| Net Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ | -5 | -2 | -2 | -3 |
| Interest Expenseดอกเบี้ยจ่าย | 6 | 3 | 3 | 4 |
| Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ยรับ | 1 | 1 | 1 | 1 |
| Normalized Incomeกำไรสุทธิที่ตัดรายการพิเศษออกแล้ว | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Net Income From Continuing And Discontinued Operationกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง+ที่ยกเลิก | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Total Expensesค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด | 643 | 570 | 436 | 349 |
| Total Operating Income As Reportedกำไรจากการดำเนินงานตามที่รายงาน | 62 | 28 | 21 | 30 |
| Diluted Average Sharesจำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ปรับลด) | 300 | 300 | 300 | 227 |
| Basic Average Sharesจำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (พื้นฐาน) | 300 | 300 | 300 | 227 |
| Diluted EPSกำไรต่อหุ้นปรับลด (นับ dilution) | 0.15 | 0.06 | 0.05 | 0.09 |
| Basic EPSกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน | 0.15 | 0.06 | 0.05 | 0.09 |
| Diluted NI Availto Com Stockholdersกำไรสุทธิปรับลด ส่วนผู้ถือหุ้นสามัญ | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Net Income Common Stockholdersกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Net Incomeกำไรสุทธิ | 44 | 19 | 14 | 21 |
| Minority Interestsส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (ในงบกำไรขาดทุน) | 0 | 1 | 1 | 0 |
| Net Income Including Noncontrolling Interestsกำไรสุทธิรวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 44 | 18 | 14 | 21 |
| Net Income Continuous Operationsกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง | 44 | 18 | 14 | 21 |
| Tax Provisionค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ | 12 | 6 | 5 | 5 |
| Pretax Incomeกำไรก่อนภาษี | 56 | 24 | 18 | 26 |
| Net Non Operating Interest Income Expenseดอกเบี้ยรับ-จ่ายสุทธินอกการดำเนินงาน | -5 | -2 | -2 | -3 |
| Interest Expense Non Operatingดอกเบี้ยจ่ายนอกการดำเนินงาน | 6 | 3 | 3 | 4 |
| Interest Income Non Operatingดอกเบี้ยรับนอกการดำเนินงาน | 1 | 1 | 1 | 1 |
| Operating Incomeกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนดอกเบี้ยและภาษี) | 61 | 27 | 20 | 29 |
| Operating Expenseค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน | 72 | 70 | 62 | 43 |
| Other Operating Expensesค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ | -3 | -4 | -4 | -7 |
| Provision For Doubtful Accounts | -1 | -0 | 0 | -5 |
| Selling General And Administrationค่าใช้จ่ายขาย+บริหาร (SG&A) | 76 | 74 | 67 | 55 |
| Selling And Marketing Expenseค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด | 7 | 8 | 7 | 6 |
| General And Administrative Expenseค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป | 68 | 66 | 59 | 49 |
| Other Gand Aค่าใช้จ่ายบริหารอื่นๆ | 68 | 66 | 59 | 49 |
| Gross Profitกำไรขั้นต้น = รายได้ − ต้นทุนขาย | 133 | 96 | 83 | 72 |
| Cost Of Revenueต้นทุนขาย/ต้นทุนบริการโดยตรง | 571 | 501 | 373 | 306 |
| Total Revenueรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท | 704 | 597 | 456 | 378 |
| Operating Revenueรายได้จากการดำเนินงานหลัก | 704 | 597 | 456 | 378 |
งบดุล (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 | 2021-12-31 |
|---|---|---|---|---|---|
| Ordinary Shares Numberจำนวนหุ้นสามัญ | 300 | 300 | 300 | 300 | — |
| Share Issuedจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย | 300 | 300 | 300 | 300 | — |
| Net Debtหนี้สินสุทธิ = หนี้รวม − เงินสด | 36 | — | 17 | — | — |
| Total Debtหนี้สินที่มีดอกเบี้ยรวม | 84 | 61 | 53 | 90 | — |
| Tangible Book Valueมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน | 539 | 501 | 488 | 485 | — |
| Invested Capitalเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน | 609 | 560 | 537 | 556 | — |
| Working Capitalเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน − หนี้สินหมุนเวียน | 233 | 172 | 209 | 350 | — |
| Net Tangible Assetsสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ | 539 | 501 | 488 | 485 | — |
| Capital Lease Obligationsภาระผูกพันตามสัญญาเช่าการเงิน | 16 | 3 | 6 | 19 | — |
| Common Stock Equityส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ | 540 | 503 | 490 | 485 | — |
| Total Capitalizationเงินทุนรวม = หนี้ระยะยาว + ส่วนของผู้ถือหุ้น | 565 | 524 | 520 | 538 | — |
| Total Equity Gross Minority Interestส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (รวมส่วนน้อย) | 543 | 506 | 494 | 487 | — |
| Minority Interestส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 3 | 3 | 4 | 1 | — |
| Stockholders Equityส่วนของผู้ถือหุ้น | 540 | 503 | 490 | 485 | — |
| Other Equity Interestส่วนได้เสียอื่นในทุน | -3 | -3 | -4 | -4 | — |
| Gains Losses Not Affecting Retained Earningsกำไร/ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น | 4 | 2 | 1 | 1 | — |
| Other Equity Adjustmentsรายการปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นอื่น | 4 | 2 | 1 | 1 | — |
| Retained Earningsกำไรสะสม | 70 | 35 | 24 | 21 | — |
| Additional Paid In Capitalส่วนเกินมูลค่าหุ้น | 319 | 319 | 319 | 319 | — |
| Capital Stockทุนเรือนหุ้น | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| Common Stockหุ้นสามัญ (มูลค่าที่ตราไว้) | 150 | 150 | 150 | 150 | — |
| Total Liabilities Net Minority Interestหนี้สินรวม (สุทธิส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) | 297 | 256 | 168 | 195 | — |
| Total Non Current Liabilities Net Minority Interestหนี้สินไม่หมุนเวียนรวม | 84 | 45 | 38 | 73 | — |
| Other Non Current Liabilitiesหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น | 37 | 13 | 3 | 2 | — |
| Employee Benefitsสินทรัพย์/ภาระผูกพันสวัสดิการพนักงาน | 11 | 9 | 4 | 3 | — |
| Long Term Debt And Capital Lease Obligationหนี้ระยะยาว+สัญญาเช่าการเงิน | 36 | 23 | 32 | 68 | — |
| Long Term Capital Lease Obligationหนี้สัญญาเช่าการเงินระยะยาว | 12 | 1 | 2 | 16 | — |
| Long Term Debtหนี้สินระยะยาว (เงินกู้/หุ้นกู้) | 25 | 21 | 30 | 53 | — |
| Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียน (ครบกำหนดใน 1 ปี) | 212 | 211 | 130 | 122 | — |
| Other Current Liabilitiesหนี้สินหมุนเวียนอื่น | 31 | 22 | 15 | 12 | — |
| Current Debt And Capital Lease Obligationหนี้+สัญญาเช่าการเงินที่ครบกำหนด 1 ปี | 48 | 38 | 21 | 22 | — |
| Current Capital Lease Obligationหนี้สัญญาเช่าการเงินที่ครบกำหนด 1 ปี | 4 | 2 | 4 | 4 | — |
| Current Debtหนี้สินที่มีดอกเบี้ยส่วนที่ครบกำหนด 1 ปี | 44 | 36 | 16 | 18 | — |
| Other Current Borrowingsเงินกู้ยืมระยะสั้นอื่น | 44 | 36 | 16 | 18 | — |
| Payables And Accrued Expensesเจ้าหนี้และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 133 | 151 | 94 | 88 | — |
| Current Accrued Expensesค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 52 | 46 | 29 | 28 | — |
| Payablesเจ้าหนี้รวม | 82 | 105 | 64 | 60 | — |
| Other Payableเจ้าหนี้อื่น | 30 | 54 | 26 | 26 | — |
| Dueto Related Parties Currentเจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (หมุนเวียน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Total Tax Payableภาษีค้างจ่ายรวม | 2 | 0 | 0 | 0 | — |
| Income Tax Payableภาษีเงินได้ค้างจ่าย | 2 | 0 | 0 | 0 | — |
| Accounts Payableเจ้าหนี้การค้า | 49 | 51 | 38 | 34 | — |
| Total Assetsสินทรัพย์รวม | 839 | 762 | 662 | 682 | — |
| Total Non Current Assetsสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม | 394 | 378 | 323 | 210 | — |
| Other Non Current Assetsสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น | 23 | 15 | 14 | 15 | — |
| Non Current Deferred Assetsสินทรัพย์รอตัดบัญชีระยะยาว | 7 | 9 | 7 | 7 | — |
| Non Current Deferred Taxes Assetsสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี | 7 | 9 | 7 | 7 | — |
| Non Current Accounts Receivableลูกหนี้การค้าระยะยาว | 2 | 3 | 3 | 3 | — |
| Investments And Advancesเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืม | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Long Term Equity Investmentเงินลงทุนระยะยาวในตราสารทุน | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Investmentsin Subsidiariesat Costเงินลงทุนในบริษัทย่อย (ราคาทุน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Investment Propertiesอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน | 27 | 0 | 0 | 0 | — |
| Goodwill And Other Intangible Assetsค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 2 | 2 | 1 | 1 | — |
| Other Intangible Assetsสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น | 2 | 2 | 1 | 1 | — |
| Net PPEที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สุทธิ (หักค่าเสื่อม) | 334 | 350 | 298 | 185 | — |
| Accumulated Depreciationค่าเสื่อมราคาสะสม | -165 | -125 | -86 | -63 | — |
| Gross PPEที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ก่อนหักค่าเสื่อม | 499 | 475 | 384 | 248 | — |
| Construction In Progressสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง | 5 | 3 | 10 | 7 | — |
| Other Propertiesอสังหาริมทรัพย์อื่น | 255 | 231 | 175 | 137 | — |
| Machinery Furniture Equipmentเครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ | 107 | 91 | 64 | 47 | — |
| Buildings And Improvementsอาคารและส่วนปรับปรุง | 88 | 81 | 64 | 37 | — |
| Land And Improvementsที่ดินและส่วนปรับปรุง | 44 | 71 | 71 | 21 | — |
| Propertiesอสังหาริมทรัพย์ | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียน (เปลี่ยนเป็นเงินสดใน 1 ปี) | 445 | 383 | 339 | 472 | — |
| Other Current Assetsสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | 6 | 6 | 6 | 4 | — |
| Inventoryสินค้าคงเหลือ | 36 | 36 | 31 | 29 | — |
| Other Inventoriesสินค้าคงเหลืออื่น | 0 | -0 | 0 | -0 | — |
| Finished Goodsสินค้าสำเร็จรูป | 16 | 20 | 12 | 15 | — |
| Work In Processงานระหว่างทำ | 3 | 1 | 2 | 1 | — |
| Raw Materialsวัตถุดิบ | 17 | 15 | 17 | 13 | — |
| Receivablesลูกหนี้รวม | 310 | 241 | 214 | 170 | — |
| Receivables Adjustments Allowancesรายการปรับปรุง/ค่าเผื่อลูกหนี้ | — | — | — | — | -31 |
| Other Receivablesลูกหนี้อื่น | 105 | 89 | 59 | 58 | — |
| Duefrom Related Parties Currentลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (หมุนเวียน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Accrued Interest Receivable | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Loans Receivableเงินให้กู้ยืม | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Accounts Receivableลูกหนี้การค้า | 205 | 152 | 154 | 113 | — |
| Allowance For Doubtful Accounts Receivableค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | -18 | -18 | -18 | -19 | — |
| Gross Accounts Receivableลูกหนี้การค้าก่อนหักค่าเผื่อ | 223 | 171 | 173 | 131 | — |
| Cash Cash Equivalents And Short Term Investmentsเงินสด+เทียบเท่า+เงินลงทุนระยะสั้น | 93 | 100 | 88 | 269 | — |
| Other Short Term Investmentsเงินลงทุนระยะสั้นอื่น | 60 | 35 | 59 | 0 | — |
| Cash And Cash Equivalentsเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 33 | 65 | 29 | 269 | — |
| Cash Equivalentsรายการเทียบเท่าเงินสด | 33 | 65 | 29 | 269 | — |
| Cash Financialเงินสด | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
งบกระแสเงินสด (รายปี) (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | 2025-12-31 | 2024-12-31 | 2023-12-31 | 2022-12-31 | 2021-12-31 |
|---|---|---|---|---|---|
| Free Cash Flowกระแสเงินสดอิสระ = OCF − Capex | -25 | -4 | -144 | -45 | — |
| Repayment Of Debtเงินจ่ายชำระหนี้ | -26 | -20 | -31 | -15 | — |
| Issuance Of Debtเงินรับจากการกู้ยืม | 33 | 27 | 4 | 57 | — |
| Issuance Of Capital Stockเงินรับจากการออกหุ้น | — | — | 0 | 230 | 180 |
| Capital Expenditureเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Capex) | -67 | -67 | -146 | -97 | — |
| End Cash Positionเงินสดปลายงวด | 33 | 65 | 29 | 269 | — |
| Beginning Cash Positionเงินสดต้นงวด | 65 | 29 | 269 | 49 | — |
| Changes In Cashการเปลี่ยนแปลงเงินสดสุทธิ | -32 | 36 | -240 | 220 | — |
| Financing Cash Flowกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน | 24 | 15 | -37 | 271 | — |
| Cash Flow From Continuing Financing Activitiesกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินต่อเนื่อง | 24 | 15 | -37 | 271 | — |
| Net Other Financing Chargesรายการจัดหาเงินอื่นสุทธิ | 29 | 16 | 3 | 2 | — |
| Interest Paid Cffดอกเบี้ยจ่าย (กิจกรรมจัดหาเงิน) | -6 | -3 | -3 | -3 | — |
| Cash Dividends Paidเงินปันผลจ่าย | -7 | -4 | -10 | 0 | — |
| Common Stock Dividend Paidเงินปันผลจ่ายหุ้นสามัญ | -7 | -4 | -10 | 0 | — |
| Net Common Stock Issuanceออก-ซื้อคืนหุ้นสามัญสุทธิ | — | — | 0 | 230 | 180 |
| Common Stock Issuanceเงินรับจากการออกหุ้นสามัญ | — | — | 0 | 230 | 180 |
| Net Issuance Payments Of Debtการกู้-ชำระหนี้สุทธิ | 7 | 7 | -27 | 42 | — |
| Net Short Term Debt Issuanceการกู้-ชำระหนี้ระยะสั้นสุทธิ | — | — | — | 0 | -96 |
| Net Long Term Debt Issuanceการกู้-ชำระหนี้ระยะยาวสุทธิ | 7 | 7 | -27 | 42 | — |
| Long Term Debt Paymentsเงินจ่ายชำระหนี้ระยะยาว | -26 | -20 | -31 | -15 | — |
| Long Term Debt Issuanceเงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว | 33 | 27 | 4 | 57 | — |
| Investing Cash Flowกระแสเงินสดจากการลงทุน | -99 | -42 | -204 | -103 | — |
| Cash Flow From Continuing Investing Activitiesกระแสเงินสดจากการลงทุนต่อเนื่อง | -99 | -42 | -204 | -103 | — |
| Net Other Investing Changesรายการลงทุนอื่นสุทธิ | -7 | -0 | -0 | -6 | — |
| Interest Received Cfiดอกเบี้ยรับ (กิจกรรมลงทุน) | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Net Investment Purchase And Saleซื้อ-ขายเงินลงทุนสุทธิ | -25 | 25 | -58 | 0 | — |
| Sale Of Investmentเงินรับจากการขายเงินลงทุน | 91 | 54 | 114 | — | — |
| Purchase Of Investmentเงินจ่ายซื้อเงินลงทุน | -116 | -29 | -172 | 0 | — |
| Net Investment Properties Purchase And Saleซื้อ-ขายอสังหาฯเพื่อการลงทุนสุทธิ | — | 0 | 0 | 0 | — |
| Purchase Of Investment Propertiesเงินจ่ายซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุน | — | 0 | 0 | 0 | — |
| Net Business Purchase And Saleซื้อ-ขายกิจการสุทธิ | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Purchase Of Businessเงินจ่ายซื้อกิจการ | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Net Intangibles Purchase And Saleซื้อ-ขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ | -1 | -0 | -1 | -0 | — |
| Sale Of Intangiblesเงินรับจากการขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | — | — | 0 | 0 | 0 |
| Purchase Of Intangiblesเงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | -1 | -0 | -1 | -0 | — |
| Net PPE Purchase And Saleซื้อ-ขายสินทรัพย์ถาวรสุทธิ | -67 | -66 | -145 | -97 | — |
| Sale Of PPEเงินรับจากการขายสินทรัพย์ถาวร | 0 | 0 | 0 | 0 | — |
| Purchase Of PPEเงินจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร | -67 | -66 | -145 | -97 | — |
| Operating Cash Flowกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 43 | 62 | 2 | 52 | — |
| Cash Flow From Continuing Operating Activitiesกระแสเงินสดจากดำเนินงานต่อเนื่อง | 43 | 62 | 2 | 52 | — |
| Taxes Refund Paidภาษีที่จ่าย/ได้รับคืน | -8 | -8 | -4 | -6 | — |
| Interest Received Cfo | 1 | 1 | 0 | 0 | — |
| Change In Working Capitalการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน | -60 | 1 | -43 | 14 | — |
| Change In Other Current Liabilitiesการเปลี่ยนแปลงหนี้สินหมุนเวียนอื่น | 3 | 1 | 4 | 1 | — |
| Change In Other Current Assetsการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น | -2 | -1 | -3 | -0 | — |
| Change In Payables And Accrued Expenseการเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | 9 | 33 | 1 | 19 | — |
| Change In Payableการเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้ | 9 | 33 | 1 | 19 | — |
| Change In Inventoryการเปลี่ยนแปลงสินค้าคงเหลือ | -1 | -5 | -1 | -4 | — |
| Change In Receivablesการเปลี่ยนแปลงลูกหนี้ | -69 | -27 | -43 | -2 | — |
| Changes In Account Receivablesการเปลี่ยนแปลงลูกหนี้การค้า | -70 | -27 | -44 | -6 | — |
| Other Non Cash Itemsรายการที่ไม่ใช่เงินสดอื่น | 5 | 2 | 1 | 1 | — |
| Unrealized Gain Loss On Investment Securities | -1 | -1 | -0 | 0 | — |
| Provisionand Write Offof Assetsการตั้งสำรอง/ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ | -1 | -0 | -3 | -7 | — |
| Asset Impairment Chargeการด้อยค่าสินทรัพย์ | 1 | 1 | 4 | 1 | — |
| Depreciation Amortization Depletionค่าเสื่อม+ตัดจำหน่าย (บวกกลับในงบกระแสเงินสด) | 46 | 40 | 27 | 22 | — |
| Depreciation And Amortizationค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย | 46 | 40 | 27 | 22 | — |
| Amortization Cash Flowค่าตัดจำหน่าย (บวกกลับในงบกระแสเงินสด) | 1 | 0 | — | — | — |
| Amortization Of Intangiblesค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 1 | 0 | — | — | — |
| Depreciationค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร | 45 | 40 | — | — | — |
| Operating Gains Lossesกำไร/ขาดทุนจากการดำเนินงาน (ปรับปรุง) | 3 | 3 | 1 | 1 | — |
| Pension And Employee Benefit Expenseค่าใช้จ่ายบำนาญและสวัสดิการพนักงาน | 3 | 3 | 1 | 1 | — |
| Gain Loss On Investment Securitiesกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ | -0 | 0 | — | — | — |
| Net Foreign Currency Exchange Gain Lossกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน | 0 | -0 | -0 | 0 | — |
| Gain Loss On Sale Of PPEกำไร/ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ถาวร | 0 | 0 | -0 | 0 | — |
| Net Income From Continuing Operationsกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง | 56 | 24 | 18 | 26 | — |
หมายเหตุประกอบงบ (สรุปจาก 56-1/10-K ใน NotebookLM)
สรุปหมายเหตุประกอบงบการเงินและข้อมูลที่สำคัญของ บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS ในช่วงปีล่าสุด (อ้างอิงข้อมูลหลักจากรายงานประจำปี 2567 - 2568) มีประเด็นสำคัญดังนี้:
(1) การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชี
- การนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับปรับปรุงมาใช้: ในช่วงปี 2567 และ 2568 กลุ่มบริษัทได้นำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับปรับปรุงใหม่มาถือปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) [1], [2], [3]
- ผลกระทบต่องบการเงิน: ผู้บริหารประเมินและระบุว่าการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับปรับปรุงเหล่านี้มาถือปฏิบัติ ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่องบการเงินของกลุ่มบริษัท [2], [3]
(2) รายการพิเศษ/Non-recurring
- การแปรสภาพและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO): ในช่วงปลายปี 2565 บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวน 76.63 ล้านหุ้น ที่ราคา 3.10 บาทต่อหุ้น [4], [5], [6]
- ธุรกรรมขายและเช่ากลับคืน (Sale and Leaseback): ในปี 2567 และ 2568 บริษัทได้ทำสัญญาขายเครื่องไตเทียมให้กับบริษัทลีสซิ่งจำนวน 57 เครื่อง และ 110 เครื่อง ตามลำดับ และได้ทำสัญญาเช่ากลับคืน โดยรายการดังกล่าวถือเป็นการโอนสินทรัพย์ที่ไม่เข้าเงื่อนไขการขายตามมาตรฐานบัญชี กลุ่มบริษัทจึงยังคงรับรู้สินทรัพย์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในงบการเงิน และรับรู้เงินที่ได้รับมาเป็น "หนี้สินทางการเงินอื่น" [7], [8]
- การขยายการลงทุน: ในปี 2566 บริษัทได้มีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทย่อย (บริษัท เนโฟร วิชั่น จำกัด) มูลค่า 27 ล้านบาท ตลอดจนมีการเข้าซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างคลินิกและโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียมในบริษัทย่อย [9], [10]
(3) ภาระผูกพันสำคัญ (Commitments & Contingencies)
- การผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ (Breach of Financial Covenants): บริษัทย่อย (บริษัท เนโฟร วิชั่น จำกัด) ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงิน (เช่น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น, อัตราส่วนสภาพคล่อง) ตามที่ระบุในสัญญาเงินกู้กับธนาคารได้ ณ สิ้นปี 2567 และ 2568 ส่งผลให้ต้องจัดประเภทเงินกู้ระยะยาวส่วนที่เกิน 1 ปี (จำนวน 19.9 ล้านบาท ในปี 2567 และ 19.6 ล้านบาท ในปี 2568) มาแสดงเป็น "หนี้สินหมุนเวียน" ทั้งจำนวน โดยบริษัทอยู่ระหว่างการขอหนังสือผ่อนผันจากธนาคาร [11], [12], [13], [14]
- ภาระผูกพันรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Commitments): บริษัทมีภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง การตกแต่งอาคาร และการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยมียอดคงเหลือลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 19.5 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 2.1 ล้านบาทในปี 2567 และ 0.7 ล้านบาทในปี 2568 [15], [16]
- ภาระค้ำประกัน (Guarantees): บริษัทมีการค้ำประกันวงเงินสินเชื่อให้แก่บริษัทย่อยมูลค่า 48.0 ล้านบาท (ทั้งในปี 2567 และ 2568) นอกจากนี้ยังมีหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามกลุ่มบริษัทเพื่อค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาอีกประมาณ 15.7 ล้านบาทในปี 2567 และ 7.8 ล้านบาทในปี 2568 [15], [16]
(4) รายการระหว่างกัน (Related Party Transactions)
- คู่สัญญาที่สำคัญ: ธุรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับบริษัทแม่คือ บมจ. ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) และบริษัทร่วมที่มีกรรมการร่วมกัน เช่น บจก. อินโนวาเทค (เอเชีย) [17], [18]
- ลักษณะธุรกรรมปกติ: มีการซื้อขายอุปกรณ์ (เช่น เครื่องกดน้ำ ระบบน้ำ) การให้บริการวิเคราะห์น้ำ ค่าบริการการใช้ระบบซอฟต์แวร์ (SAP, T-Reg) ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานและคลังสินค้า รวมถึงการแชร์ค่าสาธารณูปโภคร่วมกัน ซึ่งบริษัทระบุว่ามีการคิดราคาแบบต้นทุนบวกกำไร (Cost plus margin) หรืออ้างอิงตามราคาตลาด [17], [19], [20], [21], [18]
- การค้ำประกันโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน: กรรมการและครอบครัว (เช่น นพ.วิจิตร เตชะเกษม, น.ส.สุภาพรรณ เยี่ยมแหลมกุมกูล) เคยนำโฉนดที่ดินส่วนตัวมาจดจำนองเพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อให้กับกลุ่มบริษัทโดยไม่คิดค่าตอบแทน [22], [23], [24], [25] อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2567 ถึงปี 2568 บริษัทได้ทำเรื่องไถ่ถอนโฉนดที่ดินของบุคคลดังกล่าวออก และนำโฉนดที่ดินของบริษัทเข้าค้ำประกันแทนเรียบร้อยแล้ว [26], [27], [28]
(5) ความเสี่ยงสำคัญ (Key Risks)
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าราชการและการต่อสัญญา: รายได้หลักมาจากสัญญาจ้างเหมาให้บริการฟอกเลือดกับโรงพยาบาลรัฐซึ่งมักเป็นสัญญาปีต่อปี หากบริษัทรักษามาตรฐานไม่ได้อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญา [29], [30]
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity Risk): กระบวนการเบิกจ่ายเงินจากลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการค่อนข้างมีความล่าช้า ทำให้บริษัทอาจมีความเสี่ยงในการบริหารสภาพคล่องเงินสด [31], [32]
- ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพ: ธุรกิจนี้ต้องอาศัยพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านไตเทียม (ตามมาตรฐานสมาคมโรคไตฯ) ซึ่งบุคลากรกลุ่มนี้ยังมีจำกัดในตลาด [33], [32]
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้บริหารระดับสูง: การดำเนินงานต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของ CEO (คุณกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา) ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจไตเทียมเฉพาะทางกว่า 15 ปี การสูญเสียผู้บริหารท่านนี้อาจกระทบต่อการบริหารงานของบริษัท [34], [35]
- ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและใบอนุญาต (Compliance Risk): ธุรกิจสถานพยาบาลไตเทียมมีกฎระเบียบที่เข้มงวดและมีหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง (เช่น กระทรวงสาธารณสุข, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย) หากกลุ่มบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้ อาจถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ [36], [37]
📚 แหล่งอ้างอิง (1158 เอกสาร)
เหตุการณ์สำคัญรายไตรมาส (MD&A จาก NotebookLM)
จากข้อมูลในเอกสารและรายงานประจำปีของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS มีการรายงานผลการดำเนินงานและคำอธิบายของผู้บริหาร (MD&A) ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญที่รวบรวมได้ในช่วงปี 2565 - 2568 (โดยอิงจากงบรายปีและไตรมาสที่มีข้อมูล) สรุปเรียงลำดับจากเก่าไปใหม่ได้ดังนี้ครับ:
ปี 2565 (2022) และงวด 9 เดือนแรก
- Revenue Drivers: รายได้งวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 277 ล้านบาท เติบโต 28.3% YoY ปัจจัยหลักมาจากการขยายสาขาหน่วยไตเทียมเพิ่ม 2 แห่ง รวมเป็น 20 สาขา [1] ส่วนรายได้รวมทั้งปี 2565 อยู่ที่ 378.44 ล้านบาท [2]
- Margin & Profit: กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกทำได้ 15.7 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 108% YoY [1] ส่วนกำไรสุทธิรวมทั้งปีอยู่ที่ 21.1 ล้านบาท [3] อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เร่งตัวดีขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) [4]
- Regulatory/Macro Events: 1 ก.พ. 2565 รัฐบาล (สปสช.) ประกาศนโยบายปลดล็อกให้ผู้ป่วยบัตรทองสามารถเลือกวิธี "ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)" ได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มจากการล้างไตทางช่องท้อง ทำให้จำนวนผู้ป่วยฟอกเลือดพุ่งสูงขึ้นถึง 88.75% ภายใน 1 ปี ซึ่งเป็นผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจ [5, 6]
- Capex & Corporate Events: กระแสเงินสดจ่ายเพื่อลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวร (Capex) อยู่ที่ 97.3 ล้านบาท [7] นอกจากนี้ ในเดือน ธ.ค. 2565 บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อนำเงินไปลงทุนขยายคลินิกและสร้างโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียม [8, 9]
ปี 2566 (2023)
- Revenue Drivers: รายได้รวม 456.73 ล้านบาท เติบโต 20.6% YoY [2, 10] ขับเคลื่อนหลักโดยธุรกิจให้บริการฟอกเลือดที่เติบโตสอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [10]
- Margin & Profit: กำไรสุทธิลดลงเหลือ 13.59 ล้านบาท [3, 10]
- Acquisitions & Investments: มีการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทย่อย (บจก. เนโฟร วิชั่น - NEP) สัดส่วน 88.75% มูลค่า 27 ล้านบาท [11, 12]
- Capex: บริษัทย่อยมีการซื้อที่ดินใน จ.ลำพูน เพื่อสร้างคลินิกเฉพาะทาง และซื้อที่ดินใน จ.ปทุมธานี เพื่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียม [11, 12] ทำให้ปีนี้มีกระแสเงินสดจ่ายลงทุน (Capex) พุ่งสูงถึง 145.9 ล้านบาท [7]
ปี 2567 (2024)
- Revenue Drivers: รายได้รวม 597.69 ล้านบาท เติบโต 30.86% YoY [10] โดยกลุ่มธุรกิจฟอกเลือดเติบโตถึง 36.33% (กวาดรายได้ 483.82 ล้านบาท) ตามจำนวนผู้ป่วยและการขยายสาขา ส่วนกลุ่มติดตั้งระบบน้ำและท่อลมเติบโต 11.51% และ 12.83% ตามลำดับ [13]
- Margin & Profit: กำไรสุทธิ 18.46 ล้านบาท เติบโต 35.84% YoY [10] กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.42% (96.94 ล้านบาท) บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ได้ดี [10]
- Regulatory/Macro Events: 4 พ.ย. 2567 สปสช. ส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายกลับมาใช้การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis First) เป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยใหม่อย่างน้อย 50% เนื่องจากงบประมาณรักษารัฐพุ่งสูงเกินเป้าหมาย เหตุการณ์นี้เป็นความท้าทายเชิงนโยบายที่อาจกระทบอัตราการเติบโตของผู้ป่วยฟอกเลือดรายใหม่ในอนาคต [6]
- Capex: กระแสเงินสดจ่ายลงทุนลดลงเหลือ 66.7 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ใช้ก่อสร้างอาคารและซื้อเครื่องไตเทียมรองรับสาขาใหม่) [7, 14] และบริษัทเริ่มทำสัญญาขายและเช่ากลับคืน (Sale and Leaseback) เครื่องไตเทียมเพื่อบริหารสภาพคล่อง [15]
- Guidance Changes: ผู้บริหารให้เป้าหมายขยายสาขาอีก 1 แห่ง และเพิ่มเครื่องไตเทียม 4-24 เครื่องในไตรมาส 1/2568 [16]
งวดไตรมาส 2 และ ครึ่งปีแรก 2568 (Q2/2025 & 6M2025)
- Revenue Drivers: รายได้ Q2/2568 ทำได้ 173.52 ล้านบาท (+16.61% YoY) [17] ขณะที่รายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 342.86 ล้านบาท (+24.79% YoY) [18] การเติบโตยังคงมาจากจำนวนผู้ป่วยฟอกเลือดที่สูงขึ้นบวกกับการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง
- Margin & Profit: กำไรสุทธิ Q2/2568 อยู่ที่ 9.79 ล้านบาท โตแข็งแกร่ง +43.55% YoY [17] และกำไรสุทธิครึ่งปีแรกพุ่งถึง 21.08 ล้านบาท (+149.17% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเล็กน้อยจากการที่รายได้โตเร็วกว่าค่าใช้จ่ายบริหาร [17, 18]
- Guidance Changes: ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวมปี 2568 จะเติบโตราว 20-30% [18]
ปี 2568 (2025) ภาพรวมทั้งปี
- Revenue Drivers: รายได้รวมทั้งปีทำสถิติ 704.72 ล้านบาท เติบโต 17.91% YoY [19, 20] ธุรกิจฟอกเลือดทำรายได้ 590 ล้านบาท (+21.95% YoY) ขณะที่รายได้กลุ่มติดตั้งท่อลมส่งสิ่งส่งตรวจโต 2.14% ส่วนธุรกิจระบบน้ำทรงตัว (+0.30% YoY) [20]
- Margin & Profit: กำไรสุทธิทั้งปี 44.09 ล้านบาท ก้าวกระโดดถึง 138.84% YoY [19, 21] สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงานธุรกิจฟอกเลือดและการติดตั้งท่อลมที่พุ่งสูง อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) แตะ 133.43 ล้านบาท (+37.64% YoY) [21]
- Capex & Finance: กระแสเงินสดจ่ายลงทุน (Capex) อยู่ที่ 66.8 ล้านบาท [22] บริษัทดำเนินกลยุทธ์ทำสัญญา Sale and Leaseback เครื่องไตเทียมเพิ่มอีก 110 เครื่อง (เพิ่มจากปีก่อน 57 เครื่อง) เพื่อเสริมกระแสเงินสด [23, 24]
- Guidance Changes (Outlook ปี 2569): ผู้บริหารประเมินการลงทุนในไตรมาส 1/2569 โดยเตรียมขยายสาขา 1-2 แห่ง และเพิ่มเครื่องไตเทียมอีก 18-42 เครื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจ [25]
📚 แหล่งอ้างอิง (937 เอกสาร)
🍌 เหตุการณ์จากลงทุนกล้วยๆ
บันทึกเชิงลึก มุมมอง/ความคิด/ประสบการณ์ของอาจารย์กล้วยๆ (ตัดบทคุยเล่นออก) — อ้างอิงตอน+วันที่
🏭 ธุรกิจ & ความได้เปรียบ
Evaluating KTMS Growth
I'm now zeroing in on KTMS's growth prospects and any associated risks. I've noted a "customer-centric" model's impact and the significant 30% growth rate. I am especially considering factors like fluctuating dialysate costs and the government's pricing restrictions. Also considering the expansion phase that impacts the breakeven time. Also noted the company's leading role in discussions with SPSH (บัตรทอง) which provides an advantage. The dialysate production gives them a margin advantage, as they produce 40% for self-use, and sell 60% externally, and they have expansion plans.
💰 มูลค่า & ราคา
เจาะลึกมุมมองของอาจารย์ต่อหุ้น KTMS (บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส) เฉพาะประเด็น มูลค่าและราคา (Valuation & Price) มีรายละเอียดการประเมิน จุดเข้าซื้อ-ขายออก และกลยุทธ์ที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
การประเมิน Valuation (PE / การเติบโต)
-
(EP160 (10 ก.พ. 2025), EP162 (24 ก.พ. 2025)) การให้มูลค่า Core PE: อาจารย์ประเมินว่า KTMS เป็นธุรกิจที่มีความจำเป็น (บริการฟอกไต) มีรายได้ที่สม่ำเสมอ (Recurring) และเป็น B2B ที่อิงกับภาครัฐ (สปสช.) เป็นหลัก จึงให้ Core PE ที่เหมาะสมอยู่ที่ 12-15 เท่า ซึ่งเป็นระดับเดียวกับโรงพยาบาลประกันสังคมทั่วไป
-
(EP162 (24 ก.พ. 2025)) การให้มูลค่า Premium PE: ในช่วงแรกที่บริษัทสามารถทำผลงานเติบโต (Growth) ได้สูงถึง 30-40% ต่อปี อาจารย์จัดให้ KTMS เป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) ระดับท็อปพิก (ดาวทองเต็มดวง) และให้ Premium PE สูงถึง 25-30 เท่า
-
(EP191 (~ธ.ค. 2025), EP192 (~ธ.ค. 2025)) การปรับลด Valuation: เมื่อบริษัทเริ่มปรับเป้าหมายการเติบโตลดลงจาก 20-30% เหลือเพียง 15% (และลดลงอีกในเวลาต่อมา) อาจารย์จึงปรับลด Forward PE ปีหน้าลงมาเหลือเพียง 11-12 เท่า และปรับ Core PE ในใจเหลือเพียง 10 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่ชะลอตัวลง
โซนราคาถูก-แพง และจุดเข้าซื้อ-ขายออกแต่ละรอบ
-
(EP157 (6 ม.ค. 2025), EP198 (~ก.พ. 2026)) จุดเข้าซื้อ (Entry Point) - โซนถูกสุดขีด (1.00 - 1.40 บาท): อาจารย์เข้าซื้อ KTMS ในช่วงเดือนธันวาคมที่มีวิกฤตราคาหุ้นร่วงลงไปติดฟลอร์ (Floor) ถึง 2 วันติด โดยฟลอร์ที่สองราคาลงไปต่ำสุดเกือบ 1.00 บาท โดยอาจารย์ได้ต้นทุนเฉลี่ยมาที่ 1.39 บาท ซึ่งอาจารย์ตั้งรับซื้อที่ราคา ATO ในวันที่สอง
-
(EP156 (23 ธ.ค. 2024), EP157 (6 ม.ค. 2025)) เหตุผลที่เข้าซื้อตอนติดฟลอร์: อาจารย์ใช้วิธีโทรเช็คกับ IR ทันทีและพบว่าพื้นฐานธุรกิจไม่ได้เปลี่ยน ผู้บริหารและเจ้าของไม่ได้ขายหุ้นทิ้ง แต่เป็นเหตุการณ์ Force Sell (บังคับขาย) ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นรายย่อยท่านหนึ่ง เมื่อคำนวณ Valuation แล้วพบว่าราคานี้ Downside แทบจะเหลือ 0% แต่อัพไซด์เปิดกว้างระดับ 1 เด้ง (100%) จึงเข้าซื้อด้วยความมั่นใจ
-
(EP207 (~พ.ค. 2026)) จุดขายออก (Exit Point) - ขายหมดพอร์ต (2.00 บาทกว่า): อาจารย์ตัดสินใจ
"ขายหุ้น KTMS ออกไปทั้งหมดตั้งแต่ราคา 2 บาทกว่า"
-
(EP198 (~ก.พ. 2026), EP207 (~พ.ค. 2026)) เหตุผลที่เทขายทิ้ง: จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการฟัง OppDay และงบ Q4 ที่ผู้บริหารส่งสัญญาณชะลอการเติบโตลงอย่างมาก จากที่เคยตั้งเป้าโต 20-30% เหลือเพียง 5-10% เท่านั้น สาเหตุหลักมาจาก "ข้อจำกัดด้านเครื่องฟอกไต" ที่มีเวลาจำกัด เมื่อเปิดเครื่องใหม่คนไข้ก็เต็มทันที ทำให้ไม่สามารถเร่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด (เช่น โต 20%) ได้อีกต่อไป
-
(EP207 (~พ.ค. 2026)) บทพิสูจน์ความถูกต้อง: หลังจากที่อาจารย์ขายหุ้นออกไป งบไตรมาส 1 ประกาศออกมาพบว่า รายได้โตเพียง 3% แต่กำไรสุทธิหดตัวลงหนักถึง 36% ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงดิ่งกลับลงมาเหลือ 1.10 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
กลยุทธ์การถือ/เทรด และคำเปรียบเทียบ
-
(EP192 (~ธ.ค. 2025)) กลยุทธ์ซื้อหุ้น Growth ในราคา Core PE: อาจารย์ใช้เทคนิคการเข้าซื้อหุ้นเติบโตในจังหวะที่ราคาถูกเทขายลงมาจนค่า PE ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (เท่ากับ Core PE) เพราะเป็นจุดที่ตลาดรับรู้ข่าวร้ายไปหมดแล้ว หากบริษัทกลับมาโตได้ตามเป้าจะได้ผลตอบแทนมหาศาล และหากพลาดเป้าก็ไม่เจ็บตัวหนัก
-
(EP207 (~พ.ค. 2026)) กฎเหล็กของการขายหุ้น Growth: บทเรียนจาก KTMS คือ เมื่อหุ้น Growth เริ่มส่งสัญญาณ "เติบโตน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ" (เช่น จากโต 30% เหลือ 10%) ตลาดจะทำการปรับลดค่าความคาดหวัง (De-rate PE) ลงมาอย่างรุนแรง หน้าที่ของนักลงทุนคือต้องรีบขายล็อกกำไรออกมาก่อนที่งบการเงินจริงจะออกมาฟ้องและทำลายราคาหุ้น
-
(EP157 (6 ม.ค. 2025)) เปรียบเทียบกับ SCM ในวันติดฟลอร์: ในวันที่ KTMS ติดฟลอร์ หุ้น SCM ก็ติดฟลอร์ในวันเดียวกัน แต่อาจารย์เลือกซื้อ KTMS เพราะตรวจสอบแล้วพบว่า SCM เป็นการที่ "เจ้าของ" โดน Force Sell ในขณะที่ KTMS เจ้าของไม่ได้โดน Force Sell อาจารย์จึงมองว่าพื้นฐานความน่าเชื่อถือของ KTMS ยังแข็งแกร่งกว่ามาก
⚠️ ความเสี่ยง & บทเรียน
เจาะลึกมุมมองของอาจารย์ต่อหุ้น KTMS (บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส) เฉพาะประเด็น ความเสี่ยงและบทเรียน มีรายละเอียด เหตุผล ตัวเลข เคสเปรียบเทียบ และข้อคิดที่อาจารย์ฝากไว้ดังนี้ครับ:
ความเสี่ยงและธงแดงที่อาจารย์เตือน (Risks & Red Flags)
-
(EP143 (~ส.ค. 2024), EP168 (28 เม.ย. 2025), EP175 (7 ก.ค. 2025)) ความเสี่ยงจากการพึ่งพานโยบายภาครัฐ: ความเสี่ยงหลักของ KTMS คือลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มประกันสังคมและ สปสช. (บัตรทอง) ซึ่งทำให้บริษัทไม่มีอำนาจในการปรับขึ้นราคาค่าบริการฟอกไตด้วยตัวเอง. ในขณะเดียวกัน ต้นทุนค่าน้ำยาฟอกไตก็มีความผันผวน. หากต้นทุนสูงขึ้นแต่ภาครัฐไม่ให้ขึ้นราคา กำไรก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งประเด็นทำให้อาจารย์ตัดสินใจ "ลดดาวความน่าสนใจ (Quality)" ของหุ้นตัวนี้ลง เนื่องจากความไม่แน่นอนของภาครัฐ.
-
(EP194 (~ม.ค. 2026)) ความกังวลเรื่องการปรับลดงบค่าฟอกไตของรัฐ: มีนักลงทุนกังวลว่าภาครัฐอาจจะปรับลดงบประมาณค่าฟอกไตที่จ่ายให้ 1,500 บาทต่อครั้ง. แต่อาจารย์ประเมินแบบฟันธงและ "เอาหัวเป็นประกัน" ว่ารัฐบาลจะไม่มีทางปรับลดงบส่วนนี้แน่นอน เพราะบริการฟอกไตคือเรื่องความเป็นความตาย (Life-saving) หากรัฐถังแตก รัฐจะเลือกไปตัดลดงบความฟุ่มเฟือยส่วนอื่นแทน.
-
(EP143 (~ส.ค. 2024)) อัตรากำไรขั้นต้น (GP) หดตัวช่วงขยายสาขา: ในช่วงที่บริษัทกำลังเร่งเปิดศูนย์ฟอกไตใหม่ บริษัทจะต้องแบกรับค่าเสื่อมราคาและต้นทุนพนักงานทันที ทำให้ GP ดร็อปลงในระยะสั้น (เช่น จาก 14% เหลือ 12%). แต่อาจารย์มองว่าเป็นเรื่องปกติ หากบริษัทหยุดขยายสาขาเมื่อไหร่ GP จะกลับมาทะยานมหาศาล.
-
(EP168 (28 เม.ย. 2025)) ปัญหาข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): การที่ KTMS เป็นหุ้นขนาดเล็ก (Market Cap น้อย) ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่องในการซื้อขาย อาจารย์ระบุว่าหากพอร์ตใหญ่ระดับ 50 ล้านบาท จะไม่สามารถเข้าไปซื้อลงทุนหนักๆ ในหุ้นตัวนี้ได้อย่างสะดวกนัก.
-
(EP143 (~ส.ค. 2024), EP208) ธงแดงเมื่อการเติบโต (Growth) สะดุด: ความเสี่ยงสูงสุดของหุ้น Growth คือการเติบโตไม่เป็นไปตามเป้า อาจารย์เตือนไว้ตั้งแต่ต้นว่าหากการเติบโตลดลง จะนำไปสู่การถูกปรับลดมูลค่า PE (De-rate PE) อย่างรุนแรงโดยตลาด. ซึ่งในเวลาต่อมาก็เกิดขึ้นจริง เมื่อบริษัทปรับเป้าการเติบโตลง ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ (All-Time Low).
ประเด็นผู้บริหารและธรรมาภิบาล (Management & Corporate Governance)
-
(EP156 (23 ธ.ค. 2024), EP157 (6 ม.ค. 2025)) วิกฤตราคาติดฟลอร์ 2 วันติด (Force Sell): มีเหตุการณ์ที่ราคาหุ้น KTMS ร่วงหนักจนติดฟลอร์ถึง 2 วัน (ลงไปต่ำสุดแถว 1 บาท) อาจารย์ใช้วิธีการต่อสายตรงหา CFO ของบริษัททันทีเพื่อ "Find out" ความจริง. ได้รับการยืนยันว่าผู้บริหารและกรรมการไม่มีใครขายหุ้นทิ้งเลยแม้แต่หุ้นเดียว แต่เกิดจากการโดนบังคับขาย (Force Sell) ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นรายย่อยท่านหนึ่ง. การที่ผู้บริหารตอบคำถามชัดเจนทำให้อาจารย์มั่นใจว่าพื้นฐานธุรกิจไม่ได้เปลี่ยน และปัญหาเกิดจากปัจจัยทางเทคนิค (Panic/Margin Call) เท่านั้น.
-
(EP156 (23 ธ.ค. 2024)) ความใกล้ชิดกับภาครัฐ (Information Advantage): ผู้บริหารของ KTMS มีสถานะเป็นผู้นำตลาดเบอร์ 1-2 ในอุตสาหกรรม ดังนั้นเมื่อ สปสช. จะออกนโยบายใดๆ ก็มักจะเรียกผู้บริหารของ KTMS เข้าไปหารือและรับทราบข้อมูลอัปเดตก่อนที่จะมีการประกาศสู่สาธารณะเสมอ.
บทเรียน ประสบการณ์ และเคสเปรียบเทียบ (Lessons & Comparisons)
-
(EP157 (6 ม.ค. 2025)) เทียบกับหุ้น SCM ในวัน Force Sell: ในวันที่ KTMS ราคาตกฟลอร์ หุ้น SCM ก็ตกฟลอร์ในวันเดียวกัน อาจารย์โทรเช็คข้อมูลทั้ง 2 บริษัทและพบว่า SCM เป็นกรณีที่ "เจ้าของโดน Force Sell" แต่ของ KTMS "เจ้าของไม่ได้โดน" อาจารย์จึงใช้บทเรียนนี้เลือกลงทุนเฉพาะ KTMS เพราะถือว่าพื้นฐานและธรรมาภิบาลยังแข็งแกร่งกว่า.
-
(EP143 (~ส.ค. 2024)) เทียบธรรมชาติธุรกิจกับ Healthlead (HL): อาจารย์เปรียบเทียบว่า KTMS มีลักษณะคล้าย HL มาก คือยิ่งเร่งเปิดสาขา อัตรากำไรขั้นต้น (GP) จะยิ่งตกลง แต่เมื่อถึงจุดที่หยุดเปิดและสาขาเริ่มคุ้มทุน GP จะเด้งกลับมาอย่างรุนแรง.
-
(EP168 (28 เม.ย. 2025)) เทียบเรื่องสภาพคล่องกับ ATP30: อาจารย์ยกประสบการณ์ในอดีตตอนที่ลงทุนใน ATP30 ซึ่งเป็นหุ้นเล็กขนาดใกล้เคียงกัน ตอนนั้นอาจารย์ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนในการค่อยๆ ทยอยเก็บหุ้นมูลค่า 10 กว่าล้านบาท บทเรียนคือหุ้นเล็กไม่สามารถซื้อรวดเดียวจบได้.
ข้อคิดการลงทุนที่ได้จากหุ้นตัวนี้ (Investment Takeaways)
-
(EP195 (~ม.ค. 2026), EP201 (~มี.ค. 2026)) กฎของการซื้อหุ้นตอนวิกฤต (Crisis Action): บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ Force Sell คือ เมื่อตลาดแพนิกและราคาหุ้นถูกเทขายอย่างไร้เหตุผลจนคำนวณดาวน์ไซด์ได้เท่ากับ 0% แต่อัพไซด์เปิดกว้างระดับ 40% ไปจนถึง 1 เด้ง นักลงทุนที่ทำการบ้านมาดีพอจะต้อง "กล้าแอคชั่นและซื้อทันที".
-
(EP174 (9 มิ.ย. 2025)) จิตวิทยาของ "เพชฌฆาต": ในช่วงที่ราคาหุ้น KTMS ร่วงลงมาต่ำสุดๆ อาจารย์พบว่าลูกศิษย์หลายคนที่มีข้อมูลครบถ้วนกลับ "ไม่กล้าซื้อ" เพราะถูกความกลัวครอบงำ อาจารย์ฝากข้อคิดว่า การจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เมื่อถึงจุดคุ้มค่าที่สุด (Critical Point) "คุณต้องเป็นเพชฌฆาตที่กล้าเหนี่ยวไก" หากยังจดๆ จ้องๆ ก็จะไม่สามารถเอาชนะตลาดได้.
-
(EP208) บทเรียนการตัดจบหุ้น Growth: ข้อคิดตอกย้ำเรื่องหุ้นเติบโต คือเมื่อผู้บริหารส่งสัญญาณการเติบโตที่ดร็อปลงอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น จาก 20-30% เหลือเลขหลักเดียว) นักลงทุนต้องรีบขายล็อกกำไรออกมาก่อน (ซึ่งอาจารย์ขายล้างพอร์ตไปตั้งแต่ช่วง 2 บาทกว่า) หากดื้อดึงถือต่อโดยหวังว่ามันจะกลับมา โอกาสที่จะโดนตลาดเทขายจนหุ้นลงไปทำ All-Time Low จะมีสูงมาก.
📈 พัฒนาการมุมมอง (ตามตอน)
เจาะลึกพัฒนาการมุมมองของอาจารย์ต่อหุ้น KTMS (บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส) เรียงตามลำดับเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในการวิเคราะห์วิกฤต การหาจุดเข้าซื้อที่แม่นยำ และการอ่านขาดถึงสัญญาณที่ต้องขายทิ้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:
EP138 (17 มิ.ย. 2024), EP142 (12 ส.ค. 2024), EP143 (~ส.ค. 2024): เริ่มติดตามและประเมินเป็นหุ้น Growth Stock
-
การปรับมุมมอง: ในช่วงต้น อาจารย์มองว่า KTMS เป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่มีเป้าหมายการเติบโตสูงระดับ 30-40% ต่อปี แม้ว่าการเร่งเปิดศูนย์ฟอกไตใหม่จะทำให้มีค่าเสื่อมราคาเข้ามากระทบจนอัตรากำไรขั้นต้น (GP) หดตัวลง (จาก 14% เหลือ 12%) แต่อาจารย์ประเมินว่านี่เป็นเรื่องชั่วคราว
-
คำเปรียบเทียบ: อาจารย์เปรียบเทียบลักษณะธุรกิจว่าคล้ายกับ Healthlead (HL) คือ "ยิ่งขยายสาขา GP ยิ่งดร็อป แต่ถ้าหยุดขยายเมื่อไหร่ GP จะกลับมาทะยานมหาศาล"
-
Valuation: ประเมิน Core PE ไว้ที่ 15 เท่า แต่เนื่องจากมีการเติบโตที่สูงมาก จึงให้ Premium PE ในระดับ 25-30 เท่า,
EP156 (23 ธ.ค. 2024), EP157 (6 ม.ค. 2025): วิกฤตราคาติดฟลอร์ และจุดเข้าซื้อระดับ "เพชฌฆาต"
-
เหตุการณ์: ราคาหุ้น KTMS ร่วงดิ่งลงอย่างรุนแรงจนติดฟลอร์ (Floor) 2 วันติดต่อกัน จนราคาลงไปต่ำสุดแถว 1.00 บาท,
-
การปรับมุมมอง & แอคชั่น: เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ อาจารย์ใช้วิธีต่อสายตรงหา CFO ทันทีเพื่อหาความจริง (Find out) และได้รับการยืนยันว่าผู้บริหารหรือกรรมการไม่ได้ขายหุ้นทิ้งแม้แต่หุ้นเดียว แต่เกิดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นรายย่อยถูกบังคับขาย (Force Sell) เมื่อคำนวณแล้วพบว่าพื้นฐานไม่เปลี่ยน ดาวน์ไซด์แทบจะเป็น 0% แต่อัพไซด์เปิดกว้างระดับ 1 เด้ง อาจารย์จึงตั้งรับซื้อที่ราคา ATO ในวันที่สองทันที และได้ต้นทุนเฉลี่ยมาที่ 1.39 บาท,
-
คำเปรียบเทียบ: อาจารย์เทียบกับหุ้น SCM ที่ราคาตกฟลอร์ในวันเดียวกันว่า SCM เป็นกรณีที่ "เจ้าของ" โดน Force Sell ในขณะที่ KTMS เจ้าของไม่ได้โดน อาจารย์จึงเลือกซื้อเฉพาะ KTMS เพราะธรรมาภิบาลยังคงแข็งแกร่งกว่า
EP168 (28 เม.ย. 2025): ความกังวลด้านสภาพคล่องและนโยบายภาครัฐ
- การปรับมุมมอง: อาจารย์อัปเดตว่าพอร์ตของตนมีหุ้น KTMS ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง (Liquidity) ของตัวหุ้นที่มี Market Cap เล็ก ทำให้ไม่สามารถกวาดซื้อในปริมาณหลายสิบล้านบาทได้สะดวก และเริ่มแสดงความกังวลถึงความไม่แน่นอนจากการพึ่งพานโยบายภาครัฐ (สปสช.)
EP174 (9 มิ.ย. 2025), EP181 (2 ก.ย. 2025), EP185 (11 ต.ค. 2025): พอร์ตกำไร 40% และให้เป็น Top Pick หุ้นโตเร็ว
-
เหตุการณ์: ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบระดับเกือบ 2.00 บาท ทำให้พอร์ตการลงทุนของอาจารย์ในหุ้นตัวนี้มีกำไรกว่า 40% (เขียวขจี)
-
การเข้า-ออก ท็อปพิก: บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโต 20-30% ต่อปี อาจารย์จึงยกให้ KTMS เป็นหนึ่งใน "Top Pick" (ดาวทองเต็มดวง) ในหมวดหุ้น Growth ประเมิน Forward PE ปีหน้าไว้ที่ประมาณ 12 เท่า คำนวณ Risk/Reward Ratio ได้ 1 ต่อ 5 (ดาวน์ไซด์ 20% แต่อัพไซด์ 100%) ซึ่งยังถือว่าเป็นจุดที่คุ้มค่าแก่การถือลงทุนต่อ,,
EP191 (~ธ.ค. 2025), EP194 (~ม.ค. 2026): สัญญาณแรกของการเติบโตที่ชะลอตัว
-
เหตุการณ์: จากงาน OppDay บริษัทเริ่มส่งสัญญาณปรับลดเป้าหมายการเติบโตลงจาก 20% เหลือเพียง 15%
-
การปรับมุมมอง: แม้นักลงทุนในตลาดจะกังวลข่าวลือว่าภาครัฐอาจจะปรับลดงบค่าหัวฟอกไต 1,500 บาท แต่อาจารย์ฟันธงและ "เอาหัวเป็นประกัน" ว่ารัฐไม่ลดงบส่วนนี้แน่นอน เพราะบริการฟอกไตเป็นเรื่องของความเป็นความตาย (Life-saving) อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทปรับเป้าการเติบโตลง ทำให้อาจารย์เริ่มปรับลดตัวเลข Forward PE ลงตามเพื่อสะท้อนความเสี่ยง
EP201 (~มี.ค. 2026), EP208: สัญญาณอันตราย และการตัดสินใจ "ขายล้างพอร์ต"
-
เหตุการณ์: ใน OppDay ล่าสุด ผู้บริหารส่งสัญญาณเชิงลบอย่างชัดเจนว่าจะ "ชะลอการขยายสาขา" เพื่อรอดูความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ทำให้เป้าหมายการเติบโตที่เคยทำได้ 30-40% ลดลงฮวบฮาบเหลือเพียง 5-10% หรือ 10-12% เท่านั้น,
-
การปรับมุมมอง & แอคชั่น: อาจารย์วิเคราะห์ถึงข้อจำกัดของธุรกิจนี้ว่า "เครื่องฟอกไตมีเวลาจำกัด" เมื่อเปิดเครื่องใหม่คนไข้ก็เต็มทันที ทำให้ไม่สามารถเร่งตัวเลขการเติบโตแบบก้าวกระโดดชดเชยภายหลังได้ กฎเหล็กของหุ้น Growth คือหากการเติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดจะทำการ De-rate มูลค่า PE อย่างรุนแรง อาจารย์จึงตัดสินใจ "ขายหุ้น KTMS ทิ้งทั้งหมด (ล้างพอร์ต)" ในช่วงราคา 2 บาทกว่า,,
-
บทพิสูจน์: หลังจากที่อาจารย์เทขายออกไป งบไตรมาส 1 ประกาศออกมาฟ้องชัดเจนว่า รายได้โตเพียง 3% แต่กำไรสุทธิหดตัวลงหนักถึง 36% ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงดิ่งกลับลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ (All-Time Low) ที่ 1.10 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์อ่านเกมขาดและหนีตายออกมาได้ทันเวลา
⚡ เหตุการณ์ราคาเคลื่อนไหวแรง (Top 12, 5 ปี)
(% รายวันแบบ adjusted กัน split/ปันผล • 📊 = ใกล้วันประกาศงบ • คอลัมน์ "ตลาดวันนั้น" = ดัชนี SET/S&P500 วันเดียวกัน — ถ้าหุ้นขยับแรงกว่าตลาดมาก = ข่าวเฉพาะตัว)
| วันที่ | เปลี่ยนแปลง | ราคาปิด | ตลาดวันนั้น | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 2026-05-22 | ▲ +9.6% | 1.26 | ▲ +0.4% | — |
| 2025-10-01 | ▲ +11.8% | 2.26 | ▲ +0.1% | — |
| 2024-12-30 | ▲ +15.0% | 1.80 | ▼ -0.1% | — |
| 2024-12-23 | ▼ -30.4% | 1.39 | ▲ +1.6% | — |
| 2024-11-25 | ▲ +8.5% | 2.25 | ▼ -0.2% | — |
| 2024-06-20 | ▲ +10.6% | 2.25 | ▼ -0.4% | — |
| 2024-05-13 | ▼ -7.7% | 2.34 | ▲ +0.0% | — |
| 2024-04-18 | ▼ -7.9% | 2.25 | ▼ -0.4% | — |
| 2023-12-26 | ▲ +8.9% | 2.60 | ▲ +0.6% | — |
| 2023-12-25 | ▲ +7.9% | 2.39 | — | — |
| 2023-05-02 | ▼ -11.7% | 3.48 | ▼ -0.1% | — |
| 2023-03-13 | ▼ -8.1% | 3.93 | ▼ -1.7% | — |
🔍 สาเหตุ (วิเคราะห์จากข่าว + NotebookLM)
-
วันที่ 2025-10-01 (+11.8%): ไม่พบข่าวสารที่เกี่ยวข้องชัดเจน
↳ ตลาดวันนั้น +0.1% ไปทางเดียวกันแต่หุ้นแรงกว่ามาก → มีแรงเฉพาะตัวเสริมจากปัจจัยตลาด (ไม่พบข่าวเป็นทางการ) -
วันที่ 2024-12-30 (+15.0%): ไม่พบข่าวสารที่เกี่ยวข้องชัดเจน
↳ ตลาดวันนั้น -0.1% สวนทาง → การเคลื่อนไหวเป็นปัจจัยเฉพาะตัว แต่ไม่พบ catalyst ในเอกสาร (อาจเป็นแรงซื้อขาย/fund flow)
(หมายเหตุ: ข่าวพาดหัวที่แนบมาทั้งสองวันเป็นเพียงประกาศแจ้งปิดปรับปรุงระบบ K-Trade Connect ของธนาคารกสิกรไทยตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานของ KTMS และเมื่อตรวจสอบจากเอกสารงบการเงิน, MD&A ตลอดจนข่าวทั้งหมดที่มีในระบบ ไม่พบเหตุการณ์สำคัญ (Catalyst) ที่ตรงกับสองวันนี้ครับ)
💬 ถาม-ตอบ Opp Day รายไตรมาส (จาก aio.panphol)
ช่วงถามตอบนักวิเคราะห์หลัง Opp Day แต่ละไตรมาส (ส่วนที่สไลด์ไม่มี) — ใหม่→เก่า
Q3/2568 (ปี 2025)
แนวโน้มไตรมาส 4/2568
❓ คำถาม: แนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2568 จะเติบโตขึ้นไหม?
💡 คำตอบ: น่าจะโตขึ้น เพราะเปิดสาขาเพิ่ม 3 แห่ง และคงเป้าเดิมที่ 20-30%
สาขาใหม่ใน Q4
❓ คำถาม: สาขาที่ขยายใหม่ใน Q4 ค่าเสื่อมไตรมาสละเท่าไร? มีกำไรช่วงไหน? อัตราค่าบริการจากภาครัฐมีความเสี่ยงลดลงไหม?
💡 คำตอบ: ค่าเสื่อมราว 5 แสนบาท สาขาใหม่จะ Break Even ใน 3-6 เดือน ค่าบริการภาครัฐยังไม่ปรับลด แต่อาจมีข้อกำหนดเพิ่ม แต่บริษัทฯ บริหารจัดการได้
อัตราการเติบโตของรายได้
❓ คำถาม: อัตราการเติบโตของรายได้ช้าลง เกิดจากอะไร? Utilization Rate เท่าไร? Q4 ขยายสาขากดดัน Margin ไหม? ปีหน้าขยายกี่สาขา งบลงทุนเท่าไร?
💡 คำตอบ: ปี 2568 เปิดสาขาใหม่ช้า Utilization Rate 85% เรื่องกำไรตอบไม่ได้ (ข้อห้าม ตลท.) อยู่ระหว่างทำงบประมาณปี 2569 จะแจ้งในไตรมาสหน้า
กลยุทธ์และแผนการเติบโตปี 2569
❓ คำถาม: บริษัทฯ วางกลยุทธ์และแผนการเติบโตปี 2569 อย่างไร?
💡 คำตอบ: ขยายหน่วยไตเทียม, เพิ่มเครื่องไตเทียม, ขายระบบน้ำ, น้ำยาไตเทียม
ทิศทางผู้ป่วยโรคไต
❓ คำถาม: มองภาพรวมทิศทางผู้ป่วยโรคไตและอุตสาหกรรมปีหน้าอย่างไร?
💡 คำตอบ: ผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นทุกปี (15,000 คน/ปี)
ค่าเสื่อมและค่าซากเครื่องไต
❓ คำถาม: เครื่องฟอกไตและเครื่องมือหลัก คิดค่าซากกี่ % ตัดค่าเสื่อมกี่ปี?
💡 คำตอบ: เครื่องฟอกไตตัดค่าเสื่อม 12 ปี อุปกรณ์การแพทย์ 5 ปี ค่าซาก 1 บาท (ตามที่สรรพากรกำหนด)
จำนวนเครื่องไตเริ่มต้นต่อสาขา
❓ คำถาม: ศูนย์ฟอกไตแห่งใหม่ มีเครื่องไตเริ่มต้นกี่เครื่อง? เพิ่มได้สูงสุดกี่เครื่อง? สาขาที่ติดตั้งเครื่องเต็มแล้วประมาณกี่ %?
💡 คำตอบ: เริ่มต้น 12 เครื่องขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสถานที่และจำนวนคนไข้ อัตราครองเตียงของสาขาทั้งหมดมากกว่า 80%
PD First Policy
❓ คำถาม: นโยบาย PD First สร้างการเปลี่ยนแปลงกับอุตสาหกรรมฟอกไตอย่างไร? กระทบต่อบริษัทฯ อย่างไร?
💡 คำตอบ: เริ่มเมษายน 2568 พฤศจิกายนมีนโยบายเพิ่มว่า ผู้ป่วยที่ต้อง PD ก่อนสามารถอุทธรณ์ได้ (สิทธิ สปสช.) กรมบัญชีกลาง, ประกันสังคม, สิทธิเงินสด สามารถฟอกไตได้เลย มองว่าไม่กระทบมาก เพราะคนไข้เพิ่มขึ้นทุกปี
งบลงทุนและผลกระทบจากสาขาใหม่
❓ คำถาม: สาขาที่เปิดใหม่ในช่วง Q4 จำนวนกี่เครื่อง? งบลงทุนเท่าไร?
💡 คำตอบ: 24 เครื่อง ลงทุน 15-20 ล้านบาท
นโยบายฟอกไตฟรีของรัฐบาล
❓ คำถาม: อยากให้ขยายความนโยบายฟอกไตฟรี ว่าสร้างการเปลี่ยนแปลงกับอุตสาหกรรมฟอกไตอย่างไร? และกระทบต่อบริษัทฯ อย่างไร?
💡 คำตอบ: ผู้ป่วยเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตได้ทุกรูปแบบ เริ่มด้วยการฟอกไตทางหน้าท้อง (PD) หากไม่เห็นด้วย อุทธรณ์ได้ สปสช. (สิทธิ สปสช.) สิทธิกรมบัญชีกลาง/ประกันสังคม/เงินสด ฟอกไตได้เลย มองว่าไม่กระทบ เพราะคนไข้เพิ่มขึ้นทุกปี
แนวโน้มปี 2569 และแผนการเพิ่มสาขา
❓ คำถาม: บริษัทฯ ประเมินแนวโน้มของปี 2569 ไว้อย่างไร? จะเติบโตอย่างไร?
💡 คำตอบ: อยู่ระหว่างจัดทำงบประมาณ จะนำเสนอ บอร์ด คาดว่าจะแจ้งในไตรมาสหน้า
❓ คำถาม: แผนการเพิ่มสาขาในไตรมาส 4 และปี 2569?
💡 คำตอบ: เปิดแล้ว 3 สาขาใน Q4 เดือนธันวาคมรอลุ้นว่าจะเปิดทันหรือไม่ (อาจไปเปิดปีหน้า) แผนปี 2569 จะแจ้งในไตรมาสหน้า
ภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม
❓ คำถาม: มองภาพของธุรกิจการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้อย่างไรบ้าง?
💡 คำตอบ: มีเจ้าหลัก 4-5 เจ้า เป็นการแข่งขันในการมอบบริการที่ดีมีมาตรฐานให้คนไข้ มองว่าทุกคนมาช่วยกันดูแลคนไข้มากกว่า
ผลกระทบจากน้ำท่วม
❓ คำถาม: จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ มีผลกระทบกับบริษัทฯ บ้างหรือไม่?
💡 คำตอบ: ไม่มี หน่วยไตเทียมไม่ได้รับผลกระทบ แต่อาจมีปัญหาเรื่องการจัดส่งของบ้าง ปัจจุบันไม่มีปัญหา รับผู้ป่วยจากหาดใหญ่มาดูแล ช่วยเหลือคนไข้ที่ได้รับผลกระทบ
สรุป: KTMS ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจและพัฒนาบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนและกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ
สำหรับวันนี้ก็หมดเวลาลงแล้ว ขอขอบคุณท่านนักลงทุนทุกท่าน แล้วกลับมาพบกันใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2568 ขอบคุณครับ
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q3/2568
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้
Q2/2568 (ปี 2025)
GP Margin Q2/68 ลดลง
❓ คำถาม: GP Margin ใน Q2/68 ลดลงเมื่อเทียบกับ Q1/68 มีสาเหตุจากอะไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร?
💡 คำตอบ: สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสาธารณูปโภคของสาขาใหม่ ซึ่งอาจสูงกว่าที่ประมาณการไว้
ต้นทุนบริหาร Q2/68 เพิ่มขึ้น
❓ คำถาม: ต้นทุนในการบริหารเพิ่มขึ้นใน Q2/68 มีสาเหตุจากอะไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร?
💡 คำตอบ: สาเหตุหลักมาจากการบริจาคเงินการกุศลให้โรงพยาบาลรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time expense) บริษัทพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับ 10-15% ของรายได้
แผนการเปิดสาขา Q3-Q4/68 และปีหน้า
❓ คำถาม: บริษัทมีแผนเปิดสาขาเพิ่มใน Q3 และ Q4 ของปีนี้อีกกี่แห่ง และปีหน้ามีแผนเปิดกี่แห่ง?
💡 คำตอบ: ปีนี้วางแผนเปิด 5-7 สาขา, Q3 อาจเปิด 2-3 สาขา, Q4 จะทยอยเปิดสาขาที่เหลือ แต่การเปิดสาขาอาจล่าช้าเนื่องจากกระบวนการอนุมัติจากโรงพยาบาล สำหรับแผนปีหน้าอยู่ระหว่างการจัดทำ
แนวโน้มผลการดำเนินงาน Q3/68
❓ คำถาม: แนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q3/68 จะดีกว่า Q2/68 หรือไม่ จากสาเหตุใด?
💡 คำตอบ: คาดว่าจะดีขึ้นจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นในสาขาเดิม
ไตรมาสที่ผลงานดีที่สุดของปี
❓ คำถาม: ปีนี้คาดว่าไตรมาสไหนจะเป็นไตรมาสที่ผลงานดีที่สุด?
💡 คำตอบ: ไตรมาส 4 คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ผลงานดีที่สุดเนื่องจากมีจำนวนสาขามากที่สุด
เป้าหมายรายได้ปี 2568 และแผนรับมือหากไม่ถึงเป้า
❓ คำถาม: บริษัทคาดว่าจะทำรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ หากไม่ถึงเป้ามีแผนงานหรือกลยุทธ์ในการรับมืออย่างไร?
💡 คำตอบ: เป้าหมายที่วางไว้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง บริษัทพยายามหากลยุทธ์เพื่อให้ได้ตามเป้า เช่น เข้าไปบริหารจัดการหน่วยไตที่มีคนไข้อยู่แล้วเพื่อให้มีรายได้เข้ามาทันที
การจัดการสภาพคล่องของหุ้น
❓ คำถาม: บริษัทมีวิธีการจัดการกับสภาพคล่องของหุ้นอย่างไร?
💡 คำตอบ: ปัจจุบันหุ้นของ KTMS มี Free Float ประมาณ 39% และมีผู้ถือหุ้นประมาณ 1,669 ราย ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ณ ขณะนี้ยังไม่มีแผนจัดการสภาพคล่องเพิ่มเติม แต่ในอนาคตอาจนำมาพิจารณา
สาขาใกล้ชายแดนกัมพูชา
❓ คำถาม: สาขาที่ใกล้ชายแดนกัมพูชาได้รับผลกระทบหรือไม่?
💡 คำตอบ: ไม่ได้รับผลกระทบ สาขามีการให้บริการผู้ป่วยตามปกติและมีแผนเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยหากมีเหตุฉุกเฉิน และไม่ได้มีปัญหาเรื่องความต้องการไตเทียม
โดยสรุป, KTMS ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์การขยายสาขาและการให้บริการที่ครอบคลุม แม้จะมีความท้าทายและความเสี่ยงต่างๆ, บริษัทก็มีแผนการรับมือและปรับตัวเพื่อรักษาการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q2/2568
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้
Q4/2567 (ปี 2024)
Q&A Session
การแข่งขันในตลาด
❓ คำถาม: มุมมองการแข่งขันในตลาดฟอกไต และ position ของ KTMS ในตลาด?
💡 คำตอบ: ปัจจุบัน KTMS อยู่ใน 1 ใน 3 ของตลาด มี market share 3-5%
แนวโน้มผลการดำเนินงาน
❓ คำถาม: แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568?
💡 คำตอบ: คาดว่าจะดีขึ้นเนื่องจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
เป้ารายได้ปี 2568
❓ คำถาม: เป้าหมายรายได้รวมปี 2568 และมาจากส่วนไหน?
💡 คำตอบ: ตั้งเป้าเติบโต 20-30% ทุกปี คาดว่าปี 2568 จะอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักยังคงเป็นฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
กลยุทธ์หลักปี 2568
❓ คำถาม: กลยุทธ์หลักในการดำเนินงานปี 2568?
💡 คำตอบ: ขยายสาขาและขายอุปกรณ์การแพทย์สำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
งบลงทุนปี 2568
❓ คำถาม: งบลงทุนปี 2568 และส่วนที่จะลงทุน?
💡 คำตอบ: วางงบประมาณ 200-250 ล้านบาท โดยเน้นการขยายหน่วยไตเทียม
ภาพรวมอุตสาหกรรมปี 2568
❓ คำถาม: ภาพรวมอุตสาหกรรมไตเทียมปี 2568?
💡 คำตอบ: คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การขยายธุรกิจครึ่งปีแรก
❓ คำถาม: แผนการขยายธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก?
💡 คำตอบ: ขยายสาขาหน่วยไตเทียมเป็นหลัก
ปัจจัยบวกปี 2568
❓ คำถาม: ปัจจัยบวกที่มีผลต่อธุรกิจในปี 2568?
💡 คำตอบ: จำนวนผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้น
กำไรขั้นต้นไตรมาส 4 ดีขึ้น
❓ คำถาม: ทำไมกำไรขั้นต้นของไตรมาส 4 ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า?
💡 คำตอบ: ค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 4 น้อยกว่าไตรมาส 3
ค่าใช้จ่ายภาษีเกิน 20%
❓ คำถาม: ทำไมค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทเกิน 20%?
💡 คำตอบ: เป็นตัวเลขตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ซึ่งมีเรื่อง Deferred Tax เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การเสียภาษีจริงยังคงเป็น 20%
สิทธิบัตรทองลดรายจ่าย
❓ คำถาม: สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมลดรายจ่ายในส่วนนี้หรือไม่?
💡 คำตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีการลดรายจ่ายในส่วนนี้
สปสช. ใช้ PD First
❓ คำถาม: แผนรับมือหาก สปสช. ใช้ PD First และปรับลดค่าใช้จ่ายฟอกไต?
💡 คำตอบ: คนไข้เก่ามีสุขภาพแข็งแรงและอัตราการครองเตียงสูง และคนไข้ PD First จะต้องกลับมาฟอกเลือดในที่สุด
ขยายโรงงานน้ำยาฟอกไต
❓ คำถาม: ความคืบหน้าขยายโรงงานน้ำยาฟอกไตและผลกระทบต่อศูนย์ไต?
💡 คำตอบ: ปรับแผนขยายพื้นที่โรงงานเดิมและหา location ใหม่ คาดว่าการลงทุนโรงงานใหม่จะลดต้นทุนและปล่อยคาร์บอนลดลง
ผลิตน้ำยาล้างไตช่องท้อง
❓ คำถาม: มีแผนผลิตน้ำยาล้างไตทางช่องท้องหรือไม่?
💡 คำตอบ: ไม่มี เนื่องจากมาตรฐานการผลิตต่างกัน
การจ่ายเงินภาครัฐ
❓ คำถาม: แผนรับมือหากภาครัฐจำกัดค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น?
💡 คำตอบ: บริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และในเคส สปสช. ไม่สามารถเก็บเงินผู้ป่วยเพิ่มได้
เป้ารายได้ปี 2568
❓ คำถาม: เป้าหมายรายได้ปี 2568 และมองภาพหลังปี 2570 อย่างไร?
💡 คำตอบ: มองว่าจะเติบโตขึ้นอยู่ที่ราวๆ 800 ล้านบาท. CEO มองภาพว่าอยากจะมีรายได้ให้แตะในส่วนของ 1,000 ล้านบาท
อัตรากำไรธุรกิจฟอกไต
❓ คำถาม: อัตรากำไรของธุรกิจฟอกไตอยู่ที่เท่าไหร่?
💡 คำตอบ: outsource อยู่ที่ 10-20% และ คลินิก อยู่ที่ราวๆ 15-30%
งบประกันสังคมลดลง
❓ คำถาม: กังวลเรื่องงบประกันสังคมที่ลดลงบ้างไหมและมีผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยหรือไม่?
💡 คำตอบ: ไม่กังวลและยังไม่มีผลกระทบ
เป้าปีนี้กี่เครื่อง ปีหน้ากี่เครื่อง
❓ คำถาม: เป้าปีนี้กี่เครื่อง ปีหน้ากี่เครื่อง เครื่องไตเทียม?
💡 คำตอบ: ปีนี้ 495 เครื่องและปีหน้าจะเพิ่ม 70-90 เครื่อง
พึ่งพาบริษัทแม่
❓ คำถาม: บริษัทมีการพึ่งพาบริษัทแม่อย่าง FVC ในด้านใดบ้าง?
💡 คำตอบ: FVC เป็น major shareholder และแชร์ engineering knowledge base โดยเฉพาะระบบน้ำกับ Innovatec Asia
ที่ดินยังไม่ได้สร้างโรงงาน
❓ คำถาม: ที่ดินที่ยังไม่ได้สร้างโรงงานตอนนี้ใช้ทำอะไรและ CAP โรงงานน้ำยาขยายไปได้ถึงเท่าไหร่?
💡 คำตอบ: กำลังตัดสินใจอยู่และคาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิต 10-15%
ศูนย์ไตเทียม
❓ คำถาม: ปกติแล้วในเรื่องของการเปิดศูนย์ไตเทียมหนึ่งที่เนี่ยใช้เวลาทำให้ occupancy rate มาที่ 80% นานเท่าไหร่?
💡 คำตอบ: โดยปกติ average ก็อยู่ประมาณสักราวๆ 3-6 เดือน
โดยสรุป, KTMS ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในธุรกิจไตเทียม โดยมีกลยุทธ์การขยายสาขาและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม, บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ดังนั้น, การติดตามสถานการณ์และปรับตัวอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผู้เขียน: Admin
AiO
- Financial & KPI
Analysis — Q4/2567
กด ESC
เพื่อปิด
เว็บไซต์นี้ใช้